ตามที่องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย และต่อมาใช้กำลังบังคับร่วมหลับนอนกับลูกค้าโดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมาได้ตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 จึงได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนไทย 2 คน และ คนลาว 1 คน
ต่อมาวันที่ 30 ก.ค. 62 ว่าที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ได้นำทีมชุดสืบสวน ตม.จังหวัดหนองคาย บูรณาการกับ ตม.จังหวัดนราธิวาส , กก.3 บก.ทท.3 , สภ.สุไหงโก-ลก และ สภ.สะเดา ร่วมกันจับกุมตัว นางพรพมล แซ่ตั้ง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/29 ถ.ประชาวิวัฒน์ ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 126 / 2562 ลงวันที่ 27 ก.ค. 2562 ในฐานความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้โดยร่วมตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด ยอมจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยจับกุมได้ที่ร้านสบายสบายคาราโอเกะ ถนนประชาวิวัฒน์ซอย 3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสและอีก 1 ราย ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยใช้เวลาในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ และสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพียง 3 วัน
พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวนามว่า “คิตตี้” วัย 17 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายชักชวนมาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย โดยจะให้เงินค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-12,000 บาท แต่เมื่อมาถึงกลับให้ทำงานค้าประเวณี และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมก็จะใช้กำลังทุบตี บังคับให้อดข้าว เพื่อแลกกับการร่วมหลับนอนกับลูกค้า โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมา น.ส. คิตตี้ ได้ออกอุบายกลับไปบ้านที่ สปป.ลาว และภายหลังกลับไปพบว่าตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ จึงไปร้องผ่าน เอนจีโอใน สปป.ลาว ก่อนมาติดต่อดีเอสไอ และ ตม.หนองคาย
ภายหลังรับเรื่องทางชุดสืบสวน ตม.หนองคาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนทำการสืบสวนสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน จนขออำนาจศาลจังหวัดหนองคาย ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนลาว 1 คน คนไทย 2 คน คือ น.ส.พรพิมล แซ่ตั้น หรือเจ๊ไหม และ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่ 29 ก.ค. ต่อเนื่องวันที่ 30 ก.ค. ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านคาราโอเกะภายในซอยดังกล่าว ก่อนทำการจับกุม น.ส.พรพิมล ได้ พร้อมช่วยเหลือเด็กสาวชาวลาวได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ น.ส.พรพิมล ให้การภาคเสธ โดยรับว่าเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะจริง แต่ไม่ได้บังคับเด็กสาวชาวลาวค้าประเวณี ซึ่งเด็กทั้งหมดจะรับลูกค้าเองในราคา 1,000-1,500 บาท แต่จะแบ่งให้ตนครั้งละ 300 บาท เป็นค่านั่งที่ร้าน
พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ จ.สงขลา หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ ซึ่งทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระผิดเพิ่มเติม รวมทั้งให้การช่วยเหลือคัดแยกผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ในส่วนของเด็กสาวชาวลาวนั้นขณะนี้ได้ประสานทางสหวิชาชีพทำการสอบถามและเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง คัดแยกเหยื่อ ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฏหมายต่อไป.
พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4 จึงได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนไทย 2 คน และ คนลาว 1 คน
ต่อมาวันที่ 30 ก.ค. 62 ว่าที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ได้นำทีมชุดสืบสวน ตม.จังหวัดหนองคาย บูรณาการกับ ตม.จังหวัดนราธิวาส , กก.3 บก.ทท.3 , สภ.สุไหงโก-ลก และ สภ.สะเดา ร่วมกันจับกุมตัว นางพรพมล แซ่ตั้ง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/29 ถ.ประชาวิวัฒน์ ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 126 / 2562 ลงวันที่ 27 ก.ค. 2562 ในฐานความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้โดยร่วมตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด ยอมจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยจับกุมได้ที่ร้านสบายสบายคาราโอเกะ ถนนประชาวิวัฒน์ซอย 3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสและอีก 1 ราย ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยใช้เวลาในการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ และสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาเพียง 3 วัน
พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวนามว่า “คิตตี้” วัย 17 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายชักชวนมาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย โดยจะให้เงินค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-12,000 บาท แต่เมื่อมาถึงกลับให้ทำงานค้าประเวณี และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมก็จะใช้กำลังทุบตี บังคับให้อดข้าว เพื่อแลกกับการร่วมหลับนอนกับลูกค้า โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมา น.ส. คิตตี้ ได้ออกอุบายกลับไปบ้านที่ สปป.ลาว และภายหลังกลับไปพบว่าตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ จึงไปร้องผ่าน เอนจีโอใน สปป.ลาว ก่อนมาติดต่อดีเอสไอ และ ตม.หนองคาย
ภายหลังรับเรื่องทางชุดสืบสวน ตม.หนองคาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนทำการสืบสวนสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน จนขออำนาจศาลจังหวัดหนองคาย ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนลาว 1 คน คนไทย 2 คน คือ น.ส.พรพิมล แซ่ตั้น หรือเจ๊ไหม และ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่ 29 ก.ค. ต่อเนื่องวันที่ 30 ก.ค. ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านคาราโอเกะภายในซอยดังกล่าว ก่อนทำการจับกุม น.ส.พรพิมล ได้ พร้อมช่วยเหลือเด็กสาวชาวลาวได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ น.ส.พรพิมล ให้การภาคเสธ โดยรับว่าเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะจริง แต่ไม่ได้บังคับเด็กสาวชาวลาวค้าประเวณี ซึ่งเด็กทั้งหมดจะรับลูกค้าเองในราคา 1,000-1,500 บาท แต่จะแบ่งให้ตนครั้งละ 300 บาท เป็นค่านั่งที่ร้าน
พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำ จ.สงขลา หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ ซึ่งทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระผิดเพิ่มเติม รวมทั้งให้การช่วยเหลือคัดแยกผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ในส่วนของเด็กสาวชาวลาวนั้นขณะนี้ได้ประสานทางสหวิชาชีพทำการสอบถามและเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง คัดแยกเหยื่อ ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฏหมายต่อไป.