ที่ผ่านมาปอเนาะสามารถช่วยฟื้นฟูเยาวชนไปได้แล้วกว่า 1,600 คน ปัจจุบันมีผู้ได้รับการฟื้นฟูประมาณ 300 คน มีทั้งที่นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่มีผลตอบรับดี เสียงขับขานอาซานที่แว่วดังขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่ง ของพื้นที่อ.เทพา จ.สงขลา ส่งสัญญาณให้ทราบว่าเป็นเวลาปฏิบัติศาสนกิจของเหล่าเยาวชนที่เข้าฟื้นฟูการติดยาเสพติดกับ "ปอเนาะญาลันนันบาลู" ปอเนาะแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2556 ตั้งอยู่บนเกาะแลหนัง อ.เทพา จ.สงขลา เชื่อมต่อกับอ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งปอเนาะ หมายถึงสถาบันศึกษาและปฏิบัติทางวิถีอิสลาม ส่วนคำว่า “ญาลันนันบาลู” หมายถึง “ทางสายใหม่” เป็นสถานที่สำหรับฟื้นฟูเยาวชนที่ติดยาเสพติด โดยใช้หลักศาสนา และเพื่อเป็นทางสายใหม่ให้เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปอเนาะญาลันนันบารู ก่อตั้งขึ้นจากการร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ประสบเพียงปัญหาความรุนแรง หรือความไม่สงบเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของปัญหายาเสพติด ทั้งเรื่องการเสพ และขาย ประกอบกับช่วงหนึ่งพบว่ามีเยาวชนที่ติดยาเป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถใช้มาตรการป้องกันได้ “อับบาส บิณอิบรอฮีม” บาบอปอเนาะญาลันนันบารู หรือครูใหญ่ของปอเนาะที่นี่ เล่าให้ “สยามรัฐ” ฟังว่า เดิมที่นี่รับผิดชอบฟื้นฟูเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจ.สงขลา แต่ปัจจุบันมีผู้ที่เข้าร่วมรับการฟื้นฟูจากหลากหลายพื้นที่ และหลากหลายอายุ โดยผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูที่อายุน้อยที่สุดคือ 11 ปี และอายุมากสุดคือ 58 ปี โดยเกณฑ์การเข้ารับการฟื้นฟูจะต้องผ่านการคัดกรอง เพราะบางคนติดยาจนถึงขั้นมีอาการทางประสาท หรือทางจิต หากมีอาการหนักมากก็ต้องส่งตัวไปบำบัด หากไม่หนักมากก็เข้าฟื้นฟู ที่ผ่านมาปอเนาะสามารถช่วยฟื้นฟูเยาวชนไปได้แล้วกว่า 1,600 คน ปัจจุบันมีผู้ได้รับการฟื้นฟูประมาณ 300 คน มีทั้งที่นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ส่วนใหญ่มีผลตอบรับดี ผู้ปกครองให้ความสำคัญเรื่องศาสนา เพราะสอนให้แยกแยะสิ่งดี และไม่ดี เมื่อได้รับการฟื้นฟูก็สามารถหยุดใช้ยาเสพติดได้ แต่ก็มีบางคนที่กลับไปแล้วใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซึ่งทางครอบครัวจะส่งกลับมาฟื้นฟูใหม่ ดังนั้นเรื่องสภาพแวดล้อม และเพื่อนฝูงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นต้องหาวิธีให้เขาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และให้เขารู้จักการปฏิเสธ สำหรับสาเหตุการติดยาของเยาวชน คือ 1. มีปัญหาครอบครัว 2. เพื่อน 3.ผิดหวัง และ 4. อยากเป็นฮีโร่ อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงปัญหาของผู้ที่ติดยาเสพติด หลายคนอาจคิดว่าเกิดจากการไม่มีการศึกษา หรือเรื่องฐานะ แต่เมื่อดูพื้นฐานความรู้ของคนที่เข้าฟื้นฟูที่นี่พบว่าการติดยาเสพติดไม่เกี่ยวกับเรื่องไม่มีการศึกษา เพราะบางคนจบการศึกษาระดับสูง บางคนจบจากต่างประเทศ และเป็นครอบครัวมีฐานะและหน้าตาทางสังคม บาบอปอเนาะญาลันนันบารู เล่าต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้เราหันกลับมาดูในเรื่องหลักศาสนา เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามมันเกิดจากกิเลสของคน ต้องหาทางออกด้วยหลักศาสนา สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเขา จะทำให้เขาสามารถแยกแยะถูกผิดได้ ส่วนผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูบางคนจบศาสนามาจากต่างประเทศ หลังจากเลิกยาได้แล้ว เขาก็สามารถกลับมาสอนที่นี่ มาเป็นพี่ เป็นครูให้กับผู้ฟื้นฟูรุ่นอื่นๆ ต่อไป ซึ่งจะทำให้เขาได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มี นอกจากการใช้หลักศาสนาในการฟื้นฟูแล้ว ยังมีการให้ความรู้ในวิชาสามัญขั้นพื้นฐาน หรือหลักสูตรการศึกนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) รวมถึงการฝึกอาชีพต่างๆ โดยชาวบ้านมีการจัดตั้งกองทุน ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการบริจาคของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ผ่านการฟื้นฟูให้ได้มีอาชีพตามที่เขาสนใจ และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เราพยายามสร้าง ซ่อม เสริมพวกเขา ขณะที่ หนึ่งในผู้เข้ารับการฟื้นฟูกับปอเนาะญาลันนันบารู เล่าถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาเข้ามารับการฟื้นฟูที่นี่ ว่า เขาเป็นอีกคนที่เคยใช้ยามา 3-4 ปี เคยเลิกไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาติดอีก ซึ่งทางครอบครัวก็เข้าใจว่าเลิกไปแล้ว แต่พอกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ก็กลับมาติดอีก ซึ่งครอบครัวก็สงสัยว่าหน้าที่การงานก็ดี แต่ทำไมถึงไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พอที่บ้านทราบเขาก็ตกลงกับเราให้เรามาฟื้นฟูกับหลักศาสนา เพื่อให้เข้าใจทางศาสนาดีขึ้น เพราะเขาคิดว่าเรายังอ่อนต่อศาสนา เราจึงตัดสินใจมาที่นี่ มาฝึกและทำความเข้าใจกับศาสนาใหม่ ปรับพื้นฐานให้จิตใจเราสงบมากกว่าเดิม “ขณะนี้ผมก็เข้ามารับการฟื้นฟูที่นี่เป็นเวลากว่า 40 วันแล้ว ที่นี่มีความเป็นอยู่ดี อาหารการกิน สุขพลามัยที่นี่ก็ดี เน้นเรื่องการทำละหมาด มันช่วยทำให้ทุกคนที่เครียดจากที่บ้านส่งมา พอได้หันหน้าเข้าศาสนาใจทุกคนก็นิ่งลง เพราะมีสมาธิ และถ้าเสร็จสิ้นการฟื้นฟูหลังจากนี้ ผมตั้งใจจะเลิกจากยาเสพติดทุกชนิด จะตั้งใจทำงาน หรับคนที่คิดกำลังจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อยากให้คิดเยอะๆ ว่าการที่เราทำอะไรลงไป มันได้ผลกลับมาอย่างไร การทำเรื่องแบบนี้ เราต้องหลบ ต้องแอบซ่อน สู้เราทำความดีดีกว่า ไม่ต้องแอบ ต้องหลบ ต้องซ่อน” หนึ่งในผู้เข้ารับการฟื้นฟูกับปอเนาะญาลันนันบารู กล่าว ในส่วนของบุคลากรที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ที่เป็นจิตอาสาที่พร้อมทำด้วยใจ เพราะไม่มีค่าตอบแทน และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาช่วยในบางส่วน โดย “ฮาบีบะห์ แฮเลาะแม” จิตอาสาปอเนาะญาลันนันบารู บอกว่า เราพยายามเป็นกำลังใจให้เขา ตนได้ผ่านการฝึกอบรมจากค่ายสิรินธร ในการเป็นจิตอาสา หลังจากนั้นก็มีแนวความคิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาไม่กลับไปอยู่ในสังคมเดิมๆ ได้อีก และทำอย่างไรให้สามารถอยู่ในหลักศาสนา และทำให้พ่อแม่มีความสุข สำหรับคนที่หวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีกนั้น พวกเราก็จะคอยติดตามให้เด็กกลุ่มนี้กลับมาสู่กระบวรการฟื้นฟูอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถฟื้นฟูให้พวกเขาเหล่านั้นกลับสู่สังคมได้ตามปกติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ต้น โดยครอบครัวควรจะให้เวลาใส่ใจเยาวชนให้มาก อีกทั้งตัวเราเองก็ควรที่จะพึงละลึกถึงหลักศาสนาของแต่ละศาสนาที่สอนให้ทุกคนรู้จักผิดชอบชั่วดีด้วย เรื่อง/ภาพ : พัชรพรรณ โอภาสพินิจ