บุรีรัมย์ช่วงค่ำที่ผ่านมา ชาวบ้านคนแก่ชราที่อาสาเฝ้าทรัพย์สินในหมู่บ้าน  ออกมานั่งจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ผู้นำ และทหารกัมพูชา ที่ยิงปืนใหญ่และระเบิดใส่หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บ้านเรือนเสียหายในหลายจังหวัดชายแดน  พร้อมเรียกร้องให้ทหารและชาวบ้านกัมพูชาอย่าหลงเชื่อผู้นำยุยงปลุกปั่นจนก่อให้เกิดสงคราม

(25 ก.ค.68) ช่วงค่ำที่ผ่านมา  ชาวบ้าน ผู้สูงอายุที่อาสาเฝ้าทรัพย์สินในหมู่บ้านสายโท 5 ใต้ ตำบลจันทบเพชร  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นหมู่บ้านลูกปืนใหญ่ตก  ออกมานั่งจับกลุ่มวิพากวิจารผู้นำและทหารกัมพูชา  ทิ่ยิงปืนใหญ่ และระเบิดใส่หมู่บ้านชุมชน ในพื้นที่ 4 จังหวัด ทั้งอุบลราชธานี  ศรีสะเกษ  สุรินทร์ และจ.บุรีรัมย์ ทำให้บ้านเรือนประชาชน  โรงพยาบาล  ห้างร้านได้รับความเสียหาย  ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก  เป็นการกระทำที่ขัดต่อมนุษยธรรม  ซึ่งเกิดจากผู้นำได้ยุยงปลุกปั่นให้ทหารและประชาชน ชาวกัมพูชา มาก่อเหตุความรุนแรงตามแนวชายแดน   ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศเกิดความแตกแยก  ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนทั้งสองฝั่งไปมาหาสู่ นำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน  มีรายได้และมีความปกติสุข  พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ทหาร และประชาชนชาวกัมพูชา  ปัจจุบันชาวบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา  นอนในหลุมหลบภัยมาแล้ว 3 วัน   

 พร้อมกันนี้ ชาวบ้านยังได้พาไปดูจุดที่ BM21 ตกอยู่ริมถนน 2 ลูก  ระเบิดไปแล้ว 1 ลูก และยังไม่ระเบิดฝังอยู่ใต้ดินลึก 2 เมตรอีก 1 ลูก ชรบ.จึงได้นำกรวยไปตั้งไว้   เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ กลัวจะระเบิดใส่ชาวบ้าน รอให้เจ้าหน้าที่มาเก็บกู้เกรงจะเกิดกับผู้สัญจรบนถนน

นายกวย  ยิ่งได้ชม ออกมาประณามผู้นำและทหารกัมพูชา ที่ได้ยิงระเบิด และกระสุนปืนใหญ่ ใส่พื้นที่หมู่บ้านชุมชน  ละเมิดต่อสิทธิประชาชน  และร้องขอให้ผู้นำ และทหารกัมพูชาได้หยุดยิงถล่มเข้าไปในหมู่บ้าน และชุมชน  ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ  เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย เพราะขณะนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่เฝ้าทรัพย์สิน ต้องนอนในหลุมหลบภัย ท่ามกลางเสียงปืนระเบิดมาตลอด 3 วัน 

ด้านนางมิตธิรา ศรีผดุง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝังกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่และระเบิด เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด อย่างต่อเนื่อง  ทำให้ตนเองต้องมานอนที่หลุมหลบภัยมา 2 วันแล้ว แต่ก็หวังว่าไม่ช้าเหตุความรุนแรงจะสงบลง กลับคืนสู่สภาวะปกติ