พ่อค้าแม่ค้า ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เริ่มทยอยนำสินค้า อาหารสด-แห้ง ที่มีอยู่ออกมาจำหน่ายให้กับชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ หากทิ้งไว้กลัวเน่าเสียทิ้งโดยเฉพาะอาหารสด ทำให้บรรยากาศในพื้นที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากในแรกต่างปิดร้านเงียบ ในขณะที่เช้าวันนี้ยังไม่พบว่ามีเสียงปืนใหญ่หรือการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยพ่อค้าแม่ค้ายังได้ส่งกำลังใจและข้อห่วงใยถึงทหารหาญให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย
เช้าวันนี้ (26ก.ค.68) ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างทหารไทย-กัมพูชา จากที่ในช่วงวันแรก (24ก.ค.68) ที่มีการสู้รบ ทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงออกจากพื้นที่ และต้องปิดบ้านเรือน รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และสถานประกอบการต่างๆ ทยอยปิดร้านชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
โดยในเช้าวันนี้บรรยากาศในพื้นที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ประกอบกับในช่วงเช้าวันนี้ ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด ก็ยังไม่พบว่ามีหรือได้ยินเสียงปืนใหญ่หรือการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยพบว่าได้มีชาวบ้านบางส่วน ที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ เพราะมีความเป็นห่วงสัตว์เลี้ยง และตอนนี้ทั้งอาหารสดและอาหารแห้งที่มีอยู่เริ่มหมดลง
ประกอบกับในวันนี้พบว่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่ อ.บ้านกรวด ประมาณ 10 ร้านค้า ได้นำสินค้าทั้งสดและแห้งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารแปรรูป นำออกมาจำหน่ายให้กับชาวบ้านบางส่วนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ ได้นำไปประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือนของตนเอง ถึงแม้จะมีชาวบ้านออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าน้อยกว่าวันปกติก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าในวันแรกที่ไม่มีร้านค้าเปิดให้บริการเลย
ซึ่งทั้งชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงแม้ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จะได้รับผลกระทบจากการสู้รบมีกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชาตกลงมาในพื้นที่ก็ตาม แต่ก็ต้องจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง และเป็นห่วงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดแผงและร้านจำหน่ายสินค้า ที่จำเป็นต้องเปิดร้าน เพราะหากไม่นำสินค้าที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ออกมาจำหน่ายก็อาจจะทำให้อาหารเน่าเสียทิ้งได้ จึงจำเป็นต้องอยู่เปิดร้าน อย่างน้อยก็ชาวบ้านก็จะได้มีอาหารกิน รวมถึงเชื่อมั่นในศักยภาพการรบของทหารไทย
นอกจากนี้ ยังได้ส่งกำลังใจและความห่วงใย ถึงทหารหาญกับเจ้าหน้าที่ไทยทุกนาย ที่ปฎิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติ โดยขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และปลอดภัย เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และปกป้องพี่น้องประชาชนคนไทย และผืนแผ่นดินไทยจากอริราชศัตรู โดยไม่ต้องห่วงประชาชนที่อยู่ในแนวหลัง
นางนวลจันทร์ พลเยี่ยม อายุ 63 ปี แม่ค้าขายอาหารแปรรูป บอกว่า ยังคงมีชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาหารที่มีอยู่เริ่มหมดไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต จึงได้ออกมาหาซื้ออาหารนำไปกักตุนไว้ จึงเปิดร้านนำของมาขาย ก็ยังพอขายได้บ้าง อย่างน้อยชาวบ้านที่อยู่ก็พอที่ได้มีอาหารไว้กิน ซึ่งในตอนแรกก็ยังกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างปิดร้านค้ากัน แต่พอมาในวันนี้พวกตนมั่นใจศักยภาพของทหารไทย จึงนำอาหารมาขายกันเพราะอย่างน้อยชาวบ้านก็ยังพอที่จะได้มีอาหารไว้กิน
นางน้อย นาคะโนทด อายุ 68 ปี แม่ค้าขายอาหารสด-แห้ง บอกว่า มีความมั่นใจในศักยภาพของทหารไทย อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันก็หลายครั้งแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้ทหารทุกนายสู้ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไทยเราไว้
นางศิริกานดา พวงเพชร อายุ 50 ปี แม่ค้าร้านของชำ บอกว่า ที่เปิดร้านก็เพื่อให้ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ได้มีที่ซื้อข้าวซื้อของไว้กินไว้ใช้ ซึ่งทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทุกคนพร้อมให้กำลังใจ และสนับสนุนทหารทุกนายในการปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
นางศิริกานดา พวงเพชร อายุ 50 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านกรวด บอกว่า ที่หมู่บ้านของตนก็ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นชายฉกรรจ์ที่อยู่คอยดูแลความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งในหมู่บ้านก็ยังพอมีอาหารการกินอยู่บ้างแต่จะเป็นอาหารแห้ง ส่วนอาหารสดไม่มี ประกอบกับมีโพสต์ลงโซเชียลว่าตลาดยังเปิดให้บริการ จึงต้องออกมาหาซื้ออาหารสดไปเก็บไปประกอบอาหารรับประทาน ถึงจะมีไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่มี.



