สงครามความคิด

การต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยกับรัฐ ยังคงมีการขับเคลื่อนการต่อสู้อย่างเข้มข้นต่อไป โดยแกนนำขบวนการแห่งนี้รู้ดีว่าสถานการณ์สู้รบด้วยอาวุธอย่างกว้างขวางดังที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นผลตามเป้าหมายที่คาดหวัง ที่เป็นดังนี้อาจเป็นเพราะบรรดาขบวนการร้ายแห่งนี้มีสายป่านในการต่อสู้ที่ไม่ยืดยาวดังที่คิด การสนับสนุนอาวุธให้กองกำลังติดอาวุธเหล่านั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายนอกประเทศตามที่ตั้งใจ รวมทั้งการขับเคลื่อนการต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธของขบวนการโดยฝ่ายความมั่นคงของรัฐ ก็มีการเรียนรู้จนเท่าทันการป้องกันและปราบปรามการต่อสู้ด้วยอาวุธของขบวนการให้ไม่มีศักยภาพมากพอเหมือนที่ผ่านมาได้ ประกอบกับสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศและในพื้นที่เองที่เปลี่ยนแปลงไปจนไม่อยู่ในสภาวะที่เกื้อกูลต่อการใช้เป็นเงื่อนไขในการสร้างความขัดแย้งด้วยอาวุธให้รุนแรงเฉกเช่นครั้งก่อนได้ ดังนั้น บรรดาแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนจึงจำต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อให้คงเดินหน้าบรรลุเป้าหมายได้อยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็งด้วยการใช้การต่อสู้ในสงครามทางความคิดอย่างเห็นได้ชัด และนั่นคือการสร้างเงื่อนไขทุกรูปแบบที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพของคนในพื้นถิ่นให้มีอิสรภาพในการอยู่กันเองในรูปแบบที่กลุ่มตนต้องการ ซึ่งนั่นคือการทำสงครามที่มุ่งเอาชนะทางความคิดกับฝ่ายรัฐให้ฝ่ายรัฐต้องยอมจำนนหรือดำเนินการตอบสนองข้อเรียกร้องต่ออัตลักษณ์เหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว สภาพการเป็นอิสระในการปกครองตนเองในรูปแบบที่เป็นอัตลักษณ์ของขบวนการก็จะบังเกิดขึ้น และหากอัตลักษณ์ที่เรียกร้องหลายประเด็นผ่านสื่อทุกรูปแบบเหล่านั้นสำเร็จได้ ก็หมายถึงว่าคนกลุ่มนี้บรรลุเป้าหมายปลายทางของการต่อสู้กับรัฐในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่าการได้ชัยชนะได้โดยไม่ต้องรบด้วยอาวุธ โดยการต่อสู้ทางความคิดอย่างทรงพลังที่กลุ่มนักต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้มีการคิดและทำอย่างเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพยิ่ง ปรากฏการณ์การต่อสู้ทางความคิดของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานมีความชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้นเป็นลำดับ การเปิดหน้าท้าชนทางความคิดผ่านทุกช่องทางต่อสาธารณะ ถูกรับรู้โดยทั่วกันทั้งในพื้นที่ท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมทั้งในและนอกพื้นที่ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ที่ส่อให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าแกนนำของขบวนการแห่งนี้กำลังคิดอะไรอยู่ คนกลุ่มนี้กำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำสงครามจากการต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นหลัก ไปเป็นการทำสงครามต่อสู้ทางความคิดเป็นสำคัญ ควบคู่กับการอาศัยจังหวะเวลาในการก่อเหตุร้ายใหญ่ๆ เพื่อกระตุกเตือนทุกฝ่ายให้รับรู้ว่าขบวนการของพวกเขายังคงศักยภาพในการต่อสู้ทำสงครามด้วยอาวุธอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย โดยขยายแนวร่วมทางความคิด สร้างเสริมพลังการต่อสู้ด้วยปัญญาให้กับกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง และหากสถานการณ์อำนวย คนกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะใช้แนวร่วมมวลชนที่ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลามาอย่างเป็นระบบและยาวนาน มาใช้เป็นพลังในการบีบบังคับให้ภาครัฐจำต้องปรับนโยบายที่สร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการเป็นประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายปลายทางสุดท้าย ล่าสุด นักปลุกระดมระดับนำของขบวนการแห่งนี้ที่ชื่อ นายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา เพื่อการศึกษาปาตานี(BRG) กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ The Reporters ในประเด็นสำคัญที่สื่อไปถึงเงื่อนไขให้เข้าทางการเป็นอิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ที่มีหลายประเด็นเกี่ยวข้องกับข้อเสนอในเวทีสหประชาชาติ (UN) อาทิ ต้องการให้ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาราชการที่เป็นหลักแม้จะต้องใช้ควบคู่กับภาษาไทย ต้องใช้ภาษามลายูเป็นหลักอีกภาษาหนึ่งในการใช้เป็นภาษาในการเรียนการสอนในโรงเรียนของรัฐแม้ว่าจะต้องใช้ควบคู่กับภาษาไทย และต้องให้ข้าราชการในพื้นที่สามารถพูดภาษามลายูกับประชาชนที่มาติดต่อราชการ รวมทั้งต้องเป็นคนในพื้นที่ 80% ของข้าราชการทั้งหมดในพื้นที่ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ใช้กฎหมายอิสลามเป็นกติกาหรือกฎหมายหลักในการบังคับใช้กับพี่น้องในพื้นที่อย่างจริงจัง กระบวนการหล่อหลอมกล่อมเกลาทางความคิด เพื่อติดอาวุธในสงครามทางความคิดเมื่อโอกาสนั้นมาถึงอีกประการหนึ่งของ นายฮาซัน ยามาดีบุ ก็คือการจัดทัวร์ประวัติศาสตร์ เปิดทัวร์ ปัตตานี - กาลันตัน โดยนำประวัติศาสตร์ปาตานี ปลูกฝังความเป็นชาติพันธุ์ ชูอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้เกิดความแปลกแยกแตกต่างจากคนไทยทั่วไปของแผ่นดินไทยที่แอบแฝงการบ่มเพาะความเห็นต่างจนเป็นคนละพวกกับคนต่างความเชื่อทางศาสนาในลักษณะนี้ จึงเป็นการบ่มเพาะ ปลูกระดมเรื่องของชาติพันธุ์ สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น แทรกเรื่องราวที่สร้างความร้าวฉานระหว่างคนไทยด้วยกันอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนี่เป็นเพียงกรณีตัวอย่างที่แกนนำ นักจัดตั้งมวลชนของขบวนการร้ายแห่งนี้ มีความมุ่งมั่นขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสิบปี เหล่านี้คือโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายฝ่ายรัฐในขณะนี้ คือขบวนการแห่งนี้ได้มุ่งสร้างแนวร่วมมวลชนขยายผลความคิดแปลกแยกแตกต่างจากคนต่างความเชื่อออกไปเรื่อยๆ อย่างเป็นระบบ อันเป็นการขยายมวลชนเพื่อรองรับการต่อสู้กับรัฐในสงครามทางความคิดที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าอย่างจริงจัง ในเมื่อขบวนการเปิดหน้าสู้เต็มรูปแบบโดยไม่หวาดหวั่นใดๆ มันคือการสร้างพลัง Soft Power ที่ทรงพลังยิ่งกว่า Hard Power หลายเท่านัก ซึ่งหากรัฐยังมองโจทย์นี้ไม่ออก ผลสุดท้ายของสงครามทางความคิดในสมรภูมินี้ก็คงจะคาดเดาได้ไม่ยาก
เสือตัวที่ 6 |

ก้าวต่อไป

เสือตัวที่ 6 ในขณะที่กลุ่มคนเห็นต่างจากรัฐและเห็นต่างจากคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่เรียกกลุ่มตนเองว่าขบวนการต่อสู้กับผู้ยึดครองเพื่ออิสรภาพในการปกครองดูแลกันเองในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย หากแต่ฝ่ายรัฐเรียกคนกลุ่มนี้ว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มคนในขบวนการเห็นต่างจากรัฐกลุ่มนี้มุ่งมั่นในความพยายามที่จะชี้นำและขยายผลความแตกต่างหลากหลายด้านกับคนส่วนใหญ่ของรัฐเสมอมา ทั้งความแตกต่างทางความเชื่อทางศาสนา ความแตกต่างในวิถีการดำรงชีวิตประจำวัน ความแตกต่างทางกายภาพการแต่งกายของคนในท้องถิ่น รวมทั้งความแตกต่างในชาติพันธุ์ที่สืบทอดกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตลอดจนประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ฝ่ายขบวนการที่มุ่งขยายความแตกต่างของที่มาของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ในขณะที่ฝ่ายรัฐเองก็พยายามแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างระหว่างคนในพื้นที่แห่งนี้กับคนส่วนอื่นของประเทศด้วยการชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้กำลังชี้นำและขยายผลเรื่อยมาเหล่านั้น กลับเป็นความสวยงามของความแตกต่างแบบที่เรียกว่าพหุวัฒนธรรมหรือดอกไม้หลากสีที่อยู่ในแจกันเดียวกันได้อย่างงดงาม ในขณะที่ฝ่ายรัฐก็มุ่งมั่นในความพยายามที่จะบ่งบอกว่า ความเชื่อทางศาสนาของคนในโลก ต่างเป็นความเชื่อที่มนุษย์ทุกคนในโลกต้องเคารพในความเชื่อเหล่านั้นซึ่งกันและกัน รวมทั้งวิถีชีวิตที่แตกต่างหลากหลายก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ของความเป็นมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่หากแต่ทุกชีวิตก็ต้องเคารพในวิถีเหล่านั้นรวมทั้งสามารถอาศัยอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข ตลอดจนความเป็นมาทางประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ที่ฝ่ายขบวนการพยายามชี้นำและขยายผลความแตกแยก ฝ่ายรัฐเองก็พยายามบ่งบอกให้เห็นว่าความเป็นมาของประวัติศาสตร์เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องราวในอดีตของมนุษยชาติที่ควรศึกษารากเหง้าของประวัติศาสตร์รวมทั้งประเด็นเชิงบทเรียนของข้อขัดแย้งของคนในอดีตเพื่อแสวงหาการอยู่ร่วมกันของคนรุ่นปัจจุบันอย่างปกติสุขอย่างยั่งยืน ในขณะที่กลุ่มคนในขบวนการนี้ทั้งแกนนำและแนวร่วมที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจต่างมุ่งพยายามขจัดนโยบายหรือข้อบังคับรวมทั้งกฎหมายที่ในพื้นที่อันเป็นการลดศักยภาพการต่อสู้ของรัฐ ในทางตรงข้าม การมุ่งพยายามเหล่านั้นกลับเป็นการเสริมสร้างศักยภาพความแข็งแกร่งรวมทั้งโอกาสแห่งชัยชนะในการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ให้มีมากขึ้นเป็นทวีคูณโดยโจมตีชี้นำผ่านสื่อทุกช่องทางที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ อาจารย์ท่านหนึ่งของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่กล่าวอ้างผ่านข้อคิดที่ว่า จนถึงวันนี้ คนในพื้นที่ไม่ไว้วางใจกันด้วยสาเหตุจากความแตกต่าง ทั้งในเชิงภาษา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และศาสนา โดยอ้างว่า ความไว้วางใจความไว้เนื้อเชื่อใจลดลง เราจะเห็นการแบ่งกลุ่มก้อนของคนต่างศาสนิกค่อนข้างชัดเจนขึ้น ทั้งชี้นำความต่างด้วยเหตุผลตื้นๆ ว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประชากรราว 2 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่กว่า 85% นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือราว 15% นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอื่น ในขณะที่ฝ่ายรัฐ ก็มุ่งความพยายามลดหรือขจัดความแตกต่างเหล่านั้น ด้วยกีฬาเชื่อมสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ให้คนต่างศาสนา ความเชื่อ ความศรัทธากลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยจะให้มีนักเตะทั้งคนเชื้อสายจีน คนไทยพุทธ และคนไทยมุสลิม เพื่อที่จะทำให้คนต่างศาสนิกได้มีปฏิสัมพันธ์กันโดยมีกีฬาเป็นตัวเชื่อมในการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ในขณะที่เยาวชนคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ยะลา ให้ความเห็นที่สอดคล้องกับความเห็นต่างกับคนส่วนอื่นของพื้นที่ปลายด้ามขวานว่า สภาพแวดล้อมทั่วไปในพื้นที่แห่งนี้ที่มีด่านตรวจความมั่นคงอยู่ทั่วไปราวกับสนามรบ ส่วนตัวเขาจะรู้สึกกังวลทุกครั้งที่ต้องผ่านด่าน เพราะเคยเผชิญกับประสบการณ์ไม่ดีจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในวัยเด็ก เกิดเป็นบาดแผลทางจิตใจจนถึงทุกวันนี้ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งการปิดล้อม-ตรวจค้น การใช้กฎหมายพิเศษ กลายเป็นคำถามใหญ่ในใจคนรุ่นใหม่ใน          3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา เขาจึงเสนอแนะว่าควรยกเลิกกฎหมายพิเศษ เพราะคิดว่าตลอดระยะเวลา 19-20 ปีที่ผ่านมา มันพิสูจน์หลายๆ อย่างแล้วว่ากฎหมายพิเศษที่ใช้มา มันไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย มันกลับยิ่งสร้างเงื่อนไขและสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการเพ่งโทษคนในพื้นที่ว่าเป็นคนร้าย หรือเป็นพลเมืองชั้นรอง เป็นต้น ในขณะที่รัฐต้องมุ่งพยายามชี้แจงเหตุผลของการคงกฎหมายพิเศษในพื้นที่ก็เพราะการก่อเหตุรุนแรงของขบวนการร้ายแห่งนี้ยังดำรงอยู่ และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ใช้อย่างระมัดระวังเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ปัจจุบันภาครัฐก็พยายามปรับลดระดับกฎหมายพิเศษ เช่น จาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาเป็น พ.ร.บ. ความมั่นคง ทุก 3 เดือน และมุ่งการยกเลิกไปเลยในอนาคตหากเหตุร้ายหมดไป เหล่านั้นเป็นเพียงกรณีตัวอย่างที่ฝ่ายขบวนการแดนใต้มุ่งพยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดในกลุ่มคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานกับรัฐตลอดมา ทั้งยังพยายามคัดง้างนโยบาย ต่อต้านข้อบังคับ ยกเลิกกฎหมายที่จะใช้อำนวยความสงบเรียบร้อยมายังพื้นที่ ตลอดจนการตัดรอนงบประมาณที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการต่อสู้ของรัฐที่มีต่อขบวนการร้ายแห่งนี้อย่างเอาจริงเอาจัง ฝ่ายรัฐก็ต้องมุ่งแสดงแถลงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องมีนโยบาย ข้อบังคับ กฎหมาย และงบประมาณที่ต้องใช้ โดยที่ฝ่ายรัฐก็ต้องดำรงความมุ่งหมายในการขับเคลื่อนความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่และคนของรัฐอย่างเข้มข้นต่อไป ด้วยการแสดงเหตุผลความจำเป็นทุกการดำเนินการของรัฐ อันเป็นการต่อสู้ทางความคิดประการหนึ่งที่รัฐจะต้องก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงในทุกองคาพยพ เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นของคนในชาติท่ามกลางความแตกต่างดั่งดอกไม้หลากสีในแจกันเดียวกันอันงดงามยิ่งให้จงได้   
เสือตัวที่ 6 |

ก้าวสู่หนทางใหม่

เสือตัวที่ 6 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการต่อสู้ของรัฐที่มีต่อกลุ่มคนในขบวนการแบ่งแยกการปกครอง จากรัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่รัฐพยายามอย่างแรงกล้า ทุ่มเทศักยภาพของรัฐในทุกด้านเพื่อมุ่งหวังจะแก้ปัญหาความแตกต่างทางความคิดและนำความสงบสุขกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ให้จงได้ ในขณะที่กลุ่มคนของขบวนการเห็นต่างจากรัฐก็มุ่งมั่นทุ่มเทความพยายามอย่างแรงกล้าที่จะสร้างความแตกต่างทางความคิดให้เกิดกับคนในพื้นที่กับคนของรัฐพร้อมก่อเหตุรุนแรงทุกรูปแบบที่เป็นไปได้เพื่อส่งสัญญาณไปถึงกลุ่มแนวร่วมขบวนการของพวกเขาให้รับรู้ว่าการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่และเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานรัฐตลอดจน ภาคประชาสังคมได้รับรู้ว่า คนในขบวนการแห่งนี้ยังมีศักยภาพมากพอที่จะเดินหน้าต่อสู้กับรัฐ อย่างเข้มแข็งอยู่ต่อไปไม่สิ้นสุด บ่งบอกว่าการต่อสู้ของขบวนการยังมีพลังมากพอที่จะต่อสู้กับรัฐจนกว่ารัฐจะยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของขบวนการร้ายแห่งนี้ นั่นคืออิสระในการปกครองดูแลกันเองของคนในพื้นที่ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ยกมาให้เห็นภาพเป้าหมายที่แท้จริงที่กลุ่มขบวนการต่อสู้กับรัฐแห่งนี้กำลังทำตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐควรตระหนักรู้บทเรียน และเรียนรู้เข้าใจสิ่งที่จะเดินหน้า ก้าวสู่หนทางใหม่ที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากเรียนรู้โดยการถอดบทเรียนที่ผ่านมาแล้วจะได้รู้และเข้าใจว่า ยังมีสิ่งใดที่เป็นจุดอ่อน อะไรเป็นข้อบกพร่อง อะไรยังเป็นปัญหาอุปสรรคที่รัฐยังคงไม่บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับขบวนการเพื่อแก้ปัญหา นำความสงบสุขคืนสู่คนในดินแดนแห่งนี้ได้อย่างแท้จริง เพราะนั่นจะเป็นโจทย์สำคัญที่จะชี้ทิศทางใหม่ ที่รัฐควรจะก้าวต่อไปในหนทางใหม่เพื่อผลสำเร็จที่ดีขึ้นกว่าหลายสิบปีผ่านมา หนทางแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่รัฐยังไม่สามารถระงับยับยั้งอย่างเป็นรูปธรรมในการสกัดกั้นการหล่อหลอมความคิด บ่มเพาะจิตใจให้เห็นต่างจากรัฐและขยายตัวออกไปเป็นความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในมโนสำนึกของพี่น้องลูกหลานประชาชนในพื้นที่ของนักคิดนักจัดตั้งมวลชนของขบวนการที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบและลุ่มลึก จนยากที่จะมีใครมาเปลี่ยนความคิดความเชื่อเหล่านั้นได้โดยง่าย ด้วยเหตุประการหนึ่งคือ การมองภาพของการดำเนินงานที่ยังไม่มีทิศทางเดียวกันของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ หน่วยงานรัฐด้านการศึกษา ก็มุ่งยกระดับการศึกษาในพื้นที่ตามแบบของหน่วยงานการศึกษาทั่วไปในพื้นที่อื่นโดยไม่ได้มุ่งร่วมยกระดับการศึกษาควบคู่กับการศึกษาเพื่อหนุนเสริมงานด้านความมั่นคงในรูปแบบพื้นที่พิเศษ การดำเนินงานของหน่วยงานยุติธรรม ก็มุ่งทำงานโดยไม่พยายามดำเนินงานยุติธรรมควบคู่กับการหนุนเสริมงานด้านความมั่นคงในรูปแบบพื้นที่พิเศษ หรืองานการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ก็มุ่งแต่ยกระดับความเจริญ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เป็นหลัก โดยยังไม่พยายามพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการหนุนเสริมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเป็นสำคัญ การดำเนินงานของหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่ยังไม่พยายามหนุนเสริมงานด้านความมั่นคงในพื้นที่แห่งนี้อย่างจริงจัง เป็นต้น ทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น จึงเห็นได้ชัดว่า หนทางในการต่อสู้ของรัฐกับกลุ่มคนสร้างความแตกแยกให้เกิดกับคนในพื้นที่แห่งนี้ ยังขาดทิศทางอันเป็นตัวบ่งบอกสำคัญถึงหนทางในการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่ยังขาดการบูรณาการการดำเนินงานจนไม่เกิดการประสานสอดรับกันของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ที่มีอยู่มากมายเหล่านั้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าการก่อเหตุร้ายจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม หากแต่ในการก่อตัวทางความคิดที่แปลกแยกจากรัฐก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้นทั้งในสถานศึกษาทุกรูปแบบ ทุกระดับ และในชุมชนเอง ก็ยังคงดำเนินการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งอยู่ต่อไปอย่างแนบเนียน อันเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ซ้อนทับเป็นโจทย์หลายชั้นที่การบริหารจัดการการแก้ปัญหาของรัฐแบบเดิมๆ เดินหน้าต่อไปอย่างยากลำบากขึ้นหลายเท่า จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่า เมื่อขบวนการสร้างความแปลกแยกจากรัฐยังคงความเข้มแข็งในการหล่อหลอมความคิดความเชื่อให้ผู้คนในพื้นที่ได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง มวลชนของพวกเขาก็คงความเข้มแข็งและเพิ่มขยายในวงกว้าง สอดรับกับการรับลูกในกลุ่มคนระดับชาติที่พยายามหนุนเสริมการขับเคลื่อนของคนในพื้นที่ด้วยการชี้นำ กดดัน บีบบังคับในทางนโยบายระดับชาติและกฎหมาย ตลอดจนงบประมาณของรัฐ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับการต่อสู้ของขบวนการต่อสู้กับรัฐแห่งนี้ ในขณะที่หน่วยงานของรัฐเองก็ยังไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์การบูรณาการการดำเนินงานกันและกันอย่างแท้จริง ก็ยิ่งทำให้การปัญหาของรัฐไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้เท่าที่ควร นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หนทางแก้ปัญหาของรัฐตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาน่าจะไม่ใช่หนทางไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ หากแต่จะต้องคิดใหม่ ทำใหม่อย่างขนานใหญ่อันเป็นก้าวใหม่สู่หนทางใหม่ที่ดีกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะที่เคยทำมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างที่คาดหวัง แนวร่วมขบวนการแห่งนี้ก็มีมากขึ้นอย่างลับๆ ชี้ชัดจากกรณีการก่อเหตุร้ายส่งท้ายปี 2565 พร้อมกัน 5 จุด ในพื้นที่ปัตตานี เกิดขึ้นอย่างอหังการ์และหลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอย ทั้งยังบ่งบอกถึงการป้องกันเหตุร้ายของเจ้าหน้าที่รัฐที่ยังไม่เท่าทันกลุ่มติดอาวุธของขบวนการอย่างแท้จริง เหล่านั้นคือสัญญาณเตือนว่า ศักราชใหม่ รัฐต้องเร่งทบทวนงานการแก้ปัญหาเหล่านี้ใหม่ด้วยหนทางใหม่ที่จะก้าวเดินกันใหม่ที่ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา        
เสือตัวที่ 6 |

ศักยภาพของรัฐ

เสือตัวที่ 6 ความเป็นจริงแล้ว ความเป็นรัฐไทยนั้นมีศักยภาพเหนือกว่าศักยภาพของบรรดาคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยหลายขุมในทุกด้านอย่างเทียบกันไม่ติด ด้วยความเป็นรัฐขนาดใหญ่ที่มีพลังอำนาจของชาติในทุกด้านในระดับประเทศ อาทิ ศักยภาพ ด้านเศรษฐกิจทั้งประเทศเองและศักยภาพด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ ที่มีความต่างชั้นกัน กับขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มนี้อย่างเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งศักยภาพของรัฐเหล่านั้น เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำรงอยู่ของความเป็นสังคมประเทศอย่างชัดเจน ด้วยพื้นที่ใดก็ตามหากไม่มีจำนวนเงินงบประมาณที่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาและพัฒนาการสร้างสรรค์ความเจริญด้านต่างๆ ให้กับคนในพื้นที่แห่งนั้นก็ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขตามต้องการจนไม่สามารถดำรงความเป็นรัฐอยู่ได้อย่างแน่นอน นอกจากนั้น หากคนในพื้นที่ใดเกิดปัญหา ย่อมต้องอาศัยขีดความสามารถของรัฐหรือที่เรียกกันว่าศักยภาพของรัฐของพวกเขา มาช่วยบรรเทาหรือแก้ปัญหาความทุกข์ยากจากภัยคุกคามเหล่านั้นให้บรรเทา เบาบางลงจนหมดสิ้นไป นำความเป็นปกติสุขในการดำเนินชีวิตประจำวันกลับมาสู่ผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ได้ในที่สุด และด้วยศักยภาพของความเป็นรัฐที่ทุกองคาพยพของรัฐไทยกำลังดำเนินการเพื่อบรรเทาภัยธรรมชาติจนเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ปลายด้ามขวานอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดให้พี่น้องในพื้นที่ปลายด้ามขวานทั้งหลายได้เห็นแล้วว่า ฝ่ายใดกันแน่ระหว่างคนของรัฐไทยกับกลุ่มคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาที่กำลังถาโถมเข้าสู่คนในพื้นที่เหล่านั้นให้ลุล่วงไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ฝ่ายใดกันแน่ที่สามารถพึ่งพาได้ในยามที่พี่น้องในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฝ่ายใดกันแน่ระหว่างคนของรัฐไทยกับกลุ่มคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน ที่เป็นตัวหลักที่มีศักยภาพพร้อมในการเข้ามาดำเนินการได้อย่างหลากหลายรอบด้าน เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาความเป็นอยู่จนสามารถสนองตอบความต้องการของพี่น้องในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปรากฏการณ์ที่ยืนยันได้ว่าศักยภาพของความเป็นรัฐของไทยเราเองต่างหากที่มีเหนือกว่าบรรดา นักวาดฝันของขบวนการแบ่งแยกผู้คนปลายด้ามขวานแห่งนี้ ก็คือ สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้ ที่สร้างความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแสนสาหัส จากมรสุมที่ถาโถมเข้าใส่ทำให้เกิด   น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งพื้นที่เกษตรกรรม สถานศึกษา ถนนหนทาง พื้นที่ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนในวงกว้าง อาทิ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี ได้รับผลกระทบกว่า 64,215 ครัวเรือน ร่วมๆ 3 แสนคน จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย บาดเจ็บแล้วจำนวนหนึ่ง ผู้อพยพกว่า 3 ร้อยครัวเรือน 1,047 คน โรงเรียนได้รับผลกระทบกว่า 300 แห่ง วัด 24 แห่ง/มัสยิด 47 แห่ง พื้นที่ทางการเกษตรกว่า 300 ไร่ ถนน 12 สาย ดินสไลด์ 6 แห่ง และสถานการณ์ขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหารวมถึงการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังจากปัญหาน้ำท่วมให้การดำรงชีวิตที่เป็นปกติโดยเร็วด้วยศักยภาพของรัฐที่พร้อมดูแลพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในแห่งหนตำบลใดของประเทศ รัฐพร้อมให้การดูแลแก้ไขและพัฒนาความเป็นอยู่อย่างทัดเทียมกัน เหล่านี้คือความเป็นจริงที่ประจักษ์ชัดอย่างเป็นรูปธรรมสามารถจับต้องสัมผัสได้โดยตรง พี่น้องในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ก็สามารถซึมซับการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาความเป็นอยู่ให้คนในพื้นที่ได้แล้วมาอย่างยาวนาน และอุทกภัยน้ำท่วมอันเป็นภัยธรรมชาติที่ถาโถมเข้าใส่คนในพื้นที่แห่งนี้ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชี้ชัดว่า ฝ่ายรัฐนั้นมีศักยภาพในการดูแลช่วยเหลือและพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับคนในพื้นที่แห่งนี้ที่เหนือกว่ากลุ่มคนในขบวนการร้ายแห่งนี้ที่ได้แต่วาดฝันในการเป็นอิสระในการปกครองตัวเองของคนในพื้นที่โดยที่ไม่มีศักยภาพในทางสร้างสรรค์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย ในทางตรงข้าม รัฐได้ใช้ศักยภาพระดับประเทศเข้าช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและทันท่วงที โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ อาทิ กองทัพภาคที่ 4 หน่วยนาวิกโยธิน เร่งระดมสรรพกำลังเต็มศักยภาพเข้าช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยและระบายน้ำท่วมขัง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเตรียมพร้อมเข้าฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ตลอดจนการทำมาหาเลี้ยงชีพของคนในพื้นที่ให้กลับสู่ความเป็นปกติสุขโดยเร็ว เหล่านี้คือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ ได้ประสบพบเจอด้วยตนเองอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้จริงครั้งแล้วครั้งเล่า ปรากฏการณ์เหล่านั้นจนถึงวันนี้และในอนาคตเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่า การเป็นพี่น้องร่วมชาติในผืนแผ่นดินแห่งนี้ด้วยกันนั้น จะเป็นประโยชน์ที่ทุกชีวิตในดินแดนแห่งนี้จะได้รับร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โลกใหม่ในปีใหม่ 2566 และปีไหนๆ ในอนาคต ก็ต้องอาศัยศักยภาพอันเข้มแข็งของความเป็นรัฐเพื่อประโยชน์ของคนในผืนแผ่นดินนี้อยู่นั่นเอง  
เสือตัวที่ 6 |

สู้กลับเชิงยุทธศาสตร์

เสือตัวที่ 6 ในขณะที่กลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ เพื่อแยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองในพื้นที่ปลาย ด้ามขวานที่เรียกตัวเองว่า กลุ่ม BRN นั้น ใช้ต่อสู้กับรัฐในระดับยุทธศาสตร์เป็นสำคัญ โดยแกนนำนักคิดของขบวนการยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เดินสองขาอย่างเข้มแข็งด้วยการส่งต่อแนวคิด แปลกแยกแตกต่างกับรัฐในทุกรูปแบบให้เกิดกับคนรุ่นใหม่ในทุกเวทีที่เป็นไปได้ พร้อมทั้งการคงหล่อเลี้ยงความคิดต่างจนถึงขั้นเกลียดชังรัฐอย่างสุดโต่งต่อไปทั้งในชุมชนและขยายวงกว้างออกไปยังพื้นที่อื่นๆ ของรัฐอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ในขาที่หนึ่งนั่นคือการต่อสู้ทางการเมือง หรือการต่อสู้ทางความคิดที่จำเป็นต้องสร้างกลุ่มคนให้เป็นแนวร่วมการต่อสู้ทางความคิดในทุกรูปแบบกับรัฐ อย่างเข้มข้น ในขณะที่ยุทธศาสตร์การต่อสู้ด้วยอาวุธและความรุนแรงก็ยังคงเข้มข้นในทุกโอกาสที่อำนวยอันเป็นขาอีกข้างหนึ่งที่ยังคงเดินคู่ขนานกับการสั่งสมบ่มเพาะหล่อเลี้ยงความคิดต่างจากรัฐอยู่อย่างประสานสอดรับกันระหว่างการบ่มเพาะและหล่อเลี้ยงความเห็นต่างกับการต่อสู้ด้วยความรุนแรงอย่างลงตัว ในขณะที่กลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้กำลังให้ความสำคัญไปกับการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างเข้มข้นทั้งการต่อเติมและหล่อหลอมความคิดแปลกแยกจากรัฐควบคู่กับการใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธ สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในทุกรูปแบบตามแต่โอกาสจะอำนวย ด้วยการใช้สิ่งของเครื่องใช้ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันที่รัฐป้องกันได้ยาก อาทิ ถังแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะ หรือสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ ในการประกอบอาวุธทำลายล้างเป้าหมายของรัฐได้ หรือแม้กระทั่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ลอบโจมตีและช่วงชิงไปจากเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายต่างๆ และนำมาใช้ ก่อเหตุร้ายต่อเป้าหมายที่เลือกแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า เหล่านี้คือยุทธศาสตร์การต่อสู้ด้วยอาวุธที่นักคิดแกนนำขบวนการสามารถฉกฉวยมาใช้ในการต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการแห่งนี้ นั่นคืออิสระการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ในรูปแบบหรือวิถีที่กลุ่มตนต้องการ โดยแกนนำขบวนการระดับนักคิดได้ผลิตชุดความรู้หรือชุดความคิดเพื่อต่อสู้ทางความคิดในทุกเวทีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวทีพูดคุยสันติสุขหรือเจรจาสันติภาพในระดับตัวแทนของรัฐ หรือจะเป็นเวทีสาธารณะทั่วไป ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ โดยที่ชุดความรู้หรือชุดความคิดเหล่านั้นของขบวนการแห่งนี้ได้ถูกสรรค์สร้างมาจากนักคิดระดับนำของขบวนการเพื่อสร้างวาทะกรรมผ่านความคิดความเชื่อ ทางศาสนาที่ถูกเสริมแต่งให้เกิดความศรัทธา อันจะส่งผลให้ชุดความคิดความเชื่อเหล่านั้นมีน้ำหนักและเต็มไปด้วยตรรกะน่าเชื่อถือต่อกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น วาทะกรรมชุดความคิดข้างต้นถูกส่งผ่านสู่สาธารณะครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการเสริมแต่งคำสอนทางศาสนาอย่างแนบเนียน อาทิที่อ้างในอัลกุรอาน กล่าวไว้ว่า จงร่วมกันสนับสนุนเถิดในสิ่งที่เป็นความดีงามทั้งหลาย ซึ่งวาทะกรรมข้างต้นนี้ ได้ชี้ชัดถึงความดีงามที่ขบวนการกำลังเรียกร้องการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในที่นี้ว่าคือการต่อสู้เพื่อเอกราช วาทะกรรมดังกล่าวก็ได้สร้างความเห็นต่างจากรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนเป็นวงกว้าง อันเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับการบ่มเพาะชุดความเห็นต่างให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาทุกระดับ และแน่นอนว่า ขบวนการร้ายแห่งนี้ได้ดำเนินยุทธศาสตร์การต่อสู้ด้วยอาวุธ ด้วยอาวุธของรัฐละสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่รัฐไม่สามารถป้องกันได้โดยง่าย พร้อมๆ กับการต่อสู้ระดับยุทธศาสตร์ทางการเมืองระดับชาติทั้งการมุ่งให้มีการยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่และการตัดลดงบประมาณในหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นอุปสรรคของเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขบวนการนี้ไปพร้อมๆ กัน อันเป็นยุทธศาสตร์ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ที่ทรงพลังยิ่ง ดังนั้น รัฐไทยควรตระหนักรู้ในการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ของขบวนการแห่งนี้ และเร่งสู้กลับเชิงยุทธศาสตร์ต่อขบวนการแห่งนี้มากกว่าการต่อสู้ระดับยุทธวิธีหรือระดับปฏิบัติการซึ่งไม่สามารถเอาชนะการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ได้ ด้วยการเร่งสกัดกั้นการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกในสถานศึกษาทุกประเภทและทุกระดับอย่างจริงจังเชิงยุทธศาสตร์ สลายโครงสร้างการหล่อเลี้ยงแนวคิดสุดโต่งในชุมชนและพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พร้อมๆ กับการเร่งผลิตชุดความรู้ความคิดของฝ่ายรัฐให้เข้มแข็งควบคู่กับการจัดนักต่อสู้ทางความคิดกับขบวนการที่เป็นมืออาชีพ ทัดเทียมกับนักต่อสู้ทางความคิดของขบวนการแห่งนี้โดยเร็ว รวมทั้งใช้การต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานศึกษาของรัฐเพื่อนำสังคมพหุวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมด้วยจะคืนสภาพการมาเรียนรู้ร่วมกันของเด็กและเยาวชนต่างศาสนามาใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่ในวัยเด็กให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ควบคู่กับการต่อสู้ด้วยอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ ด้วยการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างจริงจัง อาทิ การควบคุมการจำหน่ายแก๊สหุงต้มและการให้ใช้ถังแก๊สหุงต้มแบบพลาสติกเท่านั้น  การควบคุมสิ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกประเภทที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นอาวุธในการ ก่อเหตุร้ายได้อย่างเข้มงวด รวมทั้งการใช้มาตรการพิเศษเฉพาะพื้นที่ด้วยกฎหมายพิเศษเพื่อคงความคล่องตัวในการต่อสู้ด้วยอาวุธกับขบวนการในระดับยุทธศาสตร์ และมุ่งเอาชนะกองกำลังติดอาวุธของขบวนการนี้ด้วยยุทธศาสตร์เอาชนะที่หมู่บ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การต่อสู้กับขบวนการแห่งนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทัดเทียมกับฝ่ายขบวนการ ที่ใช้การต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์กับรัฐอย่างเข้มข้น เพราะการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ต้องใช้การสู้กลับเชิงยุทธศาสตร์ จึงจะสามารถต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแท้จริง
เสือตัวที่ 6 |

สู้เชิงยุทธศาสตร์

เสือตัวที่ 6 กลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ เพื่อแยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองในพื้นที่ปลายด้ามขวานที่เรียกตัวเองว่า กลุ่ม BRN นั้น ไม่ได้ต่อสู้กับรัฐในระดับเล็กๆ หรือระดับปฏิบัติการในพื้นที่สู้รบตามที่นักการทหารเรียกกันว่าระดับยุทธวิธีอย่างเป็นสำคัญเท่านั้น หากแต่แกนนำขบวนการต่อต้านรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้กำลังให้ความสำคัญไปกับการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐระดับยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้น เพื่อบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการแห่งนี้ นั่นคืออิสระการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ในรูปแบบหรือวิถีที่กลุ่มตนต้องการ โดยแกนนำขบวนการระดับนักคิดได้ผลิตชุดความรู้หรือชุดความคิดเพื่อต่อสู้ทางความคิดในทุกเวทีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเวทีพูดคุยสันติสุขหรือเจรจาสันติภาพในระดับตัวแทนของรัฐ หรือจะเป็นเวทีสาธารณะทั่วไปทั้งในระดับพื้นที่และระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ โดยที่ชุดความรู้หรือชุดความคิดเหล่านั้นของขบวนการแห่งนี้ได้ถูกสรรค์สร้างมาจากนักคิดระดับนำของขบวนการเพื่อสร้างวาทะกรรมผ่านความคิดความเชื่อทางศาสนาอันจะส่งผลให้ชุดความคิดความเชื่อเหล่านั้นมีน้ำหนักมากขึ้นและเต็มไปด้วยตรรกะน่าเชื่อถือ พร้อมกับการส่งผ่านวาทะกรรมชุดความคิดความเชื่อที่ทรงพลังเหล่านั้นไปยังทุกเวทีข้างต้นอย่างสอดประสาน ทั้งยังก้าวนำการต่อสู้ทางความคิดกับกลุ่มคนของรัฐได้ในทุกเวทีอย่างทรงพลังยิ่ง นั่นคือการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางความคิดของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ยังคงก้าวล้ำนำหน้าชุดความคิดความเชื่อของฝ่ายรัฐไปหลายก้าว การต่อสู้ทางความคิดที่ฝ่ายขบวนการใช้เป็นยุทธศาสตร์ด้านหนึ่งของพวกเขามีความเข้มแข็งและเต็มไปด้วยเหตุผลตรรกะทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่ถูกส่งผ่านมาทางความเชื่อทางศาสนาอย่างกลมกลืนจนยากที่ฝ่ายรัฐจะเข้าไปโต้แย้งหรือให้เหตุผลในแง่มุมอื่นๆ ได้อย่างมีน้ำหนัก โดยผ่านกระบวนการบ่มเพาะทางความคิดต่างจนนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นจนเป็นความเกลียดชังให้เกิดขึ้นต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาระดับเล็กไปจนถึงสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ตลอดจนการคงการหล่อเลี้ยงความเห็นต่างและเกลียดชังไปยังพี่น้องในหมู่บ้านชุมชนให้คงความคิดความเชื่อที่เป็นปรปักษ์กับรัฐอย่างคงเส้นคงวา วาทกรรมชุดความคิดข้างต้นถูกส่งผ่านสู่สาธารณะครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านแกนนำขบวนการแห่งนี้ที่ว่าการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากการมีส่วนร่วมให้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะจากประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นเอกภาพ และการร่วมกันสืบทอดเจตจำนงการต่อสู้ของหมู่สูเจ้าทั้งหลายอย่างทรงพลัง ดังอัลกุรอานกล่าวไว้ว่า จงร่วมกันสนับสนุนเถิดในสิ่งที่เป็นความดีงามทั้งหลาย ซึ่งวาทะกรรมข้างต้นนี้ ได้ชี้ชัดถึงความดีงามที่ขบวนการกำลังเรียกร้องการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในที่นี้ว่าคือการต่อสู้เพื่อเอกราช วาทะกรรมดังกล่าวก็ได้สร้างความเห็นต่างจากรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนเป็นวงกว้าง อันเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับการบ่มเพาะชุดความเห็นต่างให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ทุกระดับข้างต้น และแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการต่อสู้ทางความคิดด้วยชุดความคิดความเชื่อที่ถูกสร้างมาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสอดประสานกันอย่างกลมกลืน  ในทุกพื้นที่ทุกมิติ เพื่อความพร้อมที่จะต่อสู้ทางความคิดในทุกเวทีและทุกโอกาสที่เกิดขึ้น อันเป็นยุทธศาสตร์ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ที่ทรงพลังยิ่ง ควบคู่กับการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างเข้มข้นกับรัฐ อันเป็นการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์อีกด้านหนึ่งที่ขบวนการยังคงใช้เป็นแนวทางให้ได้มาซึ่งอิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่แห่งนี้อยู่ต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อสอดรับกับการต่อสู้ทางความคิดข้างต้น พร้อมกับเป็นการกดดันการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐจนรัฐต้องยอมจำนนต่อการให้อิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ตามรูปแบบที่ขบวนการนี้ต้องการในที่สุด การลอบวางระเบิดขนาดใหญ่ก่อเหตุร้ายติดๆ กันถึงสองครั้ง สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และล่าสุดได้ลอบระเบิดซ้ำลูกสองบริเวณรางรถไฟห่างจากจุดระเบิดลูกแรกที่ขบวนรถสินค้าที่ 707 เพียง 3 วัน จนทำให้มีเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 3 ราย และมีบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 4 ราย เพื่อต้องการทำลายความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงของรัฐ หนุนเสริมการเจรจาสันติสุขในกระบวนการต่อสู้ทางความคิดให้รัฐยอมจำนนตามเป้าหมายที่ขบวนการต้องการ         ปรากฏการณ์นี้ชี้ชัดว่ากลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ใช้การต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์เป็นสำคัญนั่นคือการหล่อหลอมบ่มเพาะความเห็นต่างจนขยายไปสู่ความเกลียดชังกับคนต่างความเชื่อในสถานศึกษาทุกระดับ ควบคู่กับหล่อเลี้ยงความเห็นต่างของคนในหมู่บ้านชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมๆ กับการต่อสู้ด้วยอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถหล่อเลี้ยงศักยภาพในการต่อสู้ด้วยอาวุธให้เข้มแข็งและหลากหลายเป้าหมาย  โดยใช้อาวุธของรัฐเองและสิ่งอุปกรณ์ประจำวันของคนในพื้นที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการได้มาซึ่งอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุร้ายได้อย่างแนบเนียนและเหลือเชื่อ ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐ ยังก้าวไม่ทันการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ เพราะยังคงติดกับดักการต่อสู้ในระดับปฏิบัติการทางยุทธวิธีที่ไม่สามารถระงับยับยั้งการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
เสือตัวที่ 6 |

โต้กลับยุทธศาสตร์เดินสองขา

เสือตัวที่ 6 เป็นที่ยืนยันแน่ชัดแล้วว่ากลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ เพื่อแยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองในพื้นที่ปลายด้ามขวานที่เรียกตัวเองว่า กลุ่ม BRN กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เดินสองขาอย่างเข้มข้น เพื่อบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการแห่งนี้ นั่นคืออิสระการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ในรูปแบบที่กลุ่มตนต้องการ โดยแกนนำขบวนการระดับนักคิดได้ผลิตชุดความรู้หรือชุดความคิดเพื่อต่อสู้ทางความคิดในทุกเวทีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเวทีพูดคุยสันติสุขหรือเจรจาสันติภาพในระดับตัวแทนของรัฐ หรือจะเป็นเวทีสาธารณะทั่วไปทั้งในระดับพื้นที่และระดับนานาชาติผ่านองค์กรเอกชน (NGO) และองค์กรระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ โดยที่ชุดความรู้หรือชุดความคิดเหล่านั้นของขบวนการแห่งนี้ได้ถูกสรรค์สร้างมาจากนักคิดระดับนำของขบวนการเพื่อสร้างวาทะกรรมอันมีน้ำหนัก เต็มไปด้วยตรรกะน่าเชื่อถือ ความพร้อมในการส่งผ่านวาทะกรรมชุดความคิดเหล่านั้นไปยังทุกเวทีข้างต้นอย่างสอดประสาน ทั้งยังก้าวนำการต่อสู้ทางความคิดกับกลุ่มคนของรัฐได้ในทุกเวทีอย่างทรงพลังยิ่ง นั่นคือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขาข้างหนึ่งซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางความคิดของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ฝ่ายรัฐยังแสวงหาหนทางในการก้าวให้ทันการต่อสู้ทางความคิดของขบวนการได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร การต่อสู้ทางความคิดที่ฝ่ายขบวนการใช้เป็นขาข้างหนึ่งของยุทธศาสตร์เดินสองขาของพวกเขามีความเข้มแข็งและเต็มไปด้วยเหตุผลตรรกะทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่ถูกส่งผ่านมาทางความเชื่อทางศาสนาอย่างกลมกลืนจนยากที่ฝ่ายรัฐจะเข้าไปโต้แย้งหรือให้เหตุผลในแง่มุมอื่นๆ ได้อย่างมีน้ำหนัก วาทะกรรมชุดความคิดข้างต้นถูกส่งผ่านสู่สาธารณะครั้งแล้วครั้งเล่า อาทิ บุคคลหนึ่งที่มีบทบาทบนโต๊ะการเจรจาสันติภาพ เขากล่าวตอนหนึ่งว่า เพราะเหตุใดอัลกุรอานและซุนนะห์จึงเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญที่สุดของ BRN กล่าวคือ สิ่งที่อยู่เหนือกว่า BRN ในเชิงโครงสร้างหรือเหนือกว่าหน่วยเหนือใดๆ ทั้งสิ้น หรือเหนือกว่าผู้นำขององค์กรนำทั้งหมดก็คืออัลกุรอานและซุนนะห์ นั่นเอง และเมื่อใดที่มีการขัดแย้งกันในหมู่สูเจ้า พวกเจ้าจงหันกลับไปยังอัลกุรอานและซุนนะห์ หากว่าพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮและวันแห่งโลกหน้า ทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงควรกลับไปยังอัลลอฮและรอซูลอัลกุรอานและซุนนะห์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องลบล้างความรู้สึก Racialism (การเหยียดเชื้อชาติ) ให้จงได้ ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มาจากความคลั่งไคล้สุดโต่งในกลุ่มชาติพันธุ์ของตัวเองจนเกินไปเบียดเบียนหยามเหยียดกลุ่มชาติพันธุ์อื่น บุคคลท่านนี้ยังอ้างว่า ทุกความขัดแย้งล้วนแล้วมาก Racialism(การเหยียดเชื้อชาติ) แกนนำขบวนการแห่งนี้ยังสรุปสาระสำคัญอย่างน่าสนใจว่าการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากการมีส่วนร่วมให้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะจากประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นเอกภาพ และการร่วมกันสืบทอดเจตจำนงการต่อสู้ของหมู่สูเจ้าทั้งหลายอย่างทรงพลัง ดังอัลกุรอานกล่าวไว้ว่า จงร่วมกันสนับสนุนเถิดในสิ่งที่เป็นความดีงามทั้งหลาย ซึ่งหากพิจารณาข้อความตามวาทะกรรมข้างต้นนี้หาได้ชี้ชัดถึงความดีงามที่ขบวนการกำลังเรียกร้องการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในที่นี้ว่าคือการต่อสู้เพื่อเอกราชแต่อย่างใด แต่กระนั้น วาทะกรรมดังกล่าวก็ได้สร้างความเห็นต่างจากรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง และแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนการต่อสู้ทางความคิดด้วยชุดความรู้ที่ถูกสร้างมาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเพื่อความพร้อมที่จะต่อสู้ทางความคิดในทุกเวทีและทุกโอกาสที่เกิดขึ้น อันเป็นขาข้างหนึ่งของยุทธศาสตร์เดินสองขาของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ที่ทรงพลังยิ่ง ควบคู่กับการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างเข้มข้นกับรัฐ อันเป็นยุทธศาสตร์เดินสองขาอีกด้านหนึ่งที่ขบวนการยังคงใช้เป็นแนวทางให้ได้มาซึ่งอิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่แห่งนี้อยู่ต่อไปอย่างเข้มข้น แม้ว่าจะหลอกล่อด้วยประกาศตามความเห็นร่วมกับผู้แทนฝ่ายรัฐในเวทีการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมาเพื่อแสดงความตั้งใจจริงในการแสวงหาสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ว่า กลุ่ม BRN ตกลงที่จะลดการปฏิบัติการทางทหารลงให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะในช่วงที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขกำลังเดินหน้าไป โดย การลอบวางระเบิดขนาดใหญ่ก่อเหตุร้ายติดๆ กันถึงสองครั้ง สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก และล่าสุดขบวนการร้ายแห่งนี้ได้ลอบวางระเบิดรถไฟขบวนรถสินค้าที่ 707 (ชุมทางหาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์) ซึ่งบรรทุกยางพารา ตกราง 10 ตู้ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อต้องการทำลายความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงของรัฐ หนุนเสริมการเจรจาสันติสุขในกระบวนการต่อสู้ทางความคิดให้รัฐยอมจำนนตามเป้าหมายที่ขบวนการต้องการ         ปรากฏการณ์นี้ชี้ชัดว่ากลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงใช้ยุทธศาสตร์เดินสองขา ใช้การเจรจาพูดคุยต่อสู้ทางความคิดไป สู้รบไปอย่างเข้มข้น ดังนั้น หนทางที่หน่วยงานภาครัฐควรตระหนักและเร่งรัดขับเคลื่อนให้ทันกับย่างก้าวในการต่อสู้ครั้งนี้คือ เร่งแสวงหาชุดความคิดหรือชุดความรู้ที่จะใช้ในการต่อสู้ทางความคิดกับชุดความคิดของขบวนการอย่างเข้มแข็งและเป็นเอกภาพ พร้อมที่จะใช้ชุดความรู้หรือชุดความคิดเหล่านี้ในทุกเวทีและทุกโอกาสที่เกิดขึ้น ควบคู่กับการเร่งพัฒนาทักษะการต่อสู้ด้วยอาวุธกับขบวนการในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าการต่อสู้ในการป้องกันไล่ล่าทางยุทธวิธี เพราะนี่คือหนทางแห่งความสำเร็จของรัฐ ด้วยการโต้กลับยุทธศาสตร์เดินสองขาของขบวนการที่มีความสมน้ำสมเนื้อ      
เสือตัวที่ 6 |

ยืนยันยุทธศาสตร์

เสือตัวที่ 6 การพยายามเดินหน้าตามยุทธศาสตร์แยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองในพื้นที่ปลายด้ามขวานที่เรียกตัวเองว่า กลุ่ม BRN ยังคงเข้มข้นในการต่อสู้ทั้งการต่อสู้ทางความคิดอย่างกว้างขวางทุกเวที ที่มีขึ้น คู่ขนานกับการสู้รบด้วยด้วยอาวุธเพื่อสร้างความรุนแรงให้เป็นตัวเร่งให้การพูดคุยบนโต๊ะเจรจา มีความได้เปรียบเชิงอำนาจต่อรองเหนือผู้แทนของรัฐอย่างเห็นได้ชัด ปรากฏการณ์ช่วงหลังมานี้ มีการสร้างความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สร้างความสูญเสียถึงชีวิตของคนระดับผู้นำหน่วยกำลังติดอาวุธของรัฐ ทั้งระดับร้อยเอกของกองทัพบกจากการลอบวางระเบิดขนาดใหญ่ข้างทาง และร้อยตำรวจเอกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากการลอบโจมตีแฟลตที่พักตำรวจและครอบครัวที่ จ.นราธิวาสเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการเสียชีวิตไป 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ควบคู่กับการยังคงเดินหน้าตามแนวทางการพูดคุยสันติสุขกับตัวทนรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ที่การพูดคุยสันติสุขที่กำลังเกิดขึ้นนี้ได้สร้างความหวังให้คนของรัฐตั้งแต่ระดับนโยบายลงมาจนถึงระดับปฏิบัติที่คาดหวังว่าจะเป็นทางออกของความขัดแย้งและนำสันติสุขมาสู่คนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง หากแต่แท้ที่จริงแล้ว ยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชในการปกครองกันเองของขบวนการร้ายแห่งนี้ หาได้ลดราวาศอกในการต่อสู้กับรัฐไม่ ในทางกลับกัน ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐกลุ่มนี้ ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ด้วยการขับเคลื่อนคู่ขนานเดินหน้าสองขาเพื่อบรรลุเป้าหมายปลายทางสุดท้ายดังกล่าวอย่างเข้มข้น ตามที่แกนนำกลุ่ม BRN เคยส่งสารผ่านสื่อต่างๆ ตอกย้ำยุทธศาสตร์เดินสองขามาตลอดเพื่อบรรลุชัยชนะ โดยมีใจความสำคัญว่า เจตจำนงของ กลุ่ม BRN ไม่ได้มุ่งเอาชนะทางทหารหรือด้วยกำลังอาวุธเพียงอย่างเดียว หากแต่มุ่งเอาชนะทางการเมืองเป็นหลักนั่นก็คือการชนะทางความคิดของคนระดับนำในเวทีการพูดคุยสันติสุขไปด้วย ด้วยการต่อสู้ทางความคิดในกระบวนการพูดคุยที่กำลังมีขึ้น อันจะนำมาซึ่งชัยชนะตามแนวทางสันติวิธี สาระสำคัญของยุทธศาสตร์เดินสองขาได้ถูกตอกย้ำผ่านการแถลงการณ์ของ ดร.นิกมะตุลเลาะห์ บิน สือรี โฆษกคณะเจรจาสันติภาพขบวนการ BRN ที่กล่าวตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ได้มีการจัดตั้ง BRN ขึ้นมานั้น BRN ก็ได้เลือกแนวทางการต่อสู้ด้วยยุทธศาสตร์สองขาเรื่อยมาก็คือ สู้รบแล้วก็เจรจาพูดคุย เจรจาพูดคุยแล้วก็สู้รบ BRN ใช้ยุทธศาสตร์นี้ตลอดมา และการญีฮาด (ความมุ่งมั่นพยายามถึงที่สุด) นั้นจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อจนถึงวันสิ้นโลก ซึ่งการญีฮาดนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นการสู้รบด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว การพูดคุยเพื่อสันติภาพก็เป็นการญีฮาดอย่างหนึ่ง ดังนั้น หากว่าต้องการจะสร้างสันติภาพ ก็จะต้องสู้รบด้วยเหตุนี้ ขบวนการแห่งนี้จึงได้มีการเจรจาสันติภาพควบคู่ต่อสู้อย่างเข้มข้นของพวกเขาตลอดมา การสูญเสียนายทหารระดับร้อยเอกของกองทัพบกจากการลอบวางระเบิดของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในขบวนการร้ายแห่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ชป.ฉก.นราธิวาส เดินทางโดยรถยนต์ เพื่อเข้าสนับสนุนตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มยิงราษฎรหาของป่า บริเวณที่เกิดเหตุ บนถนนสายชนบท บ้านไอร์กรอส หมู่ที่ 6 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ตามมาด้วยการสูญเสียร้อยตำรวจเอกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเวลาไล่เลี่ยกันจากการลอบโจมตีด้วยระเบิดรถยนต์ที่มีเป้าหมายการทำลายล้างขนาดใหญ่ถึงอาคารที่พักของข้าราชการตำรวจและครอบครัว จึงยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า ขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์เดินสองขา ทั้งการพูดคุยและการสู้รบอย่างเข้มข้นจริงจังตลอดมา โดยเฉพาะล่าสุดที่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธหาญกล้านำพารถยนต์ติดตั้งระเบิดขนาดใหญ่เข้าไปจอดทิ้งไว้หมายทำลายอาคารที่พักพร้อมๆ กับผู้คนอีกหลายชีวิตที่กำลังพักอาศัยอยู่บนแฟลตแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน ได้บ่งบอกว่า กลุ่มกองกำลังติดอาวุธของขบวนการใช้จังหวะโอกาสที่เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่อาจลดความเข้มงวดในการระมัดระวังการก่อเหตุโจมตีลักษณะนี้ลง ด้วยสถานการณ์การพูดคุยสันติสุขที่กำลังเดินหน้าไปด้วยบรรยากาศที่มีความหวังมากขึ้นนั้น เข้าปฏิบัติการร้ายเพื่อหวังปลุกขวัญกำลังใจในการสู้รบของบรรดาสมาชิกและแนวร่วมขบวนการแห่งนี้หลังจากอาจตกต่ำลงจากการปิดล้อมไล่ล่าของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ประกอบกับเพิ่มอำนาจการต่อรองในการพูดคุยสันติสุขกับรัฐให้คงความเหนือกว่าบนโต๊ะเจรจาที่จะส่งผลให้การพูดคุยเจรจาต่อรองกับรัฐ เป็นประโยชน์ต่อขบวนการร้ายแห่งนี้มากที่สุด และนอกจากเพื่อเป้าหมายทางการเมืองแล้ว ยังเป็นช่องทางในการสื่อสารอย่างสอดประสาน หนุนเสริมให้กองกำลังติดอาวุธ สามารถปฏิบัติการก่อเหตุร้ายได้อย่างสะดวกขึ้นจากการลดความเข้มของเจ้าหน้าที่รัฐในการระมัดระวังเหตุร้าย ด้วยเข้าใจว่า BRN ลดปฏิบัติการทางทหารตามข้อตกลงร่วมแล้ว หากแต่แท้ที่จริงแล้ว กลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังใช้ขาอีกข้างหนึ่งเดินหน้าการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างรุนแรงแข็งกร้าวในทุกโอกาสที่ทำได้อย่างคู่ขนาน อันเป็นการหนุนเสริมให้การพูดคุยเจรจาของขบวนการแห่งนี้ ทรงพลังมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ตามกรอบคิด พูดคุยไปแล้วก็สู้รบไป  สู้รบไปแล้วก็เจรจาไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเมื่อใดก็เมื่อนั้น เพราะขบวนการเชื่อว่าสันติภาพและชัยชนะของขบวนการไม่ได้มาด้วยการร้องขอ หากแต่ต้องได้มาด้วยการช่วงชิงและการให้เอกราชคืนดินแดนของพวกเขามาด้วยการยอมจำนนของผู้ยึดครองเท่านั้น เหล่านี้นับเป็นการยืนยันกรอบคิดในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การต่อสู้กับรัฐแบบเดินสองขา เพื่อแยกตัวเป็นรัฐอิสระตามเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการอย่างเข้มข้น                  
เสือตัวที่ 6 |

แนวร่วมสองแบบ

เสือตัวที่ 6 กระบวนการสร้างความขัดแย้งจนขยายวงบานปลายไปสู่ความเกลียดชังระหว่างคนในพื้นที่กับคนถิ่นอื่นที่มีความแตกต่างทางความคิดความเชื่อในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างเข้มแข็งมั่นคงเป็นหนึ่งเดียว แม้ในบางจังหวะเวลาจะดูประหนึ่งว่า มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มต่างๆ ในขบวนการร้ายแห่งนี้จนคล้ายกับว่าไม่เป็นหนึ่งเดียวกันในสายตาของคนนอกขบวนการ หากแต่ว่า เป็นที่แน่ชัดว่าแต่ละกลุ่มจะมีความนิยมชมชอบวิถีการต่อสู้กับรัฐที่แตกต่างกันบ้างแต่ในที่สุดต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันอย่างแน่วแน่ว่า ต้องมีอิสระในการปกครองดูแลกันเองของคนในพื้นที่อย่างเป็นเอกภาพ ด้วยยุทธศาสตร์ที่แกนนำนักคิดของขบวนการได้สั่งสมบ่มเพาะกลยุทธ์พัฒนาการการต่อสู้กับรัฐมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี ในขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐต่างสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าสู่กระบวนการต่อสู้เป็นห้วงเวลาตามระบบราชการของรัฐ ส่งผลให้ความลุ่มลึกในยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธีการต่อสู้กับขบวนการแห่งนี้มีความต่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญคือ ความเหลื่อมกันของชุดความคิดความเชื่อของคนต่างรุ่นเหล่านั้น ก่อให้เกิดการ    คัดง้างทางความคิดความเชื่อ จนนำไปสู่ความอ่อนแอในวิถีการต่อสู้ของรัฐกับขบวนการให้ต้องอ่อนกำลังลงอย่างน่าเสียดาย ความเห็นต่างทางความคิดและความเชื่อในหนทางการต่อสู้กับขบวนการร้ายแห่งนี้ที่ไม่มีความหวังในการหลอมรวมความคิดเหล่านั้นให้เป็นแนวทางเดียวกันได้ และทำให้บุคลากรทั้งหลายของรัฐเหล่านั้นตกเป็นแนวร่วมของขบวนการร้ายแห่งนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะต่างฝ่ายต่างเอาชนะทางความคิดซึ่งกันและกันจนทำให้แนวทางการต่อสู้ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ผลสุดท้ายของความต่างทางความคิดที่ไม่สามารถหาข้อสรุปเดียวกันได้ จึงเป็นประโยชน์ของฝ่ายขบวนการในที่สุด วิธีคิดของคนรุ่นเก่าที่ปลดระวางในยุทธจักรการต่อสู้กับขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงติดกับดักของชุดความรู้ความคิดที่ล้าหลังเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่คนรุ่นปัจจุบันจนถึงคนรุ่นใหม่ในแวดวงหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ ยังคงต่อไม่ติดกับชุดความรู้ที่มีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพของโจทย์ที่ฝ่ายนักคิดของขบวนการแห่งนี้สร้างขึ้นนั้น ไม่กระจ่างชัดเป็นภาพเดียวกันที่ทุกองคาพยพของรัฐจะต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างทรงพลัง ณ วันนี้ฝ่ายขบวนการได้มีการปรับเปลี่ยนวิถีการต่อสู้ทั้งในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ระดับหมู่บ้าน และระดับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้จากเป้าหมายสิทธิการกำหนดใจตนเอง ด้วยเงื่อนไขต่างๆ อาทิ การขัดแย้งด้วยอาวุธอย่างรุนแรง การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง การมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เป็นต้น เหล่านี้ที่เดินต่อไปไม่ได้ง่ายดายนัก ไปสู่ยุทธศาสตร์การได้เอกราชในการปกครองกันเองผ่านการยอมรับในเวทีกระบวนการพูดคุยสันติสุขหรือที่ฝ่ายขบวนการพยายามเรียกว่า กระบวนการเจรจาสันติภาพคู่ขนานกับการต่อสู้ทางความคิดในแวดวงวิชาการทุกระดับ รวมทั้งการต่อสู้ในเวทีระดับชาติที่เอื้อประโยชน์ทางนโยบายของรัฐ การต่อสู้เพื่อการยกเลิกมาตรการพิเศษของรัฐที่จำกัดการต่อสู้ของขบวนการให้อ่อนด้อยลง ตลอดจนการมุ่งตัดเงินงบประมาณในโครงการของรัฐที่จะบั่นทอนความเข้มแข็งในการต่อสู้ของขบวนการทั้งหลายผ่านกระบวนการการเมืองระดับชาติ ผ่านวาทะกรรมของขบวนการที่ว่าโครงการของฝ่ายความมั่นคงของรัฐเหล่านั้น ไม่ได้เกิดจากความต้องการของคนในพื้นที่ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนในพื้นที่ ซึ่งวาทะกรรมเหล่านั้น ล้วนถูกส่งผ่านทั้งวิธีโดยตรงและโดยอ้อมมาสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างแนบเนียนและเหนือชั้นยิ่ง     ในขณะที่ฝ่ายรัฐยังหาข้อสรุปให้เป็นแนวทางเดียวกันในการต่อสู้อย่างแท้จริงได้ หากแต่ฝ่ายขบวนการร้ายที่เป็นนักจัดตั้งแนวร่วมโดยตรง ยังคงเดินหน้าปลุกระดมหล่อหลอมบ่มเพาะความคิดที่เกลียดชังรัฐให้กับกลุ่มเป้าหมายของขบวนการได้อย่างทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาประเภทต่างๆ ในพื้นที่ ในชุมชนที่มุ่งให้เป็นแนวร่วมการต่อสู้ของขบวนการกับรัฐอย่างเข้มแข็ง สานต่ออุดมการณ์เชิงยุทธศาสตร์จากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายสุดท้ายที่ต้องการคืออิสระในการปกครองในรูปแบบที่กลุ่มตนวางไว้ในที่สุด ปรากฏการณ์ที่กองกำลังติดอาวุธของรัฐปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธ บนเชิงเขาบ้านไอร์ราฆอ หมู่ 5 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส หลังการข่าวแจ้งว่ามีกองกำลังติดอาวุธจำนวนหนึ่ง เคลื่อนไหวรวมตัวประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุร้ายในพื้นที่ และหลังจากปะทะกันพบว่ามีคนร้ายเสียชีวิต 1 คน กลุ่มคนร้ายสามารถใช้ความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ 2 คน ชี้ให้เห็นว่า ขบวนการร้ายแห่งนี้ ใช้การพูดคุยในกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น ควบคู่กับการใช้กำลังอาวุธเข้าทำลายล้างเมื่อโอกาสอำนวย พร้อมๆ กับการหล่อหลอมบ่มเพาะความคิดความเชื่อให้เกิดกับคนในพื้นที่สู่ความเกลียดชังรัฐ เป็นแนวร่วมสนับสนุนการต่อสู้กับรัฐอย่างเข้มแข็ง ด้วยการสนับสนุนทางลับของคนในชุมชนที่มีต่อกองกำลังติดอาวุธให้ดำรงอยู่ได้ในพื้นที่ป่าเขาใกล้ชุมชนหรือแม้แต่การหลบซ่อนปะปนซ่อนพรางอยู่กับคนทั่วไปในชุมชนอย่างกลมกลืน โดยมุ่งเป้าหมายหลักในขณะนี้ ด้วยการคงรักษาศักยภาพการต่อสู้ของขบวนการในทุกรูปแบบให้คงเข้มแข็งอย่างเข้มข้น ในขณะที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ มีพัฒนาการการต่อสู้ที่ต่อเนื่องคงเส้นคงวาอย่างเป็นเอกภาพ สร้างแนวร่วมการต่อสู้ในทุกมิติทั้งในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และระดับชุมชน สร้างแนวร่วมในการต่อสู้ทั้งยุทธศาสตร์การพูดคุยหรือการเจรจาสันติภาพ และการสู้รบด้วยอาวุธอย่างเข้มข้น สร้างแนวร่วมที่ตั้งใจให้เกิดโดยขบวนการแห่งนี้ และยุยงส่งเสริมให้เกิดแนวร่วมที่ไม่ตั้งใจโดยคนของรัฐในทุกระดับ ทั้งแนวร่วมที่ไม่ตั้งใจด้วยการขยายผลความเห็นต่างในความคิดความเชื่อในวิถีการต่อสู้ในคนของรัฐเอง การมุ่งให้เกิดการต่อสู้ในกระบวนการในระบบงบประมาณในโครงการของรัฐกันเองอันเป็นแนวร่วมที่ไม่ตั้งใจโดยไม่รู้ตัว ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในสงครามครั้งนี้ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ที่คงศักยภาพความเข้มแข็งในการต่อสู้ของขบวนการมาได้ทุกวันนี้ แท้จริงแล้ว ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการสนับสนุนจากแนวร่วมทั้งสองแบบคือ หนึ่งจากแนวร่วมที่ตั้งใจให้เกิดโดยขบวนการโดยตรง และสองจากแนวร่วมที่ไม่ตั้งใจของคนของรัฐเองที่ต่อสู้คัดง้างกันเองอย่างสุดลิ่มโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์                    
เสือตัวที่ 6 |

ยุทธศาสตร์เดินสองขา

เสือตัวที่ 6 ในขณะที่ กลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐ เพื่อแยกตัวเป็นอิสระในการปกครองกันเองในพื้นที่ปลายด้ามขวานที่เรียกตัวเองว่า กลุ่ม BRN ได้ประกาศตามความเห็นร่วมกับผู้แทนฝ่ายรัฐในเวทีการพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมาเพื่อแสดงความตั้งใจจริงในการแสวงหาสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ว่า กลุ่ม BRN ตกลงที่จะลดการปฏิบัติการทางทหารลงให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะในช่วงที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขกำลังเดินหน้าไป โดยแสดงเจตจำนงว่า กลุ่ม BRN ไม่ได้มุ่งเอาชนะทางทหารหรือด้วยกำลังอาวุธ หากแต่มุ่งเอาชนะทางการเมืองเป็นหลัก ด้วยการต่อสู้ทางความคิดในกระบวนการพูดคุยที่กำลังมีขึ้น อันจะนำมาซึ่งชัยชนะตามแนวทางสันติวิธี แต่กระนั้น เมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมา ก็เกิดการสูญเสียนายทหารระดับร้อยเอกของกองทัพบกจากการลอบวางระเบิดของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธของขบวนการร้ายแห่งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ชป.ฉก.นราธิวาส เดินทางโดยรถยนต์ เพื่อเข้าสนับสนุนตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดและซุ่มยิงราษฎรหาของป่า เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ บนถนนสายชนบท บ้านไอร์กรอส หมู่ที่ 6 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส การสูญเสียนายทหารระดับนี้นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ควรสดุดีในวีรกรรมด้วยการเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินนี้ไว้ให้ลูกหลานต่อไป และภาครัฐทั้งหลายในระดับนโยบาย ควรตระหนักถึงการต่อสู้กับภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติในพื้นที่แห่งนี้ด้วยความจริงจังจริงใจ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นนี้ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก ด้วยเพราะการสูญเสียนายทหารระดับนี้ที่กว่ากองทัพจะสร้างมานั้น นับว่าเป็นการสูญเสียที่ไม่คุ้มค่าใดๆเลยจากการสูญเสียแบบง่ายๆนี้ ซึ่งเป็น ข้อบ่งชี้สำคัญที่ชัดเจนว่า การต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานในพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ลดละความพยายามในการต่อสู้กับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชในดินแดนแห่งนี้แต่อย่างใด ในทางตรงข้าม ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังใช้กลยุทธ์อันซับซ้อนซ่อนเงื่อน หลอกล่อให้ฝ่ายรัฐเพลี่ยงพล้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนได้ ด้วยท่าทีล่าสุดที่กลุ่ม BRN พยายามสื่อสารผ่านเวทีการพูดคุยกับรัฐว่า จะลดความรุนแรงลงจากการใช้อาวุธเข้าทำลายล้างฝ่ายรัฐเฉกเช่นที่ผ่านมา และจะใช้การต่อสู้ทางความคิดเพื่อชัยชนะทางการเมืองเป็นหลักแทน แต่เหตุการณ์วันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ยังความสูญเสียนายทหารหลักของกองทัพของรัฐจึงเป็นการย้อนแย้งกับเหตุผลข้อกล่าวอ้างผ่านเวทีพูดคุยอย่างชัดเจน การก่อเหตุร้ายลอบวางระเบิดลูกที่สองด้วยการวางแผนอย่างเป็นระบบของกองกำลังติดอาวุธของขบวนการร้ายแห่งนี้ จึงเป็นการตั้งใจที่จะทำลายล้างฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเห็นได้ชัด ด้วยตรรกะของการต่อสู้กับรัฐรูปแบบใหม่ที่ BRN ใช้ยุทธศาสตร์เดินสองขา ที่ขาด้านหนึ่งใช้การพูดคุยเจรจาต่อสู้ทางความคิดด้วยองค์ความรู้และตรรกะในการเจรจาต่อรองของฝ่าย BRN ที่เข้มแข็ง พร้อมมูลด้วยเหตุผลต่างๆ ที่ยกมาพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายรัฐ เพื่อเป้าหมายทางการเมืองแล้ว ยังเป็นช่องทางในการสื่อสารอย่างสอดประสาน หนุนเสริมให้กองกำลังติดอาวุธ สามารถปฏิบัติการก่อเหตุร้ายได้อย่างสะดวกขึ้นจากการลดความเข้มของเจ้าหน้าที่รัฐในการระมัดระวังเหตุร้าย ด้วยเข้าใจว่า BRN ลดปฏิบัติการทางทหารตามข้อตกลงร่วมแล้ว หากแต่แท้ที่จริงแล้ว กลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังใช้ขาอีกข้างหนึ่งเดินหน้าการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างรุนแรงแข็งกร้าวในทุกโอกาสที่ทำได้อย่างคู่ขนาน นับเป็นกรอบคิดในการวางยุทธศาสตร์การต่อสู้กับรัฐแบบเดินสองขา เพื่อแยกตัวเป็นรัฐอิสระตามเป้าหมายสุดท้ายของขบวนการอย่างเข้มข้น ในขณะที่ฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มติดอาวุธ RKK ได้ปรับรูปแบบจากฐานปฏิบัติการที่ซ่องสุมอยู่ในพื้นที่ป่าเขาและเชิงเขาใกล้หมู่บ้าน ไปเป็นฐานที่มั่นในหมู่บ้าน แทรกปนไปกับประชาชนในหมู่บ้านที่เป็นแนวร่วมขบวนการเป็นหลักอย่างแยบยล โดยมีมวลชนจัดตั้งที่อยู่ในหมู่บ้าน คอยให้การสนับสนุนการส่งกำลังอาหาร ยาเวชภัณฑ์สำคัญ และการหาข่าวฝ่ายรัฐ โดยการสนับสนุนทุกขั้นตอน ทั้งขั้นการรวมกำลัง วางแผน เตรียมการก่อเหตุร้าย และการหลบหนีหลังก่อเหตุร้าย ให้กับกองกำลังติดอาวุธ RKK ที่แอบแฝงแทรกปนอยู่ในนั้นอย่างแนบเนียน พร้อมๆ กับการสร้างแนวร่วมขบวนการหน้าใหม่อย่างไม่รู้จบด้วยการแทรกปนการบ่มเพาะความเห็นต่างให้เกิดกับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน จนนำไปสู่ความเกลียดชังรัฐและผู้เห็นต่างอย่างสุดโต่ง สู่การเป็นแนวร่วมขบวนการต่อสู้กับรัฐอย่างเข้มแข็งที่หน่วยงานภาครัฐยังเข้าไปไม่ถึงเรื่องเหล่านี้อย่างแท้จริง                   บนความพยายามแสวงหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งตามกระบวนการพูดคุยสันติสุข ระหว่างคณะผู้แทนของรัฐไทยกับแกนนำผู้แทนของฝ่ายขบวนการ BRN ที่มีมาเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง หากแต่แท้ที่จริงแล้ว เจตจำนงของขบวนการนี้มีความอย่างชัดเจนตอกย้ำผ่านความเห็นของ ดร.นิกมะตุลเลาะห์ บิน สือรี โฆษกคณะเจรจาสันติภาพขบวนการ BRN ที่กล่าวตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่ได้มีการจัดตั้ง BRN ขึ้นมานั้น BRN ก็ได้เลือกแนวทางการต่อสู้ด้วยยุทธศาสตร์สองขาเรื่อยมาก็คือ สู้รบแล้วก็เจรจาพูดคุย เจรจาพูดคุยแล้วก็สู้รบ BRN ใช้ยุทธศาสตร์นี้ตลอดมา และการญีฮาด (ความมุ่งมั่นพยายามถึงที่สุด) นั้นจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อจนถึงวันสิ้นโลก ซึ่งการญีฮาดนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นการสู้รบด้วยอาวุธเพียงอย่างเดียว การพูดคุยเพื่อสันติภาพก็เป็นการญีฮาดอย่างหนึ่ง ดังนั้น หากว่าต้องการจะสร้างสันติภาพ ก็จะต้องเตรียมพร้อมที่จะสู้รบด้วย ด้วยเหตุนี้ ขบวนการแห่งนี้จึงได้มีการเจรจาสันติภาพกับคู่ต่อสู้ของพวกเขาตลอดมา สิ่งสำคัญที่สุดคือ เป้าหมายเพื่อการสร้างสันติภาพในรูปแบบที่ขบวนการต้องการ โดย ดร.นิกมะตุลเลาะห์ กล่าวย้ำว่า มีบัญชาจากพระเจ้าที่เกี่ยวข้องมุสตัฏอาฟีนในกุรอานมีใจความว่า การปกป้องตนเองด้วยกำลังอาวุธสอดคล้องกับการส่งข้อความไปยังคู่ต่อสู้อย่างเฉพาะเจาะจงเท่านั้น กล่าวคือเพื่อที่รัฐไทยจะได้ปลดปล่อยตนเองจากการข่มเหงต่างๆ และปลดปล่อยดินแดนที่ยึดมาให้เจ้าของเดิมซึ่งคือชาวปาตานี ทว่าเอกราชหรือชัยชนะนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วงชิงให้ได้มา ไม่ใช่ด้วยการอ้อนวอนร้องขอ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้การต่อสู้ประสบความสำเร็จนั้นก็จะต้องมีการต่อสู้ด้วยอาวุธควบคู่ตามไปด้วยอย่างสอดประสาน เพื่อการสืบทอดเจตจำนงอันแน่วแน่ของการต่อสู้ด้วยยุทธศาสตร์เดินสองขาอย่างทรงพลัง
เสือตัวที่ 6 |