โฆษก ทอ. เผย นักบินอัลฟ่าเจ็ทปลอดภัย หลังดีดตัวออกจากเครื่อง ด้าน ผก.กองบิน 23 อุดรธานี ระบุ ยังไม่ทราบสาเหตุ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่เร่งเข้าช่วยเหลือทันที
วันที่ 15 ก.พ. พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ได้เกิดอุบัตินักบินที่ 2 ดีดตัวออกจากเครื่องอัลฟ่าเจ็ทที่กำลังอยู่ในภารกิจการฝึกบินทางยุทธวิธี ขณะบินเหนือ หมู่บ้าน เจริญสุข ท้องที่ สภ. นาดินดำ อ.เมืองเลย ส่งผลได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ได้นำผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทราบอาการปลอดภัยดี ส่วนนักบินที่ 1 ได้นำเครื่องบินบินลำดังกล่าวมาลงที่กองบิน 23 จ.อุดรธานี อย่างปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าการดีดตัวของนักบินที่ 2 ครั้งนี้เกิดจากอะไร คงต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง
ด้านน.อ.นิทัศน์ ยูประพัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน23 อุดรธานี เปิดเผยถึงเหตุนักบินอัลฟ่าเจ็ตดีดตัวจากเครื่องไม่ทราบสาเหตุระหว่าง ภารกืจฝึกบินปกติบริเวณหมู่บ้านเจริญสุข ตำบลนาดินดำ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ว่า เหตุเกิดเมื่อ เวลา 11นาฬิกา 15 นาที จุดเกิดเหตุห่างจากสนามบินจังหวัดเลย ไปทางตะวันตก 70 กิโลเมตร โดยนาวาอากาศตรีสุโขทัย ศรีสมใส ซึ่งเป็นครูนักบินดีดตัวออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ร่างกระแทกกับพื้นได้รับบาดเจ็บ และได้รับการช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะที่ร.ท.ภูริ จุลพัลลภ ศิษย์การบิน ได้นำเครื่องกลับฐานบินอย่างปลอดภัย ทั้งนี้กองบิน23 ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่เข้าช่วยเหลือทันที โดยทางกองบินรู้สึกซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือครั้งนี้อย่างมาก
เครื่องบิน ALPHA JET (บจ.7) ดาโซ/ดอร์เนียร์แอลฟาเจ็ต เป็นเครื่องบินรบที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีร่วมมือสร้างขึ้น ตามแผนโครงสร้างกองทัพไทย ปี 2540 - 2545 กองทัพอากาศต้องปรับลดความต้องการกำลังรบ จาก 36 ฝูงบิน ให้เหลือ 24 ฝูงบิน เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณ ที่ถูกตัดลงตามวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ แต่กองทัพอากาศ ก็ยังมีเครื่องบินไม่เพียงพอ ที่จะใช้สนับสนุนภารกิจทางยุทธการ ตามแผนการปรับลดกำลังรบ เพราะเครื่องบินที่กองทัพอากาศมีประจำการ เช่น บ.จ.4 (OV-10) และ บ.จธ.2 (AU-23A) จะครบอายุการใช้งาน ต้องปลดประจำการในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้น กองทัพอากาศจึงจำเป็นต้องจัดหา เครื่องบินขับไล่/โจมตี ที่มีสมรรถนะเท่ากันหรือดีกว่า มาทดแทน เพื่อให้ตรงกับความต้องการ ของกำลังรบของกองทัพอากาศ
ในเดือนก.พ.2542 กระทรวงกลาโหมเยอรมนี ได้เสนอขายเครื่องบิน ALPHA JET ให้กองทัพอากาศในราคามิตรภาพ (SYMBOLIC PRICE) เนื่องจากกองทัพอากาศเยอรมนี ปลดประจำการเครื่องบิน ALPHA JET เพื่อลดขนาดของกองทัพ และได้เก็บรักษา ไว้ในสภาพดีมาก ตรงกับความต้องการจัดหาเครื่องบินทดแทน เครื่องบิน OV-10 และ AU-23A ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อนุมัติหลักการ ให้กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ จำนวน 50 เครื่อง ในลักษณะจัดซื้อแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล โดยให้ใช้งบประมาณของกองทัพอากาศดำเนินการ
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2542 คณะรัฐมนตรีมีอนุมัติให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้จำนวน 25 เครื่อง ตามกำลังงบประมาณที่กองทัพอากาศสามารถสนับสนุนได้ โดยให้ทำการ ปรับเครื่องบินให้บินได้ตามมาตรฐาน AIR WORTHINESS ของเยอรมนี จำนวน 20 เครื่อง และเก็บไว้เป็นอะไหล่ จำนวน 5 เครื่อง วงเงินจัดซื้อ 62,430,250 ด็อยช์มาร์ค หรือประมาณ 1,286,562,592 บาท ในการจัดซื้อครั้งนี้ ได้จัดทำการค้าต่างตอบแทน (COUNTER TRADE) ตามมติรัฐมนตรีด้วย ต่อจากนั้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2542 ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลง (Agreement) จัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET จำนวน 25 เครื่อง กับ Mr.Heman Erath เอกอัคราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้ลงนามแทนรัฐบาลไทย ว่าจ้างให้บริษัท FAIRCHILD DORNEIR เป็นบริษัทผู้ผลิต มีเจ้าหน้าที่เทคนิค และมีขีดความสามารถ ในการดำเนินการ ปรับคืนสภาพ โดยกระทรวงกลาโหมเยอรมนี รับผิดชอบจัดส่ง เจ้าหน้าที่เทคนิค มาควบคุมกำกับดูแล การปรับคืนสภาพเครื่องบิน ให้ได้มาตรฐานของเยอรมนี แทนกองทัพอากาศด้วย ซึ่งสัญญาดำเนินการดังกล่าว บริษัท FAIRCHILD DORNIER จะต้องดำเนินการ ปรับคืนสภาพเครื่องบิน ให้แล้วเสร็จทั้ง 20 เครื่อง ภายในเดือนกันยายน 2544 รวมทั้งการฝึกนักบิน และเจ้าหน้าที่เทคนิค แต่ละสาขา ให้สามารถทำการซ่อมบำรุงเครื่องบินขั้นฝูงบินได้ จำนวน 8 หลักสูตร รวมจำนวน 70 คน