กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าวร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลสารสนเทศด้านข้าว ในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกร มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ได้ลงนามเป็นต้นไป โดยความร่วมมือนี้มะระยะเวลา 5 ปี เมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น2 อาคารกรมการข้าว
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลสารสนเทศด้านข้าวในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะให้กรมการข้าวเชื่อโยงข้อมูลที่มีการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปีปัจจุบัน ดดยมีเป้าประสงค์เพื่อ 1. บูรณาการข้อมูลทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร และข้อมูลทะเบียนในฐานข้อมูลของกรมการข้าว 2.แก้ไขกฎระเบียบต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์และทำให้ข้อมูลที่ได้ สอดคล้องไปในทางเดียวกัน และ3.เชื่อมโยงข้อมูลที่มีการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และข้อมูลสารสนเทศอื่นๆ
สำหรับการขึ้นทะเบียนครัวเรือนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายภารกิจจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดเก็บข้อมูลรายครัวเรือนเกษตรกร โดยจัดเก็บข้อมูล ดังนี้ 1.ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือน 2.สมาชิกในครัวเรือน และการเป็นสมาชิกองค์กร 3.การถือครองที่ดินเพื่อการเกษตร 4.การประกอบกิจกรรมการเกษตร 5.การเข้าร่วมโครงการภาครัฐ 6.รายได้ 7.หนี้สิน 8.เครื่องจักรกลการเกษตร และ9.แหล่งน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และได้ทำการพัฒนาระบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและถูกนำไปใช้ประโยชน์ตามมาตรการและโครงการชาวยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอด อาทิเช่น 1.โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2559/60 2.โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปี2559/60 3.โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น 4.โครงการปรับเปลี่ยนการปลุกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลายฤดูนาปรัง ปี 2560 5.โครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว 6.มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559/60 (กรณีได้รับผลกระทบ) 7.โครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ 8.มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ซึ่งโครงการทั้งหลายเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งภาครัฐบาลและหน่วยงานต่างๆอย่างทั่วถึง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเสริมว่า ทั้งสองหน่วยงานได้ตกลงกันในเรื่องการใช้ประดยชน์จากข้อมูลทั้งสองแหล่ง ตกลงอนุญาตให้แต่ละฝ่ายใช้ประโยชน์ข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ตามความจำเป็น นอกจากนี้ในเรื่องการเข้าถึงเพื่อความปลอดภัยต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบงานคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ และข้อมูลของหน่วยงาน แต่ละฝ่ายกำหนดให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับผิดชอบโดยตรงปฏิบัติงานเท่านั้น และที่สำคัญการเผยแพร่ข้อมูลทั้งสองหน่วยงานจะต้องไม่นำข้อมูลไปใช้ในลักษณะที่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของข้อมูล หากฝ่าฝืนหรือเกิดความรับผิดทางแพ่งหรืออาญา ฝ่ายที่นำข้อมูลไปใช้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย
ภายหลังการลงนามดังกล่าว กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าวจะร่วมกันรับผิดชอบข้อมูล รักษาข้อมูลที่เป็นความลับของแต่ละฝ่ายและจะไม่เปิดเผย หรือนำไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใด เว้นแต่ที่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของขู้อมูลนั้น ถึงแม้บันทึกความร่วมมือนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม โดยบันทึกความร่วมมือนี้จะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันลงนามเป็นต้นไป โดยมีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560-2565 นับตั้งแต่วันที่ลงนาม