ชิงการนำ

เสือตัวที่ 6 การชิงไหวชิงพริบในสมรภูมิการต่อสู้ระหว่างรัฐกับกลุ่มขบวนการแบ่งแยกการปกครองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีการขับเคลื่อนกลยุทธ์ กลอุบายกันอย่างมากมายโดยฝ่ายขบวนการแบ่งแยกการปกครองสามารถช่วงชิงการนำการต่อสู้กับรัฐจนเป็นฝ่ายเปิดเกมได้เหนือรัฐตลอดมา ด้วยฝ่ายขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐต่อสู้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎกติกาใดๆ ที่จะเป็นกรอบตามมาตรฐานสากล ทำให้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐมีเสรีในการปฏิบัติได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ในทางตรงข้าม ฝ่ายรัฐจำต้องต่อสู้อยู่ในที่สว่าง อยู่ในกฎกติกาของกฎหมายทั้งในประเทศและกฎหมายสากลระหว่างประเทศ เหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ สามารถขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐโดยใช้ทรัพยากรของรัฐมาเป็นเครื่องมือกลับไปต่อสู้กับรัฐได้อย่างเหนือชั้น ท่ามกลางการต่อสู้ที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น อำพรางการปฏิบัติในทุกระดับของฝ่ายขบวนการ อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐต้องใช้กลยุทธ์ในการติดอาวุธทางความคิดให้กับประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นให้เป็นแนวร่วมขบวนการ ต่อสู้กับรัฐในรูปแบบที่สอดคล้องกับสถานการณ์การสู้รบในห้วงเวลานั้น การหล่อหลอมกล่อมเกลา บ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกแตกต่างจนขยายตัวเป็นความเกลียดชังรัฐ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการต่อสู้กับรัฐอย่างทรงพลัง ด้วยการติดอาวุธทางความคิดความเชื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้งในชุมชนและในสถานศึกษาอย่างเข้มข้นและเป็นระบบ ทำให้ขบวนการร้ายแห่งนี้มีแนวร่วมและกำลังสำคัญในการต่อสู้ทั้งทางอาวุธและการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐจนฝังรากลึก นั่นก็หมายความว่า ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐเหล่านี้ ได้ช่วงชิงประชาชนเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ให้เป็นพวกเดียวกับขบวนการ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐในทุกรูปแบบ ซึ่งจำเป็นที่รัฐจะต้องวางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ให้ถูกทางด้วยการมุ่งเน้นการต่อสู้เพื่อช่วงชิงการนำต่อขบวนการแห่งนี้ ด้วยการนำพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาทุกประเภท กลับมามีความคิดความเชื่อเชิงบวกที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างทางกายภาพ แนวทางช่วงชิงการนำจากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างแนบเนียน ซึ่งเป็นข้อค้นพบจากการวิจัยของนักวิชาการฝ่ายความมั่นคง พบว่า ภาครัฐต้องแสวงหาความร่วมมือสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชนที่มีความพร้อมอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะองค์กรภาคเอกชนที่อยู่นอกพื้นที่ มาร่วมในการพัฒนาสถานศึกษา ทั้งทางกายภาพและวิธีคิด อันจะช่วยให้เกิดกระแสใหม่ที่ปิดกั้นแนวคิดเดิมที่อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาได้ ร่วมกับช่วงชิงการนำโครงการสนับสนุนจากต่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ จึงต้องเร่งออกมาตรการ หรือโครงการสนับสนุนนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อในต่างประเทศ ในสถาบันที่ทำข้อตกลงร่วม (MOU) กับรัฐ เพื่อเพิ่มทางเลือก สร้างโอกาสให้เยาวชนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยม 6 ในพื้นที่ ได้เข้ารับการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่รัฐบาลมีความสัมพันธ์ด้วยมากขึ้น โดยการแสวหาความร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชนร่วมให้การสนับสนุนการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศที่คัดสรรแล้วในหลายมิติ มากกว่าการให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกเทศจากสถาบันจากต่างประเทศในปัจจุบัน นอกจากนั้น ต้องมีกระบวนการพัฒนาสัมพันธ์ สร้างทัศนคติที่ดี เสริมความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้บริหารและครูของสถานศึกษานั้นๆ และสร้างความมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการบ่มเพาะแนวคิดที่ไม่เป็นผลดีร่วมกัน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่สถาบันการศึกษาของตนนั้น จะเป็นแหล่งบ่มเพาะคนดี มีแนวคิดที่เป็นมิตร สามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างในแบบพหุวัฒนธรรม ร่วมกันสร้างสรรค์เด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคต ในการพัฒนาท้องถิ่นให้ดียิ่งๆ ขึ้น ร่วมกับการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับครู-อาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และเด็กนักเรียน ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สร้างตัวแทนรัฐ (Agents) ช่วยกันถ่ายทอดแนวคิด สร้างความเข้าใจรับรู้ที่ถูกต้อง ร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับหน่วยงานความมั่นคงได้อย่างแนบเนียนอีกประการหนึ่งด้วย ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มสถานศึกษา สร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ มีการสร้างเครือข่ายในการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานชัดเจน ในลักษณะสถานศึกษาเครือข่าย เพื่อร่วมกันเสริมจุดแข็ง และลดจุดอ่อนซึ่งกันและกัน นอกจากนั้น รัฐควรให้ความจริงจังกับการจัดระบบให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษานอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สอดคล้องกับบริบทในท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนต่างพื้นที่ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น มีโอกาสในการเรียนรู้ ซึมซับวัฒนธรรมที่แตกต่างจากแหล่งอื่น มีประสบการณ์ในการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างได้อย่างสันติ อันเป็นการสกัดกั้นการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบได้ในเชิงบวกมากขึ้น ด้วยเวลาที่ผ่านไปทุกวินาที กลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติที่รวมกลุ่มกันแบบลับๆ ที่เรียกกันว่าขบวนการแบ่งแยกดินแดน ได้ขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐอย่างเข้มข้น และคนเหล่านี้ได้หล่อหลอมกล่อมเกลา บ่มเพาะความคิดแปลกแยกจากรัฐจนขยายตัวไปเป็นความเกลียดชังสุดโต่งให้กับคนในพื้นที่มากขึ้นๆ จนขบวนการร้ายแห่งนี้สามารถรวบรวมกำลังคนที่มีแนวคิดแปลกแยกจากรัฐให้ร่วมกันต่อสู้กับรัฐได้อย่างทรงพลัง นั่นก็หมายความว่า ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐแห่งนี้ ได้ช่วงชิงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไปแล้วอย่างมาก และนั่นคือเหตุผลที่ฝ่ายขบวนการก้าวล้ำการต่อสู้กับรัฐตลอดมา ซึ่งรัฐต้องเร่งสกัดกั้นการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกเหล่านั้นอย่างจริงจัง พร้อมกับสอดแทรกแนวคิดอีกแง่มุมหนึ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รัฐสามารถช่วงชิงการนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลับมาเป็นฝ่ายรัฐให้จงได้ก่อนที่จะสายเกินไป
เสือตัวที่ 6 |

ยกระดับ

เสือตัวที่ 6 กระบวนการพูดคุยสันติสุขหรือที่ฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานเรียกกระบวนการนี้ว่า การเจรจาสันติภาพ ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นหรือหนักเบาตามห้วงจังหวะเวลาที่ฝ่ายแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นฝ่ายกำหนดเกม ด้วยการพูดคุยจะเกิดขึ้น ดำเนินไปอย่างคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน ในทิศทางใด หรือชะลอไป ก็เป็นไปตามความต้องการของแกนนำขบวนการแห่งนี้อย่างเห็นได้ชัด การพูดคุยสันติสุขที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ ความได้เปรียบจึงตกไปอยู่ที่ฝ่ายขบวนการแห่งนี้มากกว่าฝ่ายรัฐอย่างแท้จริง ด้วยขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ มีการต่อสู้กับรัฐอย่างเป็นขบวนการ มีนักคิดที่ชาญฉลาดในการต่อสู้ระดับยุทธศาสตร์กับรัฐไทยอย่างมืออาชีพ และที่สำคัญกลุ่มคนในขบวนการแห่งนี้มีความเป็นหนึ่งเดียวในหนทางการต่อสู้ไปสู่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นเอกภาพยิ่ง จึงทำให้การต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้มีศักยภาพเหนือกว่ากลุ่มคนของรัฐอยู่หลายขุม ความพยายามในการต่อสู้กับรัฐที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างทรงพลังอยู่จนถึงวันนี้ ก็คือการต่อสู้ด้วยอาวุธหรือการใช้ความรุนแรงในทุกวิถีทาง ที่สอดประสานกับการต่อสู้ทางความคิดผ่านเวทีการเจรจาสันติภาพที่ขับเคลื่อนแบบชิงไหวชิงพริบระหว่างกัน มีให้เห็นอย่างต่อเนื่องเสมอมา และเมื่อ  12 มี.ค.66 ที่ผ่านมา ก็เกิดปรากฏการณ์การใช้ความรุนแรงเพื่อหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยบนโต๊ะเจรจาของฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ในกรณีที่เกิดเหตุลอบนำระเบิดผูกติดใต้ท้องรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ในโรงจอดรถ ภายในบ้านเลขที่ 1/1 ม.3 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี เพื่อหวังลอบฆ่าคีย์แมนสำคัญในคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทยนั่นคือ นาย อุซตาสสายูตี หะยีตาเห และอิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ การลงมือของผู้ก่อความไม่สงบด้วยการลอบติดระเบิดไว้ใต้ท้องรถยนต์ของเป้าหมาย ซึ่งเป็นวิธีการที่ห่างหายไปนาน ดังนั้นจึงวิเคราะห์ได้ว่าเป้าหมายการลอบสังหารของพวกเขาย่อมเป็นบุคคลสำคัญ ซึ่งก็คือ นาย สายูตี หะยีตาเห ซึ่งมีสถานะเป็นอุสตาซ หรือครูสอนศาสนาของโรงเรียนปอเนาะพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เขาเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยสันติสุข อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยเอกชนในพื้นที่ จชต. และทำงานร่วมกับฝ่ายรัฐ ในคณะพูดคุยสันติสุข อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าววงในของเดอะพับลิกโพสต์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลมากไปกว่านั้นว่า อีกหนึ่งในคนที่ถูกใบสั่งฆ่าจากฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่เป็นเป้าหมายหลักของพวกเขาซึ่งมีความสำคัญกว่า นั้นก็คือ นายอิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ ซึ่งเป็นประธานมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร และบุคคลสำคัญในการประสานงานกับฝ่ายรัฐในคณะพูดคุยสันติสุข ซึ่งหากการก่อเหตุลอบสังหารนี้บรรลุผลก็จะเกิดสถานการณ์สั่นสะเทือนกระบวนการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบให้ลุกลามขยายไปในวงกว้างโดยเฉพาะกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่อาจจะต้องหยุดชะงักไปอย่างแน่นอน ล่าสุดจากการสืบสวนพบว่า ระเบิดน่าจะถูกติดตั้งมาตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. แล้ว ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่รถถูกนำไปใช้และจอดอยู่นานในบริเวณห่างไกลผู้คนที่โรงเรียนปอเนาะพ่อมิ่ง นอกจากนั้น ข้อมูลเชิงลึกพบอีกว่า เมื่อมีการนัดประชุมงาน อุสตาซสายูตี มักจะเป็นคนไปรับ นาย อิสกันดาร์ โดยใช้รถปาเจโร่คันดังกล่าวเป็นประจำ ซึ่งในวันที่ 11 มี.ค. นั้นอุสตาซสายูตี ก็เตรียมที่จะนำรถปาเจโร่คันดังกล่าวไปรับนายอิสกันดาร์ ที่สำนักงานใหญ่มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร จึงคาดว่าแผนของฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้ ต้องการให้อุสตาซสายูตี ใช้รถปาเจโร่ที่ถูกลอบติดระเบิดไว้ใต้ท้องรถ ไปรับนายอิสกันดาร์ ที่สำนักงานใหญ่มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร และหวังจุดระเบิดหลังสองคนขึ้นรถที่หน้าสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ ซึ่งหากเป็นไปตามแผนดังกล่าว การลอบสังหาร 2 บุคคลสำคัญในคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฝ่ายรัฐ โดยเฉพาะนายอิสกันดาร์ที่เป็นมือประสานของฝ่ายไทย และ คาร์บอมบ์ ที่เกิดขึ้นหน้าสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองปัตตานี อยู่ใกล้โรงแรมซีเอส บริเวณที่ถูกถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยตามที่ได้ตกลงกัน ก็จะเป็นการก่อความรุนแรงที่จะส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่ กลับไปสู่ความรุนแรง และทำลายกระบวนการพูดคุยสันติสุขให้พังพินาศลงไป จนต้องกลับไปเริ่มต้นที่ศูนย์อีกครั้งหนึ่ง นาย อิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร หน่วยกู้ชีพกู้ภัยภาคเอกชนที่มีภารกิจคอยช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ จชต. ที่เผชิญกับเหตุการณ์รุนแรงรายวัน ด้วยบทบาทการทำงานในองค์กรป้องกันสาธารณภัย ทำให้นาย อิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ สามารถเข้าไปในพื้นที่สีแดงบางแห่ง ประกอบกับสถานะ อดีตสมาชิกกลุ่ม PNYS จึงถูกมองเป็นคนในของแนวร่วมขบวนการก่อความไม่สงบ เมื่อผนวกรวมกับการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลานาน ทำให้นาย อิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ เป็นบุคคลสำคัญยิ่ง ด้วยเขาสามารถสะท้อนให้เห็นทั้งวิธีคิดของขบวนการแบ่งแยกดินแดนและรัฐ ที่ลึกซึ้งและคมชัดยิ่ง ซึ่งหากเขามีใจไปฝักใฝ่ฝ่ายใด ก็ย่อมเป็นประโยชน์ให้ฝ่ายนั้นได้ในหลากหลายมิติ ด้วยการเป็นผู้รอบรู้อย่างลึกซึ้งทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้นายอิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ เป็นคนที่กว้างขวางกับหลายฝ่ายในพื้นที่ และดูดซับข้อมูลองค์ความรู้ไว้หลายด้าน โดยแหล่งข่าวลับเปิดเผยชนวนเหตุที่กลุ่มก่อความไม่สงบ หรือ บีอาร์เอ็น มุ่งเป้าลอบสังหารนาย อิสกันดาร์ ธำรงทรัพย์ กับ อุสตาซสายูตี หะยีตาเห สืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนการพูดคุยสันติสุขครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 21-22 ก.พ. ที่ผ่านมา ฝ่ายบีอาร์เอ็นมีความพยายามที่จะเสนอให้มีการย้ายสถานที่พูดคุยไปยังบางประเทศในยุโรป และมีการกดดันมายังคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย หากแต่ผู้ที่คัดค้านเสียงแข็งก็คือนายอิสกันดาร์และคณะ ที่ชี้ให้เห็นถึงผลเสียมากกว่าได้ของการย้ายโต๊ะเจรจาไปยุโรป และหลังฝ่ายไทยปฏิเสธขอเสนอย้ายสถานที่พูดคุยไปยุโรปฝ่ายบีอาร์เอ็นก็เริ่มออกอาการที่จะล้มการพูดคุย ที่ผ่านมาพวกเขาก็พยายามดึงประชาคมนานาชาติเข้ามาร่วมสังเกตการณ์และสักขีพยาน ดังนั้นการที่กลุ่มบีอาร์เอ็น ต้องการนำโต๊ะเจรจาไปยุโรปก็เพื่อต้องการยกระดับการเจรจาระหว่างกลุ่มขบวนการนี้กับรัฐขึ้นไปสู่ระดับนาชาติอันจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้ทรงพลังมากขึ้น และหากการลอบสังหารบุคคลสำคัญในกระบวนการพูดคุยสันติสุขสำเร็จ ก็จะส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่เลวร้ายลง ทำลายกระบวนการพูดคุยสันติสุขให้พังพินาศ ยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เสือตัวที่ 6 |

เข้าถึงการศึกษา

เสือตัวที่ 6 กระบวนการต่อสู้กับขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เป็นจุดแตกหักสำคัญประการหนึ่งก็คือ การต่อสู้แย่งชิงมวลชนจากการสั่งสมบ่มเพาะแนวความคิดแปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไปของรัฐให้บังเกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่รวมกลุ่มกันอยู่ในสถานศึกษาจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้อย่างจริงจัง เพราะในขณะที่การต่อสู้ทางความคิดผ่านการพูดคุยสันติภาพหรือการพูดคุยสันติสุขของตัวแทนกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนจากรัฐ และการต่อสู้ด้วยอาวุธครั้งแล้วครั้งเล่าตามจังหวะและโอกาสที่เอื้ออำนวยให้กลุ่มคนหัวรุนแรงเหล่านี้ปฏิบัติได้เป็นผลสำเร็จที่หวังผลได้ระดับ 100% คนกลุ่มนี้ ก็ยังคงเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นมวลชนกำลังสำคัญในการสืบทอดเจตนารมณ์ในการต่อสู้กับรัฐอย่างต่อเนื่องและทรงพลังอยู่ต่อไปจนพวกเขาเดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้นั่นคือการปกครองกันเองอย่างอิสระตามอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่กลุ่มตนได้วาดหวังไว้ โดยมุ่งขับเคลื่อนการสั่งสมความคิดแปลกแยกให้ต่างจากรัฐในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาต่างๆ ในพื้นที่แห่งนี้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง นั่นคือเส้นทางสำคัญที่กลุ่มแกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้กำลังขับเคลื่อนอย่างคงเส้นคงวา ที่หัวใจสำคัญในการต่อสู้กับรัฐอย่างทรงพลังต่อเนื่องก็คือ การติดอาวุธทางความคิดให้คนรุ่นใหม่ มีความกล้าแข็งพอที่จะต่อยอดการต่อสู้ให้เข้มแข็งจนเอาชนะรัฐไทยได้ในที่สุด เหล่านั้นคือเหตุผลสำคัญที่รัฐจะต้องตระหนักรู้และวางยุทธศาสตร์การต่อสู้กับกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ให้ชัดเจนโดยการเอาชนะทางความคิดที่จำเป็นต้องกระทำผ่านการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่ในเป็นลำดับแรก เพราะการศึกษาคือที่มาของความคิดทั้งหลายที่จะเป็น การเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษแห่งนี้ จึงต้องกระทำอย่างลุ่มลึก แนบเนียน และกระทำอย่างเป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้กระบวนการในการให้ความคิดใหม่อีกแง่มุมอื่นๆ มีโอกาสเข้าไปให้ทรรศนะใหม่แก่กลุ่มเป้าหมายสำคัญนั่นคือเด็กและเยาวชนที่คนกลุ่มนั้นกำลังถูกทำให้เป็นกลุ่มคนเชิงเดี่ยว สังคมเชิงเดี่ยว ด้วยการศึกษาเชิงเดี่ยวอย่าเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ และการเข้าถึงการศึกษาในสถานศึกษาต่างๆ ในพื้นที่แห่งนี้ มีแนวทางที่ได้ข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ ซึ่งพบว่า แนวทางการในการเข้าการศึกษาที่ล่อแหลมและมีแนวโน้มในการบ่มเพาะแนวความคิดการก่อความไม่สงบนั้น สามารถดำเนินการได้โดยการสร้างกิจกรรมในสถานศึกษา อาทิ การสร้างกิจกรรม (Event) พัฒนาสัมพันธ์ สร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โลกในแง่มุมใหม่ ที่เป็นกิจกรรมเพื่อการประกวด การออกแบบคำกลอน งานศิลปะต่างๆ ชิงรางวัลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาฟุตบอล หรือกีฬาประเภท อื่นๆ ที่สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ การร่วมกันพัฒนาพื้นที่ในสถานศึกษาทั้งด้านอาคารสถานที่ศึกษา สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา รวมทั้งหอพักของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา เพื่อให้มีโอกาสในการสร้างทรรศนะที่ดีของเด็กและเยาวชน ตลอดจนครู-อาจารย์ของสถานศึกษา ที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น นอกจากนั้น หน่วยงานของรัฐต้องสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนครู-อาจารย์ ในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้เดินทางไปทัศนศึกษานอกพื้นที่ ทั้งสถานที่ที่เป็นโลกทันสมัย เป็นเรื่องราวที่เป็นสากล และสถานที่ที่เป็นแนววิถีชีวิตเช่นเดียวกับคนในพื้นที่ในรูปแบบที่นิยมความเป็นอิสลามสายสันติ มีความเป็นหนึ่งเดียวอย่างผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมอื่นๆ ได้อย่างเป็นพหุวัฒนธรรม พัฒนาการศึกษาทางไกลผ่านโลกออนไลน์ นำพาเด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ได้ตลอดเวลา เห็นโลกกว้างที่ไม่อาจปิดกั้นตนเองให้ล้าหลังอยู่ต่อไป รวมทั้งมุ่งพัฒนาทางกายภาพและความคิด การพัฒนาทางกายภาพโดยการแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรทั้งภายในพื้นที่และภายนอกพื้นที่ เพื่อนำมาพัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เน้นการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ โดยร่วมกันสร้างห้องเสมือนจริง ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ห้องศึกษาภาษาต่างประเทศ ร่วมกับการพัฒนาการศึกษาทางโลกทันสมัยออนไลน์ ให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนครู-อาจารย์ของสถาบันการศึกษา ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโลกภายนอกในแง่มุมอื่นมากขึ้น การเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษแห่งนี้ จำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องผลิตตัวแทน (Agents) ด้วยการสร้างให้เกิดบุคคลที่เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐ (Agents) ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นตัวแทนรัฐ เข้าไปพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดโลกทัศน์แทนคนของรัฐ โดยต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีความแนบเนียน เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเป้าหมายให้การเปิดใจ ยอมรับฟังความคิดความเห็นที่แตกต่างจากการที่เคยได้รับรู้มาเพียงแง่มุมเดียวจากการบ่มเพาะความเห็นต่างจากรัฐมาก่อนหน้านี้ ควบคู่กับการสร้างสภาวะแวดล้อมในระดับนโยบายที่มีความชัดเจน เพื่อกำกับทิศทางแนวทางของสถานศึกษาในพื้นที่ให้สอดรับกับงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการเข้าไปจัดระบบองค์กรที่กำกับการศึกษาเอกชน ให้เป็นเครื่องมือของรัฐในระดับนโยบายที่มีความเข้มแข็ง สามารถกำหนด กำกับทิศทางการบริหารการศึกษาในพื้นที่ให้เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งรัฐจะต้องสร้างระบบให้ชุมชนรอบสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในชุมชนนั้น เป็นการสร้างโอกาสในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ซึ่งกันและกัน ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับรัฐเพิ่มมากขึ้น ด้วยการต่อสู้ในสมรภูมิแห่งนี้ หัวใจสำคัญคือการหล่อหลอมความคิดให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างฝ่ายต่างต้องแย่งชิงมาให้ได้ เหล่านี้คือยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางความคิดกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนอันเป็นจุดหมายสำคัญที่รัฐจะต้องตระหนักและเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแย่งชิงมวลชนคนรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ยกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น เพื่อให้รัฐสามารถเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่แห่งนี้ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำมาซึ่งการเอาชนะทางความคิดและแย่งชิงมวลชนในพื้นที่แห่งนี้ กลับมาเป็นฝ่ายรัฐได้อย่างแท้จริง
เสือตัวที่ 6 |

ท้าทาย(อีกครั้ง)

เสือตัวที่ 6 ปรากฏการณ์การต่อสู้กับรัฐของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน ที่ไม่ว่าจะเป็นจากการกระทำของคนกลุ่มไหนในขบวนการร้ายแห่งนี้ ต้องถือว่าคนในทุกกลุ่มทุกฝ่ายของขบวนการร้ายแห่งนี้ ล้วนมีความสัมพันธ์กันและกันอย่างแน่นแฟ้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นการกระทำเพื่อต่อสู้กับรัฐของคนกลุ่มไหน เพราะตลอดระยะเวลาของการต่อสู้กับรัฐ คนในกลุ่มต่างๆ ที่กำลังต่อสู้กับรัฐนั้นล้วนแตกแขนงแยกกลุ่มมาจากรากเหง้าเดียวกันเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันนั้นคือการมีทัศนคติที่แปลกแยกแตกต่างจากรัฐจนไม่มีหนทางที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันกับรัฐได้เลยแม้แต่น้อย ที่คนกลุ่มต่างๆ เหล่านี้พยายามสับขาหลอกหน่วยงานความมั่นคงของรัฐเรื่อยมาประหนึ่งว่าเป็นคนละกลุ่ม แต่หากแท้ที่จริงแล้วคนในกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ของขบวนการล้วนแยกกันเดิน ร่วมกันตีเพื่อความมุ่งหมายเดียวกันนั่นคืออิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่ท้องถิ่นแห่งนี้ ที่จะต่างกันเล็กน้อยก็คือความนิยมชมชอบในวิถีของการต่อสู้ที่อาจจะเลือกเดินต่างกันบ้างแต่ที่เหมือนกันคือการเลือกใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐ สร้างความรุนแรงเป็นตัวขับเคลื่อนขาหนึ่ง ควบคู่กับการต่อสู้ทางการเมืองที่ส่งผ่านกระบวนการสร้างมวลชนร่วมขบวนการและการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐในทุกเวทีที่เกิดขึ้นรวมทั้งเวทีการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่กำลังดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 3 มีนาคม 2566 เวลา 15.10 น. ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังไม่ลดละการต่อสู้ด้วยอาวุธตราบใดที่พวกเขามีโอกาสและได้ช่วงจังหวะที่สอดประสานกับการต่อสู้ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นจนหน่วยงานภาครัฐต่างหลงทางการเดินเกมของแกนนำขบวนการแห่งนี้ที่ขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐอย่างลุ่มลึก ดังที่เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของคณะ พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาค 4 และ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บริเวณถนนบ้านไอร์กาแซ ม.6 ต.ศรีสาคร ซึ่งห่างจากฐานปฏิบัติการทางทหารเพียง 800 เมตร ด้วยระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนัก 50 กก. และบริเวณริมถนนพบสายไฟฟ้าจำนวนหนึ่งลากยาวเข้าไปในป่ารกทึบ ประมาณ 100 เมตร ปรากฏการณ์ลอบก่อเหตุร้ายเพื่อหมายเอาชีวิตคนระดับรองแม่ทัพภาคที่ 4 จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่เรื่องที่คนร้ายทั่วไประดับล่างๆ จะสามารถกระทำได้ ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถปิดลับการวางแผน และการก่อเหตุให้เป็นผลสำเร็จ และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสามารถหลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอยได้โดยง่ายเช่นนี้ การเกาะติดพฤติกรรมของคนระดับนำของกองทัพน่าจะมีสายข่าวที่แทรกปนไปกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างแนบเนียน ด้วยก่อนเกิดเหตุ พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาค 4 และ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เดินทางด้วยรถยนต์ ไปติดตามเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนสงคราม และขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่ฐานปฏิบัติการ กองร้อย ทพ.ที่ 4906 ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอร์กาแซ ม.6 ต.ศรีสาคร เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 66 ที่ผ่านมา แม้การจัดกำลังในการลงพื้นที่ครั้งนี้ของหน่วยงานด้านความมั่นคง จะจัดกำลังคุ้มครองอย่างแน่นหนา พยายามซ่อนพรางรถยนต์ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย นำขบวน คันแรกเป็นรถยนต์ตู้สีขาวยี่ห้อโตโยต้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คันที่ 2 เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นเฟอร์จูเนอร์สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทั้ง 2 คัน ได้ดัดแปลงติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณ และคันที่ 3 เป็นรถยนต์ของ พล.ต.ไพศาล รองแม่ทัพภาค 4 และคันที่ 4 เป็นรถยนต์เจ้าหน้าที่ทหาร ทำหน้าที่ชุดคุ้มครอง รองแม่ทัพภาค 4 ขับตามปิดท้ายขบวน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีคนร้ายใช้แบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้า ยาวเข้าไปในป่า ประมาณ 100 เมตร จุดชนวน ในขณะรถยนต์คันที่ 2 วิ่งผ่าน ส่งผลให้กำลังพลชุด EOD เสียชีวิตไปถึง 2 นาย และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของรัฐ จัดกำลังจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่า หลบหนีขึ้นเทือกเขาหลังหมู่บ้าน พร้อมได้ประสานไปยังฐานปฏิบัติการใกล้เคียง จัดกำลังพลสนับสนุนในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด แต่ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด อันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า กลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงเหล่านี้เป็นมืออาชีพที่สามารถปกปิดการวางแผน ซักซ้อม เตรียมการฝังระเบิด ลากสายไฟฟ้า แล้วยังใจเย็นที่จะจุดระเบิดด้วยการกดผ่านสายไฟฟ้าที่ลากไว้ไปยังข้างทางที่ซ่อนพรางไว้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถหลบหลีกหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอยอย่างแนบเนียนแม้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธของรัฐจะจัดกำลังคุ้มครองป้องกันคนระดับนำของกองทัพอย่างแน่นหนาแค่ไหน ทั้งยังสามารถหลบหนีการติดตามไล่ล่าจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ไปได้ด้วยการสนับสนุนของมวลชนคนในพื้นที่ได้อย่างมืออาชีพ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงบ่งชี้อย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่า กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนจากรัฐ ยังคงมุ่งมั่นแยกกันเดิน ร่วมกันตีเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ด้วยการแบ่งหน้าที่ แบ่งบทบาทการต่อสู้กับรัฐตามท่วงทำนองที่กลมกลืนจนรัฐจะตามไม่ทัน กลุ่มกองกำลังติดอาวุธภายใต้การบ่งการของแกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่นำไปสู่การสร้างความสูญเสียให้กับฝ่ายรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชน ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระทำต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าอย่างเช่นคนระดับรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ย่อมสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในศักยภาพของรัฐ ในขณะเดียวกัน การกระทำเช่นนี้ย่อมสร้างความเชื่อมั่นต่อการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ที่สร้างความหวังในชัยชนะได้มากขึ้น อันเป็นการท้าทายอำนาจรัฐอีกครั้ง ที่สื่อให้เห็นว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้มีความเหนือกว่ารัฐเพียงใด
เสือตัวที่ 6 |

ชุดความคิด

เสือตัวที่ 6 กระบวนการแก้ปัญหาความเห็นต่างของคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานกับคนส่วนใหญ่ของรัฐ จนนำไปสู่ความขัดแย้ง ยังคงขับเคลื่อนไปอย่างเข้มข้นโดยรัฐเป็นฝ่ายแสดงความเจตจำนงในการขับเคลื่อนกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวก็มีฉันทามติร่วมกันระหว่างรัฐกับตัวแทนกลุ่มเห็นต่างกับรัฐว่าควรจะต้องเดินทางไปสู่การแก้ปัญหาบนเส้นทางสันติวิธีด้วยการพูดคุยสันติสุขหรือการเจรจาสันติภาพระหว่างตัวแทนของรัฐกับตัวแทนกลุ่มขัดแย้งหลักนั่นคือกลุ่ม BRN และบนเส้นทางการแก้ปัญหาดังกล่าวก็เดินทางก้าวหน้ามาถึงจุดสำคัญครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 และ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขได้เกิดข้อตกลงครั้งสำคัญร่วมกันระหว่างตัวแทนรัฐ นำโดย พลเอก วัลลภ รักเสนาะ กับคณะผู้แทน BRN นำโดย อุซตาส อานัส อับดุลเราะห์มาน ได้พบหารือและพูดคุยแบบเต็มคณะ ครั้งที่ 6 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยมี พลเอก ตันศรี ดาโตะซรี ซุลกีฟลี ไซนัล อะบิดิน เป็นผู้อำนวยความสะดวก และมีผู้เชี่ยวชาญร่วมสังเกตการณ์ด้วย ผลการพูดคุยฯ มีความคืบหน้าที่สำคัญในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน และกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันเพื่อนำสันติสุขกลับคืนมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง โดยมีสาระสำคัญคือ 1. คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของรัฐและคณะผู้แทนกลุ่ม BRN เห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดทำ แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม (Joint Comprehensive Plan towards Peace :JCPP) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางขับเคลื่อนการพูดคุย ให้มีความคืบหน้าในรูปแบบที่ครอบคลุมและเป็นองค์รวม อีกทั้งมีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของหลักการทั่วไปของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ดังกล่าว โดย JCPP จะมีเนื้อหาสำคัญ 2 ส่วน คือ การลดความรุนแรงในพื้นที่และการจัดการปรึกษาหารือกับประชาชน เพื่อนำไปสู่การแสวงหาทางออกทางการเมือง หากแต่แท้ที่จริงแล้วทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ให้นิยามของคำว่าทางออกทางการเมืองที่เข้าใจตรงกัน อันเป็นสาระสำคัญที่จะต้องถกเถียงกันต่อไป ด้วยชุดความคิดที่แตกต่างระหว่างกันจนอาจจะนำไปสู่การต่อสู้ด้วยอาวุธอีกครั้งหนึ่ง  2. ตัวแทนคณะพูดคุยทั้งสองฝ่ายได้มอบหมายให้คณะทำงานทางเทคนิคของแต่ละฝ่าย   นัดหมายจัดการหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันอย่างไม่เป็นทางการ ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2566 เพื่อร่วมกันจัดทำรายละเอียดของ JCPP ให้เสร็จสิ้นและนำเสนอต่อการพูดคุยแบบเต็มคณะในเดือนมิถุนายน 2566 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อเริ่มต้นขั้นการปฏิบัติต่อไป หากแต่เมื่อพิจารณาให้ดีจะพบว่าปัญหาของคณะทำงานทางเทคนิคของแต่ละฝ่ายก็จะต้องถกเถียงกันในประเด็นความต้องการและการตอบสนองของแต่ละฝ่ายภายใต้การแสวงหาทางออกทางการเมืองที่ยังให้ความหมายที่ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันตั้งแต่ต้น และผลสุดท้ายของการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการในห้วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2566 ตามข้อตกลงนั้น ก็จะไม่บรรลุผลตามเจตจำนงของแต่ละฝ่ายได้ เพราะที่มาของเป้าหมายการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันของกลุ่มเห็นต่างจากรัฐ โดยเฉพาะกลุ่ม BRN หนนี้ มีความชัดเจนตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันแล้วว่า คนกลุ่มนี้ ต้องการอิสระในวิถีชีวิตตามอัตลักษณ์ที่กลุ่มตนต้องการ โดยกลุ่ม BRN ได้เตรียมความพร้อมในชุดความคิดที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ ในการปกครองกันเองอย่างอิสระตามที่กลุ่มตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้าราชการในพื้นที่เป็นคนที่มีความเชื่อตามหลักศาสนาที่กลุ่ม BRN ต้องการ การใช้ภาษาถิ่นตามที่ชาติพันธุ์สืบทอดมาเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสารทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การให้อิสระในการใช้ชีวิตตามวิถีที่กลุ่มพื้นถิ่นสืบทอดมาตามต้องการ รวมทั้งแม้กระทั่งการใช้หลักศาสนาเป็นกฎหมายหลักที่ใช้กำหนดกฎเกณฑ์การดำเนินชีวิตผู้คนในพื้นที่แทนกฎหมายบ้านเมืองที่ใช้โดยพื้นที่ทั่วไปของรัฐ และอาจลุกลามไปถึงขั้นการให้รัฐถอนกำลังทหารหรือเจ้าหน้าที่ติดอาวุธของรัฐออกไปจากพื้นที่แห่งนี้โดยพวกเขาจะดูแลความสงบเรียบร้อยกันเองด้วยคนในพื้นที่เอง หากแต่ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น รัฐจะต้องคงให้การสนับสนุนการดำเนินไปของกลุ่มตน ทั้งด้านงบประมาณ การสนับสนุนจากรัฐที่กลุ่มคนในพื้นที่ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทำเองได้ ตลอดจนการพัฒนาด้านต่างๆ ตามวิถีที่กลุ่มตนต้องการ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นการได้มาซึ่งเป้าหมายสุดท้ายทางการเมืองที่กลุ่ม BRN แสดงเจตจำนงมาอย่างชัดเจนตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ที่กลุ่ม BRN มีการสั่งสมบ่มเพาะความคิด เตรียมความพลั่งพร้อมในชุดความคิดโดยเฉพาะด้านเนื้อหาสาระเพื่อใช้ในการถกเถียงหรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ต้องต่อสู้ทางความคิดความเห็นกับกลุ่มคนตัวแทนของรัฐอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบมาอย่างยาวนานผ่านกระบวนการหล่อหลอมชุดความคิดทั้งในระบบการเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกระดับ และนอกระบบโรงเรียน หรือในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนออกมาหลากหลายโอกาส ทั้งในการเดินขบวนการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนที่บ่งบอกถึงการต่อต้านรัฐในทุกรูปแบบ บ่งบอกถึงความต้องการความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มคนในพื้นที่ท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงออกของคนในชุมชนที่แสดงออกถึงการเชิดชูกลุ่มติดอาวุธที่เสียชีวิตจากการวิสามัญของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างออกนอกหน้าหรือเรียกว่าเปิดหน้าสู้เต็มรูปแบบ ปรากฏการณ์ที่ผ่านมาจวบจนถึงวันนี้ จึงสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนของรัฐเหล่านี้ ได้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อใดที่กระบวนการต่อสู้กับรัฐเริ่มไม่เป็นผลตามเป้าหมาย กลุ่มแกนนำขบวนการแห่งนี้ ก็จะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้ทันทีเพื่อคงไว้ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายที่ต้องการโดยการเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ที่รัฐต้องวิเคราะห์แยกแยะให้ออกว่า กลุ่มคนเหล่านี้กำลังคิดอะไร บนเส้นทางที่ฝ่ายรัฐอาจจะกำลังดีใจว่ามาถูกทาง หากแต่ว่าบนเส้นทางนั้นกำลังเข้าทางกลุ่มแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ กระบวนการพูดคุยสันติสุขที่ได้ผลสรุปล่าสุดเมื่อ 21 และ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ว่าจะลดความรุนแรงในพื้นที่และการจัดการปรึกษาหารือกับประชาชน เพื่อนำไปสู่การแสวงหาทางออกทางการเมือง จึงต้องถามตัวเองว่า ได้ให้ความหมายของคำว่า ทางออกทางการเมืองที่สอดคล้องกันเพียงใด ในขณะที่ชุดความคิดของทางออกทางการเมืองของกลุ่ม BRN คือการบรรลุเป้าหมายของความมีอิสระในการดูแลกันเองของคนในพื้นที่ตามที่คนในพื้นที่ต้องการ  ที่คนระดับนำของขบวนการแห่งนี้ ได้สั่งสมตระเตรียมความพร้อมในเนื้อหาสาระของชุดความคิดที่จะใช้ต่อกรกับคนของรัฐอย่างเข้มแข็งพร้อมมูล หากแต่คนของรัฐเองยังหลงดีใจในผลงานที่จะได้ลดความรุนแรง แต่อาจพ่ายแพ้ชุดความคิดที่อ่อนด้อยกว่าฝ่ายขบวนการ จนนำไปสู่การสูญเสียดินแดนโดยไม่ทันรู้ตัว
เสือตัวที่ 6 |

หยุดยั้ง

เสือตัวที่ 6 จากการติดตามงานด้านการข่าวของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ได้ปรากฏข่าวสารว่ามีเยาวชนส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ในระบบและที่หายไปจากระบบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาทั้งหญิงและชาย  ซึ่งต่อมาปรากฏร่องรอยว่ากลุ่มนักจัดตั้งขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีการเข้าไปพบปะกับครอบครัวของเยาวชนดังกล่าวที่มีการเก็งตัวไว้แล้วตั้งแต่อยู่ในสถานศึกษา เพื่อโน้มน้าว ชักจูงและชี้นำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ขบวนการแห่งนี้ ดังที่ปรากฏว่าการก่อเหตุหลายๆ ครั้งในห้วงที่ผ่านมาว่ามีเยาวชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อเหตุในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง อาทิ ชี้เป้า ดูต้นทาง ร่วมขัดขวางการตอบโต้หรือติดตามของเจ้าหน้าที่ในรูปแบบต่างๆ หรือถลำลึกไปจนเข้าไปลอบวางระเบิดด้วยตนเองตามข่าวที่ปรากฏ รวมทั้งจากผลการซักถามจากผู้ที่ถูกจับกุมหรือออกมาแสดงตนที่เคยปฏิบัติการทางทหารของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือ RKK พบว่า มีสถานศึกษาศาสนาอิสลามเอกชนสอนศาสนาอิสลามบางแห่งและสถานศึกษาปอเนาะบางแห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน ร่วมเป็นแนวร่วมก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ใช้สถานศึกษาที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นแหล่งบ่มเพาะแนวความคิดการก่อความไม่สงบและปลูกฝังแนวความคิดแปลกแยกกับคนส่วนใหญ่ในประเทศให้เกิดขึ้นกับเยาวชนในสถานศึกษาต่างๆ บางแห่งดังกล่าว สงครามแย่งชิงความคิดความเชื่อที่มีมวลชนในพื้นที่เป็นเป้าหมาย ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถสร้างเปอมูดอ (เยาวชนจัดตั้ง) โดยมีครูฝึกเยาวชน ที่เรียกว่าสต๊าฟ เปอมูดอ รับผิดชอบสอน RKK ชั้น 2 ในทั้งหมด 4 ชั้น โดยจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ เกิดจากแนวคิดเชิงอุดมการณ์ (ความเห็นที่ใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวไปสู่เป้าหมายสำคัญร่วมกัน) โดยเฉพาะการปลดปล่อยเพื่อให้ได้เอกราช ร่วมกับพลังความคึกคะนองในช่วงที่เป็นวัยรุ่น การบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาบางแห่งและโรงเรียนตาดีกาบางแห่ง กระทำเพื่อสนับสนุนและสืบทอดแนวความคิดในการต่อสู้ด้วยความรุนแรงภายใต้ความเชื่อและศรัทธาในการต่อสู้เพื่อศาสนาที่เรียกกันว่าสงคราม ในพื้นที่นี้เรียกว่าสงครามญีฮาดที่เข้มแข็ง อันเป็นที่มาของความมุ่งมั่นในการสร้างบรรยากาศของสงคราม เพื่อล้างผิดบาปทั้งปวงของชีวิต อันเป็นทางลัดไปสู่ชีวิตหลังความตายที่พึงปรารถนา สิ่งเหล่านี้จึงทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้คงไว้ซึ่งสงครามญีฮาด ยังคงดำรงอยู่ต่อไปหากแต่จะปรับเปลี่ยนสถานการณ์การสู้รบในสงครามไปตามจังหวะเวลา จากข้อมูลหลักฐานพบว่า กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบ เพื่อให้เกิดความคิดความเชื่อที่แปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไปในพื้นที่อื่น จนกระทั่งขยายความคิดความเชื่ออันแปลกแยกแตกต่างเหล่านั้นไปสู่ความเกลียดชังรัฐ และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระในการปกครองกันเองดังที่ผ่านมานั้น มีอยู่จริง ด้วยการพิสูจน์ทราบจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐมาอย่างต่อเนื่อง พบร่องรอยการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบจากสถานศึกษาบางแห่ง จากผู้กระทำผิดที่ถูกจับได้หรือการพิสูจน์หลักฐานตามหลักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการติดตามผู้ต้องสงสัยเข้าไปในสถานศึกษาบางแห่งจนพบร่องรอยการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบ สร้างแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาบางแห่ง จนกระทั่งหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เกาะติด จัดชุดเฉพาะกิจจากหน่วยเฉพาะกิจสันติสุขเข้าเกาะติดพิสูจน์ทราบและสร้างความคิดใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ตั้งแต่ ปี 2556 จนในปัจจุบัน ทำให้สถานศึกษาเป้าหมายที่หน่วยเฉพาะกิจรับผิดชอบ ไม่พบร่องรอยการฝึก เพื่อสร้างสมาชิกใหม่ หรือใช้เป็นแหล่งพักพิงของ ผกร. เช่นในอดีต ด้วยการเกาะติดสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นมาตรการจำกัดเสรีการปฏิบัติ รบกวนขัดขวางกลุ่มแกนนำของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ในการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักจัดตั้งมวลชนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ ยังคงสร้างและขยายแนวร่วมด้วยกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากหน่วยเฉพาะกิจสันติสุขได้เข้าถึงสถานศึกษาในพื้นที่ได้มากขึ้น ขบวนการแห่งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการในการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา เช่น การสร้างความแนบเนียน โดยไม่ทิ้งร่องรอยของกระบวนการบ่มเพาะสร้างแนวคิดเกลียดชังต่อรัฐ ให้เห็นง่ายๆ อย่างในอดีตที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้รูปแบบการแสวงหาข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อหยุดยั้งกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นรูปแบบการปกปิดการอบรมบ่มเพาะของนักจัดตั้งแนวร่วม ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากที่มักกระทำในสถานศึกษา ปรับเปลี่ยนไปเป็นการกระทำนอกสถานศึกษา ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมเข้าค่ายนอกสถานที่ในห้วงต่างๆ เช่น ห้วงการปิดภาคเรียน รวมทั้งการใช้สถานที่อื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านความมั่นคง ในการใช้เป็นแหล่งบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกแตกต่าง และขยายผลไปสู่การสร้างความเกลียดชังต่อเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการชักจูงเยาวชนให้หลงผิด เข้าร่วมขบวนการต่อสู้กับรัฐในรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่งตามลักษณะเฉพาะของเป้าหมาย ตั้งแต่เป็นแนวร่วมในที่ลับ คอยหาและให้ข่าวสาร การสนับสนุนการต่อสู้ของกองกำลังติดอาวุธ ไปถึงการเข้าร่วมเป็นกองกำลังติดอาวุธ หรืออย่างน้อยแนวร่วมเหล่านี้ ก็พร้อมจะแสดงออกถึงเจตจำนงในการแยกตัวเป็นอิสระจากรัฐเมื่อถึงเวลาและโอกาสที่อำนวย สิ่งเหล่านี้ นับเป็นมหันตภัยเงียบที่ยังคงลุกลามทางความคิดสู่ความเชื่อที่จะฝังลึกไปในมโนสำนึกในเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นกำลังของบ้านเมืองจนยากที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้คิดใหม่สู่เชื่อใหม่ได้ง่ายๆ อย่างที่คิด นอกจากนั้นความคิดความเชื่อที่เป็นมหันตภัยร้ายต่อความเป็นปึกแผ่นของชาติบ้านเมืองเหล่านี้ จะขยายตัวออกไปทุกทิศทุกทางอย่างไม่สิ้นสุด จากคนกลุ่มหนึ่งไปเป็นมวลชนขนาดใหญ่ที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้กับรัฐ อันจะเป็นพลังแห่งการต่อสู้กับรัฐในทุกรูปแบบที่มีศักยภาพสูงยิ่ง หากรัฐยังคงไม่ตระหนักมากพอที่จะหยุดยั้งกระบวนการบ่มเพาะหล่อหลอมกล่อมเกล่าเหล่านี้อย่างจริงจัง ผลสุดท้ายก็คงคาดเดาได้ไม่ยาก
เสือตัวที่ 6 |

ภาวะสงคราม

เสือตัวที่ 6 จากข้อมูลข่าวกรองเชิงลึกของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ปลายด้ามขวานพบหลักฐานชัดเจนว่ามีสถานศึกษาศาสนาอิสลามเอกชนสอนศาสนาอิสลามและสถานศึกษาปอเนาะบางแห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มขบวนการเหล่านั้น ใช้เป็นแหล่งบ่มเพาะแนวความคิดแปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไปของรัฐ จนขยายความคิดความเชื่อออกไปเป็นความเครียดแค้นชิงชังสุดโต่งกับรัฐ เพื่อเข้าร่วมขบวนการก่อความไม่สงบแห่งนี้โดยการปลูกฝังแนวความคิดความเชื่อที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน ชี้นำความคิดความเชื่อด้านเดียวหรือเชิงเดี่ยวให้กับเยาวชน ในสถานศึกษาศาสนาอิสลามบางแห่งดังกล่าว อันจะนำมาซึ่งการไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในทุกรูปแบบทั้งแบบเปิดเผยและแบบซ่อนพรางเจตจำนงที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐอย่างแนบเนียนยิ่ง ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถสร้างเยาวชนจัดตั้ง (เปอมูดอ) เพื่อสนับสนุนและสืบทอดแนวความคิดการต่อสู้กับรัฐด้วยการสร้างบรรยากาศในภาวะสงครามการต่อสู้เพื่อศาสนา ในการต่อสู้  ด้วยความรุนแรงภายใต้ความเชื่อและศรัทธาในสงครามญีฮาด ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงดำรงอยู่ต่อไปและสร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่แห่งนี้เรื่อยมาแม้ว่ารูปแบบและความถี่ในการก่อเหตุร้ายจะลดลงเชิงปริมาณก็ตาม หากแต่กระบวนการทั้งหลายของกลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ก็ยังคงสร้างสภาวะแห่งสงครามญีฮาดให้เกิดขึ้น ในจิตใจของคนในพื้นที่อยู่ต่อไปอย่างเข้มข้น ประกอบกับความเชื่อตามหลักการของคำสอนทางศาสนาประการหนึ่งก็คือ การทำตามคำสอนของศาสนานั้นจะได้บุญ ในทางตรงข้าม หากศาสนิกละเมิดคำสอน   ก็จะเป็นบาป ซึ่งบุญที่ทำเหล่านั้นจะลบล้างบาปทั้งหลายได้ตามสัดส่วน แต่การกระทำที่สามารถลบล้างบาปได้ทั้งหมดได้โดยสิ้นเชิง และนำชีวิตหลังความตายไปสู่ภพภูมิที่ดีตามต้องการได้ก็คือ การสละชีวิต จากการทำสงครามเพื่อดำรงไว้ซึ่งศาสนา และนั่นก็คือสงครามญีฮาดตามที่กลุ่มคนเหล่านี้ ใช้เป็นทางลัดเพื่อนำไปสู่ชีวิตใหม่หลังความตายอันพึงปรารถนา ความรุนแรงจากเหตุร้ายในพื้นที่และบรรยากาศของความตึงเครียดในพื้นที่จึงคงความเข้มข้นในหัวใจของพี่น้องปลายด้ามขวานที่ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาจากนักจัดตั้งมวลชนของขบวนการนี้ เพื่อหล่อเลี้ยงภาวะสงครามให้เกิดขึ้นอยู่ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะจะเป็นทางลัดสำคัญหากศาสนิกพลั้งเผลอทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นบาป ก็จะสามารถลบล้างไปได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้การบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกแตกต่างจากรัฐยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในขบวนการต่อสู้กับรัฐอยู่ต่อไป ทั้งในสถานศึกษาหลายแห่ง หลายระดับและในชุมชน ซึ่งหากสามารถขัดขวางควบคุมการปลุกระดมบ่มเพาะแนวความคิดการก่อความไม่สงบ รวมทั้ง เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทางศาสนา ปรับทัศนคติ เยาวชนในสถานศึกษาศาสนาอิสลามและคนในชุมชนไปพร้อมกัน ให้มี ความเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐได้ ก็จะส่งผลให้ขบวนการร้ายแห่งนี้ ไม่สามารถสร้างเปอมูดอ (เยาวชนจัดตั้ง) เพื่อสนับสนุนและสืบทอดแนวความคิดในการต่อสู้ด้วยความรุนแรงภายใต้ความเชื่อและศรัทธาในสงครามญีฮาดได้ ดังนั้นหน่วยงานของรัฐทั้งหลายจึงต้องเร่งบูรณาการการต่อสู้กับขบวนการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อเร่งยุติการหล่อหลอมกล่อมเกลา บ่มเพาะแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐอย่างไร้เหตุผล นำไปสู่การใช้ความรุนแรงด้วยเห็นถึงการต่อสู้กับผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้กดขี่ข่มเหงด้วยภาวะสงครามญีฮาด และให้แนวคิด ที่กว้างขวางเชิงพหุวัฒนธรรมนำไปสู้การต่อสู้ด้วยสันติวิธีให้จงได้ หากสามารถทำได้เป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว พลังในการขับเคลื่อนการต่อสู้ของขบวนการที่มีต่อรัฐ ก็จะอ่อนกำลังลง ด้วยขาดพลังจากมวลชนในพื้นที่ทั้งหน้าเก่าและมวลชนหน้าใหม่ที่จะมาหนุนเสริมเพิ่มกำลัง สานต่อการต่อสู้ให้ลดน้อยถอยลงอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่มีแนวคิดสุดโต่งนิยมความรุนแรงทั้งหลายแม้จะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดความเชื่อคนกลุ่มสุดโต่งเหลานี้ได้ แต่เขาเหล่านั้นก็จะไม่มีโอกาสที่จะแสวงหาการต่อสู้ด้วยวิธีการอันรุนแรงได้อีกต่อไป จึงเห็นได้ชัดว่ากลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานได้พยายามขับเคลื่อนการต่อสู้ ให้ได้มาซึ่งอิสระในการปกครองกันเอง โดยใช้หลักการ แนวคิด ทฤษฎีเป็นฐานในการประยุกต์ใช้การต่อสู้ทั้งหลายที่สอดรับกันอย่างชาญฉลาดยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นหลักการทำสงครามปฏิวัติ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการต่อต้านรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง โดยใช้ความรุนแรงและใช้มวลชนเป็นฐาน  ในการดำเนินการแย่งชิงอำนาจรัฐ โดยปลุกระดมมวลชน ให้ลุกขึ้นต่อสู้โดยเงื่อนไขต่างๆ ที่สร้างขึ้นและสอดคล้องกับสภาวะนั้นๆ โดยรวมกำลังผู้รักชาติขับไล่ผู้กดขี่ รุกราน ให้หมดไปจากแผ่นดิน ร่วมกับการสร้างอุดมการณ์ลัทธิชาตินิยมให้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น นั่นคือจินตนากรรมถึงความเป็นชาติเดียวกันของบรรดาผู้คนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันและสร้างแนวความคิดทางการเมืองของการแบ่งแยกดินแดนให้เกิดขึ้นอย่างทรงพลัง ผ่านกระบวนการหล่อหลอมกล่อมเกลาในสถานศึกษาและในชุมชนอย่างต่อเนื่องและลุ่มลึก การต่อสู้ในพื้นที่แห่งนี้จึงรวมศูนย์ในประวัติศาสตร์ที่ว่ากบฏหะยีสุหลงกับกบฏดุซงญอ ในปี พ.ศ. 2491 กล่าวได้ว่าความขัดแย้งจนเป็นความรุนแรงนั้น มีทรรศนะที่แตกต่าง ที่พี่น้องมุสลิมมองว่า การต่อสู้ต่างๆ นั้นคือการเรียกร้องความเป็นธรรม และสิทธิของพลเมืองในรัฐที่เคารพวัฒนธรรมความเชื่อของคนกลุ่มน้อย ไปจนถึงการทำสงคราม เพื่อทางลัดไปสู่ชีวิตหลังความตายอันพึงปรารถนา พื้นที่แห่งนี้จึงอยู่ในภาวะสงครามอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
เสือตัวที่ 6 |

จุดพลิกผัน

เสือตัวที่ 6 ความยากที่เป็นปัจจัยสำคัญในอันที่จะส่งผลให้เกิดจุดพลิกผันต่อสถานการณ์การต่อสู้ของรัฐกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก็คือการเอาชนะเชิงยุทธศาสตร์ต่อขบวนการร้ายแห่งนี้ให้อ่อนกำลังลงในทุกมิติโดยเฉพาะการต่อสู้ด้วยอาวุธของขบวนการแห่งนี้ที่ยังคงแสดงให้เห็นว่ากองกำลังติดอาวุธของขบวนการร้ายแห่งนี้ ยังคงศักยภาพในการต่อสู้กับกองกำลังติดอาวุธของรัฐได้อย่างทัดเทียมและอาจเหนือกว่าศักยภาพในการต่อสู้กับกองกำลังของรัฐด้วยซ้ำไป ซึ่งนั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญให้การต่อสู้ทางความคิดกับรัฐ โดยเฉพาะในเวทีพูดคุยสันติสุขกับรัฐที่ผ่านมาของขบวนการ  มีอำนาจในการต่อรองที่เหนือกว่ากลุ่มตัวแทนของรัฐอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหลายเหล่านั้นจึงทำให้สถานการณ์การต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้มีความเหนือกว่ารัฐมากกว่า 2-3 ก้าวอยู่เสมอ ด้วยอำนาจในการต่อรองในเวทีเจรจาทั้งหลาย ล้วนมีที่มาจากอำนาจในการต่อสู้ด้วยอาวุธของขบวนการแห่งนี้ที่แสดงให้เห็นว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะก่อเหตุร้ายหรือไม่ ที่ใด อย่างไรก็ได้ หากแกนนำต้องการลงมือ หลายครั้งที่กลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ ให้แหล่งซ่องสุม วางแผน สั่งการ หลบหนี รวมทั้งการสนับสนุนยุทโธปกรณ์เพื่อการก่อเหตุ มาจากพื้นที่ที่อยู่ในประเทศข้างเคียงซึ่งยากที่หน่วยงานความมั่นคงของรัฐจะก้าวล่วงอำนาจอธิปไตยที่อยู่นอกเขตแดนของรัฐไทยได้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้นำของประเทศข้างเคียงอย่างจริงจังจึงจะส่งผลให้กลุ่มกองกำลังติดอาวุธของขบวนการอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด และหากกองกำลังติดอาวุธของขบวนการอ่อนกำลังลงอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะส่งผลให้กลุ่มการต่อสู้ทางความคิดลดความได้เปรียบในการเจรจาต่อรองกับตัวแทนของรัฐไทยในที่สุด จากการศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ล้วนมาจากมีการเอื้ออำนวยทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกลุ่มคนที่พักอาศัยอยู่ในดินแดนประเทศข้างเคียงเป็นสำคัญ เหตุร้ายในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ล้วนมีสาเหตุสำคัญมาจากการสนับสนุนของฝ่ายการเมืองในประเทศข้างเคียง หากรัฐบาลของประเทศที่กลุ่มขบวนการร้ายแห่งนี้ใช้เป็นฐานสำคัญในการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ มีความจริงใจที่จะออกนโยบายที่ชัดเจนที่จะไม่ให้ขบวนการนี้ใช้พื้นที่ของประเทศนั้นเป็นฐานในการต่อสู้กับรัฐไทย รวมทั้งเอาจริงจังกับกำลังติดอาวุธ BRN ในดินแดนของเขา และที่สำคัญคือการห้ามการเคลื่อนไหวที่กระทบความมั่นคงไทยอย่างจริงจัง อย่างที่รัฐบาลจีน เคยใช้นโยบายลักษณะนี้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จนทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยอ่อนกำลังลงจนกระทั่งยอมวางอาวุธยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธและยินยอมมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจวบจนปัจจุบัน อันเป็นจุดพลิกผันสำคัญต่อสถานการณ์การสู้รบที่มีมาอย่างยาวนานลงได้ จากการเก็บข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า วัสดุประกอบระเบิดที่ใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จชต.  ส่วนใหญ่มาจากประเทศข้างเคียง โดยที่ฝ่ายความมั่นคงไทยโดยกองทัพภาคที่ 4 ได้เคยประสานแจ้งให้ทางกองทัพประเทศข้างเคียงทราบมาตามลำดับแล้วด้วยใช้ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกัน รวมทั้งส่งรายชื่อและข้อมูลในรายละเอียดของแกนนำ BRN ทั้งหมดที่อยู่ในดินแดนของประเทศนั้นให้ทราบมาอย่างต่อเนื่องเพื่อขอความร่วมมือในการกดดันกลุ่มกองกำลังติดอาวุธเหล่านั้นไม่ให้มีเสรีในการก่อเหตุร้ายในดินแดนไทยได้ หากแต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เท่าที่ควร จากรัฐบาลประเทศข้างเคียงในการกดดัน โดยเฉพาะกลุ่ม BRN ให้ยุติการก่อเหตุร้ายรวมทั้งการเคลื่อนไหวใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงของในไทย ส่งผลให้การก่อเหตุร้ายในพื้นที่ จชต. ยังคงดำเนินต่อไปตามจังหวะเวลาที่แกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้ต้องการ อันจะส่งผลต่อการเจรจาสันติภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อำนาจเจรจาต่อรองของกลุ่มขบวนการแห่งนี้ที่มีเหนือกว่าตัวแทนจากรัฐ มีปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนหลายครั้งหลายหน อาทิ พล.อ.วัลลภ หน.คณะพูดคุย ได้พูดคุยครั้งที่ 4 เมื่อปลายเดือน มี.ค.64 ได้ข้อสรุปสองฝ่ายร่วมกันในการลดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จชต. เป็นเวลา 40 วัน ระหว่างช่วงถือศีลอด รอมฏอน ตลอดเดือนเมษา 64 ถึงต้นเดือน พ.ค. ขณะที่ทางกองทัพภาค 4 สมัย พล.ท. เกรียงไกร ศรีรัตน์ ได้ยอมลดการบังคับใช้กฎหมายในการปิดล้อมตรวจค้น มีการเอาป้ายหมายจับที่ติดตามด่านตรวจออกทั้งหมด รวมทั้งอนุญาตให้ กกล. ติดอาวุธกลุ่ม BRN ในมาเลย์และที่ปฏิบัติการในพื้นที่ จชต. สามารถกลับมาเยี่ยมญาติในหมู่บ้านเพื่อร่วมประกอบกิจทางศาสนาช่วงถือศีลอดได้โดยไม่ถูก จนท. ควบคุมตัว เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและลดการเผชิญหน้ากับกลุ่มขบวนการ และในช่วงดังกล่าว สถานการณ์ความรุนแรงในช่วงรอมฎอนก็ลดลงอย่างเป็นได้ชัด เป็นการยืนยันบ่งบอกถึงศักยภาพของ BRN ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงได้ นั่นก็ชี้ชัดว่า การลดหรือยุติการก่อเหตุร้ายทั้งหลายในพื้นที่ ขึ้นอยู่กับการยินยอมพร้อมใจของกลุ่มขบวนการแห่งนี้เป็นสำคัญ หากกลุ่มขบวนการไม่เห็นด้วยกับการเจรจาต่อรองใดๆ เหตุร้ายก็จะยังคงเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ความรุนแรงในพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าฝ่ายรัฐจะตอบสนองความต้องการของแกนนำขบวนการแห่งนี้จนเป็นที่น่าพอใจ จึงเห็นได้ว่า ความสำเร็จในการยุติปัญหาใน จชต. จากกระบวนการพูดคุยเป็นหลักเพียงปัจจัยเดียวนั้น เป็นไปได้ยาก หากกลุ่มขบวนการยังคงมีกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งและมีอำนาจก่อเหตุร้ายได้ โดยอาศัยดินแดนที่อยู่นอกเขตอธิปไตยของรัฐไทยเคลื่อนไหวอย่างเสรีอย่างที่ผ่านมา และพลังต่อรองบนโต๊ะเจรจาก็พลอยเหนือกว่ารัฐไทยอยู่ต่อไป ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการเอาชนะเชิงยุทธศาสตร์ปิดล้อมให้ได้มาซึ่งความร่วมมือจากประเทศข้างเคียงอย่างจริงจัง ซึ่งจะเป็นจุดพลิกผันสำคัญให้ความได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ กลับมาเป็นของรัฐอย่างชัดเจน
เสือตัวที่ 6 |

สงครามความเชื่อ

เสือตัวที่ 6 ห้วงเวลานี้การขับเคลื่อนการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย มีการเดินเกมใหม่ที่มุ่งเอาชนะในสงครามช่วงชิงความเชื่อของกลุ่มคนในพื้นที่แห่งนี้อย่างเป็นระบบและเข้มข้นยิ่งจนหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐแทบจะปรับตัวต่อสู้ในสงครามรูปแบบนี้ไม่ค่อยจะเท่าทัน ด้วยขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ทำงานอย่างสอดประสานอย่างกลมกลืนระหว่างแกนนำในพื้นที่ท้องถิ่น กับกลุ่มคนที่เดินเกมในส่วนกลางในนโยบายระดับชาติ ร่วมกับกลุ่มคนที่เดินเกมในสงครามช่วงชิงความเชื่อในองค์กรระหว่างประเทศ โดยที่กลุ่มคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานในพื้นที่ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ได้เปิดเกมในการต่อสู้กับรัฐในรูปแบบใหม่ที่มุ่งช่วงชิงความเชื่อให้เกิดการเคืองแค้นอย่างสุดโต่งให้เกิดกับคนในพื้นที่แห่งนี้มีต่อคนส่วนอื่นของประเทศ โดยเกมใหม่ที่เรียกกันว่า การ์ดเกมที่มีชื่อว่า Patani Colonial Territory ซึ่งเป็นเกมรูปแบบไพ่การ์ดที่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่มุ่งสร้างความแค้นใน​ช่วงระหว่าง​การผนวก​รวมปัตตานี หรือ ปตานี เข้ากับสยาม โดยเกมไพ่การ์ดชุดนี้จัดทำออกมา 52 แผ่น แต่ละแผ่นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ สยาม-ปัตตานี ในแต่ละช่วงเวลา โดยจงใจมุ่งบิดเบือนเหตุการณ์ในอดีต ให้เกิดความเชื่อผิดๆ อาทิ 1840 (ปี ค.ศ.) เชลยศึกปัตตานีซึ่งถูกเจาะเอ็นร้อยหวายเพื่อไม่ให้หนีไปจากการบังคับให้ขุดคลองแสนแสบที่บางกอก เป็นต้น เกมไพ่การ์ดชุดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นกลยุทธ์ในการต่อสู้กับรัฐในรูปแบบใหม่ที่หวังจะช่วงชิงความเชื่อให้กับคนในพื้นที่มีความรู้สึกโกรธแค้นคนนอกพื้นที่ที่ใช้การทารุณกับบรรพชนของพวกเขาให้ทุกข์ทรมานจากความโหดเหี้ยมของคนนอกพื้นที่และความเชื่อเหล่านั้นก็จะส่งผลให้คนที่หลงเชื่อด้วยการหล่อหลอมความคิดความเชื่อเหล่านั้นที่กระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นความเชื่อในมโนจิตที่ยากจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งคนเหล่านั้นก็จะเป็นแนวร่วมมวลชนของขบวนการร้ายแห่งนี้และพร้อมที่จะเป็นพลังร่วมกันต่อสู้กับรัฐ ทวงคืนความเป็นธรรมให้กลับมาสู่คนรุ่นปัจจุบันอย่างทรงพลังยิ่ง หากแต่แท้ที่จริงแล้ว ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพื่อนำมาสนับสนุนความเชื่อที่แปลกแยกชิงชังสุดโต่งดังกล่าว เหล่านั้น กลับพบว่าไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ข้อมูลเหล่านั้นกลับเป็นข้อมูลเท็จที่มุ่งใส่ร้าย สร้างความบาดหมางให้กับคนรุ่นปัจจุบันกับคนของรัฐในพื้นที่อื่นอย่างไม่มีเหตุผล ด้วยข้อมูลทางประวัติศาสตร์หลายแหล่งต่างชี้ชัดสอดคล้องกันว่าคลองแสนแสบเป็นคลองที่ถูกขุดโดยแรงงานชาวจีนโพ้นทะเล จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เชลยปัตตานีจะเป็นผู้ขุดคลองดังกล่าว ดังนั้น วาทกรรมขุดคลองแสนแสบโดยเชลยศึกปัตตานีจึงเป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น อ.สุเนตร ชุตินธรานนท์ แห่งสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับนายแพทย์จิรันดร์ อภินันท์ ได้ทำการศึกษาและจัดทำวิจัย เรื่อง ข้อเท็จจริงเอ็นร้อยหวาย : ประวัติศาสตร์บาดแผลสยาม-ปตานี (พ.ศ. 2561) ซึ่งเป็นงานวิจัยที่รวบรวมเอาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้งจากฝั่งไทย และมลายู และข้อมูลทางการแพทย์มาคลี่คลายให้เห็นความจริงที่ประจักษ์ชัด โดยการวิจัยพบว่า ไม่มีหลักฐานร่วมสมัยที่เป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันว่ากองทัพสยามได้เจาะเอ็นร้อยหวายกับเชลยปัตตานี ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ปัตตานีถูกตีแตกในสมัยรัชกาลที่ 1   (พ.ศ. 2329) หรือสมัยกบฏไทรบุรีในสมัยรัชกาลที่ 3 มีความเลื่อนลอยอย่างเห็นได้ชัด สรุปว่าการเจาะเอ็นร้อยหวายเชลยศึกปัตตานี เป็นเพียงเรื่องเล่าอ้างสืบต่อกันมา และไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ ข้อสรุปของคณะผู้วิจัยชุดนี้ ถือเป็นการสั่นคลอนความเชื่อและวาทกรรมของนักปลุกระดมชาตินิยมปัตตานี รวมถึงขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มักใช้เรื่องเล่าทำนองนี้เพื่อการปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังระหว่างคนไทย-มลายูอย่างเรื่อยมา และแม้ว่าข้อค้นพบจากการวิจัยฉบับนี้เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือยิ่ง ในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สืบค้นได้โดยสามารถอ้างอิงได้จากหลายแหล่ง รวมถึงหลักฐานด้านวิทยาศาสตร์ จึงเป็นการทำลายความพยายามในการสร้างวาทกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ที่รัฐพยายามสรรค์สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมอันสวยงามในพื้นที่แห่งนี้ หากแต่คนกลุ่มนี้ก็ยังไม่ลดละความพยายามในการต่อสู้เพื่อช่วงชิงความเชื่อผ่านการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ที่บิดเบือน ใส่ร้าย ป้ายสีให้เกิดความเกลียดชังคนที่มีความแตกต่างในวิถีชีวิตในรูปแบบการ์ดเกมที่มีชื่อว่า Patani Colonial Territory ต่อไปอย่างไม่ลดละ ในขณะที่มีนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์หลายกลุ่มพยายามค้นหาความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่แท้จริงสู่สาธารณะโดยเฉพาะคนในพื้นที่ครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ในลักษณะเดิมๆ ที่กลุ่มคนในขบวนการแห่งนี้พยายามสานต่อความเกลียดชังให้ดำรงคงอยู่ก็ยังคงเดินหน้าอยู่ต่อไป สงครามของการแย่งชิงความเชื่อสุดโต่งในสมรภูมิแห่งนี้จึงคงความเข้มข้นยิ่งขึ้นท่ามกลางการต่อสู้ด้วยอาวุธอาจบรรเทาเบาบางลง ปรากฏการณ์ความเห็นของภาคประชาสังคม และนักสิทธิมนุษยชน ที่พยายามเดินหน้าแย่งชิงความเชื่อจึงมีอย่างไม่ลดละ โดยกล่าวอ้างว่า ที่ผ่านมารัฐจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ซึ่งประวัติศาสตร์ของรัฐจะแตกต่างจากเรื่องเล่า (Narratives) ของประชาชนในท้องถิ่นที่เป็นประวัติศาสตร์เชิงบอกเล่ากันปากต่อปาก หรืออาจเป็นการเล่าผ่านเพลงกล่อมเด็ก หรือบทกวีท้องถิ่น เป็นต้น เหล่านี้จึงชี้ให้เห็นว่า แกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนแห่งนี้ กำลังปรับยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับรัฐอย่างขนานใหญ่ พวกเขาใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธเป็นเครื่องมือสื่อสารไปยังประชาคมโลกและสร้างความหวังและกำลังใจในการต่อสู้ รวมทั้งหล่อเลี้ยงหัวใจของมวลชนในพื้นที่ให้มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมายของขบวนการนั่นคืออิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่อยู่ต่อไป หากแต่พลังส่วนใหญ่ไปเบนเข็มมาให้น้ำหนักกับการต่อสู้ทางความคิดกับรัฐ มุ่งบิดเบือน บ่อมเพาะหล่อหลอมกล่อมเกลาความคิดให้เกิดกับคนในพื้นที่มีความเชื่อว่าบรรพชนของพวกเขาถูกทารุณ และนั่นคือสงครามแย่งชิงความเชื่อที่รัฐจะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด 
เสือตัวที่ 6 |

รวมพลังภาครัฐ

เสือตัวที่ 6 ในขณะที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อน  การต่อสู้กับรัฐอย่างเข้มข้นด้วยการผนึกกำลังหลอมรวมองคาพยพทุกภาคส่วนของขบวนการนี้ให้เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยการผนึกกำลังเพื่อการต่อสู้กับรัฐดังกล่าวนั้นเป็นแนวทางการต่อสู้ระดับยุทธศาสตร์ที่เรียกกันว่า ยุทธศาสตร์เดิน 2 ขา ที่ประกอบด้วยการต่อสู้ทางความคิดในทุกรูปแบบด้วยการหล่อหลอมกล่อมเกลาบ่มเพาะแนวคิด แปลกแยกแตกต่างจากรัฐในส่วนอื่นจนขยายตัวไปเป็นความเคียดแค้นชิงชังอย่างสุดโต่งและพร้อมที่จะร่วมกับกลุ่มคนในขบวนการนี้เพื่อเป็นแนวร่วมการต่อสู้กับรัฐทั้งทางเปิดและทางลับ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันเป็นขาข้างหนึ่งของยุทธศาสตร์การต่อสู้ดังกล่าว ร่วมกับยุทธศาสตร์ขาอีกข้างหนึ่งด้วยการ ใช้การต่อสู้ด้วยอาวุธสร้างความไม่สงบให้บังเกิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการส่งสัญญาณให้คนในพื้นที่ที่เป็นแนวร่วมขบวนการยังคงมีกำลังใจและคงความคาดหวังในชัยชนะของพวกเขาอยู่ต่อไปอย่างไม่เสื่อมคลาย รวมทั้งเป็นการสื่อสารให้ประชาคมโลกรับรู้ว่า ในพื้นที่แห่งนี้ยังคงมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างคนในพื้นถิ่นกับรัฐไทยอย่างเข้มข้น อันเป็นส่วนสำคัญในการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งหลายที่กล่าวมานั้นเพื่อคงศักยภาพในการต่อสู้กับรัฐอย่างเข้มแข็งอยู่ต่อไป ในขณะที่กลุ่มคนในขบวนการแห่งนี้ได้ขยายเครือข่ายแง่มุมของการต่อสู้กับรัฐไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศทั้งในพื้นที่ท้องถิ่นแห่งนี้เอง ส่วนงานระดับพื้นที่ไปจนถึงส่วนงานระดับชาติที่มีแนวร่วมขบวนการแทรกปนไปในส่วนงานนโยบายระดับชาติอย่างแนบเนียนและดำเนินงานอย่างลุ่มลึก ด้วยแนวทางของการประสานสอดรับกันและกันของส่วนงานระดับต่างๆ และส่วนงานการต่อสู้ด้วยอาวุธและการต่อสู้ทางความคิดที่มีอยู่ในทุกภาคส่วนของประเทศ  ทำให้การขับเคลื่อนการต่อสู้ของคนในขบวนการแห่งนี้มีความล้ำหน้าหน่วยงานภาครัฐอย่างน้อย 2-3 ก้าวอยู่เสมอ กลไกที่ขบวนการแห่งนี้ใช้ในการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐมีการรวมพลังความคิด พลังแห่งจิตวิญญาณและพลังทางกายภาพที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ดังปรากฏการณ์ที่ขบวนการซ่อนแอบการหล่อหลอมบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกจากรัฐอย่างเข้มข้นเป็นระบบและสอดรับกับการต่อสู้ด้วยอาวุธของกองกำลังติดอาวุธของขบวนการที่ยังคงศักยภาพในการก่อเหตุรุนแรงอยู่ต่อไปตามแต่โอกาสจะอำนวยให้ภายใต้การสนับสนุนจากแนวร่วมอย่างลับๆ ทำให้การปฏิบัติการรุนแรงทั้งหลายสามารถปิดรับแผนการร้ายทั้งหลายได้จนกระทั่งหลังการก่อเหตุร้ายสำเร็จตามแผนแล้วยังสามารถหลบหลีกหลีกหนีการไล่ล่าจับกุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐไปได้อย่างแนบเนียนและเหลือเชื่อ การก่อเหตุร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าได้คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐตลอดจนผู้บริสุทธิ์หลายชีวิตมาแล้วจำนวนมากและยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติหรือล้มเลิกความพยายามในการก่อเหตุร้ายทำลายความสงบสุขลงเลยแม้แต่น้อย หากแต่จังหวะก้าวของแต่ละขาของยุทธศาสตร์ของพวกเขา  ล้วนมาจากความตั้งใจที่จะใช้ยุทธศาสตร์ขาด้านไหนเป็นตัวนำมากกว่าความสำเร็จของหน่วยงานภาครัฐในการทำให้เหตุร้ายต่างๆ มีสถิติที่ลดลงอย่างที่เข้าใจ ที่เป็นดังนี้ก็เพราะกลุ่มนักคิดแกนนำของขบวนการมีศักยภาพมากพอในการหลอมรวมพลังทางความคิด พลังจิตวิญญาณและพลังทางกายภาพของพวกเขาให้สามารถต่อสู้กับรัฐได้อย่างเหนือชั้น ในขณะที่หน่วยงานของรัฐที่มีอยู่มากมายก่ายกองในพื้นที่ ซึ่งมีภารกิจในการนำความสงบสุขมาสู่คนในพื้นที่ให้จงได้ กลับมีการดำเนินการในลักษณะส่วนงานใดส่วนงานหนึ่งของตนเป็นสำคัญ การขับเคลื่อนการต่อสู้ในสมรภูมิพิเศษและมีลักษณะเฉพาะแบบในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ของภาครัฐ จึงไม่สามารถก้าวย่างให้ทันกับก้าวย่างในการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ได้เท่าที่ควร ด้วยหน่วยงานภาครัฐทุกระดับและทุกประเภทที่มีภารกิจสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้ยังขาดการรวมพลังความคิด พลังจิตวิญญาณและพลังทางกายภาพที่มากพอในการต่อกรกับการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้เท่าที่ควร และแม้ว่าความพยายามในการรวมพลังทั้งหลายของรัฐให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้มีศักยภาพมากพอในการต่อสู้กับขบวนการให้อย่างทัดเทียมเหล่านั้นจะเป็นความพยายามที่ทุกฝ่ายของรัฐต่างก็ตระหนักดีว่า ต้องหลอมรวมพลังทั้งหลายเหล่านั้นจึงจะยกระดับศักยภาพในการต่อกรกับขบวนการได้ หากแต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานของรัฐทุกระดับและทุกประเภทเหล่านั้น ก็ไม่สามารถทำให้ความพยายามเหล่านั้นเป็นรูปธรรมที่แท้จริงได้ อาทิ การที่หน่วยงานความมั่นคงของรัฐได้บังคับใช้กฎหมายกับกองกำลังติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่บนเทือกเขาเมาะแต หลังหมู่บ้านดาฮง ม.4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส โดยกองกำลังติดอาวุธใช้พื้นที่เทือกเขาดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงเพื่อเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายจนมีการปะทะทำให้คนร้ายตาย 3 ศพ หากแต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รัฐกลับถูกกลุ่มแนวร่วมปฏิบัติการ IO กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมให้รับศพไปปฏิบัติตามศาสนกิจ ปรากฏการณ์ดังกล่านั้นจึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่มีการต่อสู้กับรัฐอย่างทรงพลังด้วยการรวมพลังการต่อสู้ทั้งพลังทางความคิด พลังทางจิตวิญญาณและพลังทางกายภาพ ทำให้การต่อสู้กับรัฐที่แม้จะดูเพลี่ยงพล้ำแต่กลับพลิกมาเป็นฝ่ายได้เปรียบจนได้ จึงเป็นข้อสังเกตที่น่าตระหนักว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงห้วงเวลานี้ หน่วยงานทั้งหลายของรัฐได้ทำให้ความพยายามในการรวมพลังของภาครัฐเป็นรูปธรรมมากขึ้นเพียงใด เพราะหากต้องการให้การต่อสู้ในสมรภูมินี้มีชัยชนะ  มีทางเดียวที่รัฐต้องทำให้ได้ก็คือ การรวมพลังการต่อสู้ของรัฐทั้งพลังทางความคิด พลังจิตวิญญาณและพลังทางกายภาพให้เป็นหนึ่งเดียวให้จงได้โดยเร็ววัน
เสือตัวที่ 6 |