ที่จ.อุดรธานี ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ควายไทย จัดโชว์ควายสวยงามตามฉบับควายงามของควายไทย ควายงามของชาวบ้านที่นี่สนนราคาหกหลักถึงหลักล้าน ปีนี้ชาวบ้านพร้อมใจกันจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญควายคู่คนไทย ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ควายที่ตายไปแล้วและพาไปดูบรรพบุรุษต้นกำเนิดควายสมัย 5000 ปี
วันนี้เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย ที่จ.อุดรธานีคึกคักโชว์ควายงามสนนราคาหกหลักถึงราคาเป็นล้านพร้อมทั้งพิธีบายศรีควายและพาไปดูบรรพบุรุษควายสมัย 5000 ปี โดยวันนี้ (14 พ.ค.62) ที่บริเวณหลุมขุดค้นโครงกระดูกมนุษย์โบราณอารยธรรม 5000 ปีบ้านเชียง วัดโพธิ์ศรีใน ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย พาเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย และชาวบ้านที่ชื่นชอบควายจัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย โดยครั้งนี้ชาวบ้านที่ชอบควายเป็นชีวิตจิตใจได้นำควายงามหลายตัวมาโชว์ อย่างเช่น ตัวแรกเป็นควายตัวผุ้ชื่อว่า เจ้าภูพญา อายุ 5 ปี เป็นควายงามตัวใหญ่ระดับน้องช้าง ราคาประมาณ 500000 บาท ตัวที่ 2 คือเทอโบ อายุ 3 ปี สนราคาประมาณ 400000 บาทและมีควายตัวเมียทองก้อน เพิ่งตกลูกออกมาเป็นตัวผุ้อายุ 5 เดือนราคาเคาะมาแล้ว 300000 บาท โดยทั้งหมดเป็นของคุณไพบูลย์ ปัญญาคำ อายุ 57 ปีชาวบ้านต.บ้านเชียง ส่วนควายอีกชุดเป็นของนายเสมียน ไม้ชัย อายุ70 ปี ชาวบ้านที่บ้านสามขา ต.บ้านตาด อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานีเอาควายงามที่ชื่อว่า เพชรศรีธาตุมาโชว์ด้วย เป็นควายตัวผุ้อายุ 3 ปี นอกจากนี้ยังควายเผือก หรือชาวบ้านเรียกว่าควายด่อนชื่อ “แก้วตา” มาโชว์ด้วย ส่วนเพชรน้ำหนึ่งที่เป็นควายตัวเมียราคาล้านกว่าบาท คุณเสมียนไม่ได้เอามาโชว์ด้วยเพราะท้องแก่กำลังใกล้คลอด โดยควายที่นำมาโชว์ครั้งนี้ถือว่าเป็นควายงามราคาไม่ใช่หลักหมื่น แต่มีราคาตั้งแต่ 300000 บาทถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว ดูราคาควายแล้วซื้อรถยนต์เงินสดได้เลย
นายเสมียน บอกเหตุผลที่เลี้ยงควายเพราะ สมัยปู่ย่าตาทวดก็เคยพาเลี้ยงมานาน เคยเอาควายไถนาและอยู่กับควายตั้งแต่เล็กจนใหญ่จึงหลงใหลและชอบควายมาตั้งแต่นั้น จากนั้นก็แสวงหาควายงามาเลี้ยงเอาไว้ที่บ้าน ทำให้เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันไปอีกอย่างหนึ่ง
ส่วนกิจกรรมทำเพื่อควายเนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย ชาวบ้านและผู้เลี้ยงควายที่อุดรธานีเขาก็พากันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญควาย ให้อยู่ค้ำคูณกับเจ้าของ นอกจากนี้ยังมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ควายที่ตายไปแล้ว จากนั้นคณะได้เข้าไปเยี่ยมชมหลุมขุดค้นโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายรธรรม 5000 ปี ซึ่งที่นี่มีประวัติศาสตร์บรรพบุรุษควายก็อยู่ที่นี่ เพราะพบหลักฐานฝังควายไปพร้อมกับศพของคนตายด้วย
โดย น.ส.เบญพร สารพรม หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง เปิดเผยว่า สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 5000 ปีที่แห่งนี้หลังจากขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณแหล่งอายรธรรม 5000 ปีจนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2518 ได้พบโครงกระดูกที่เป็นตระกูลกระบือและโค เชื่อว่าเป็นเรื่องราวที่ฝังไปพร้อมกับศพของผู้ตายสมัยก่อน เชื่อว่าคนบ้านเชียงสมัยก่อนทำเกษตรกร มีการนำควายมาใช้ในการไถนาด้วย แต่ควายที่พบในหลุมฝังศพไม่มีศีรษะ ควายที่เจอในหลุมฝังศพพบว่าแตกต่างควายป่า น่าจะเป็นสัตว์ควายเลี้ยง นั่นคือที่นี่จึงเชื่อควายบรรพบุรุษควายอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน นอกจากควายแล้วก็มีวัว หมู มีไก่และสุนัข น่าจะเป็นสัตว์ที่คนบ้านเชียงเลี้ยงเอาไว้และฝังเอาไว้กับเจ้าของที่ตายไปแล้วตามความเชื่อว่าการฝังสัตว์เลี้ยงไปกับคนตายสมัยก่อนเชื่อว่าคนตายจะได้เอาสิ่งของเหล่านี้ไปใช้ในภพหน้าได้ด้วย
ทางด้านนายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มผุ้เลี้ยงควายไทยได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมพิธีบายศรีสู่ขวัญควาย ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ควายที่ตายไปแล้ว ซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่เกษตรกรไทยมาแต่โบร่ำโบราณ การมาจัดกิจกรรมที่นี่ยังได้มาดูบรรพบุรุษควายตามหลักฐานที่ขุดพบพร้อมกับโครงกระดูกมนุษย์โบราณบ้านเชียง 5000 ปีด้วย เชื่อว่าควายอยู่กับมนุษย์เรามาก่อนสมัยประวัติศาสตร์แน่นอน นอกจากนี้แล้วเกษตรที่จ.อุดรธานีมีการเลี้ยงควายเพิ่มขึ้นมียอดทั่วจังหวัดประมาณ 60000 ตัว เชื่อว่าต่อไปที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต มาบ้านเชียงนอกจากจะได้ชมไหและโครงกระดูกมนุษย์โบราณแล้วต่อไปหากมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตอาจจะนั่งควายชมท้องทุ่งอีกด้วยก็ได้
วันนี้เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย ที่จ.อุดรธานีคึกคักโชว์ควายงามสนนราคาหกหลักถึงราคาเป็นล้านพร้อมทั้งพิธีบายศรีควายและพาไปดูบรรพบุรุษควายสมัย 5000 ปี โดยวันนี้ (14 พ.ค.62) ที่บริเวณหลุมขุดค้นโครงกระดูกมนุษย์โบราณอารยธรรม 5000 ปีบ้านเชียง วัดโพธิ์ศรีใน ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย พาเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย และชาวบ้านที่ชื่นชอบควายจัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย โดยครั้งนี้ชาวบ้านที่ชอบควายเป็นชีวิตจิตใจได้นำควายงามหลายตัวมาโชว์ อย่างเช่น ตัวแรกเป็นควายตัวผุ้ชื่อว่า เจ้าภูพญา อายุ 5 ปี เป็นควายงามตัวใหญ่ระดับน้องช้าง ราคาประมาณ 500000 บาท ตัวที่ 2 คือเทอโบ อายุ 3 ปี สนราคาประมาณ 400000 บาทและมีควายตัวเมียทองก้อน เพิ่งตกลูกออกมาเป็นตัวผุ้อายุ 5 เดือนราคาเคาะมาแล้ว 300000 บาท โดยทั้งหมดเป็นของคุณไพบูลย์ ปัญญาคำ อายุ 57 ปีชาวบ้านต.บ้านเชียง ส่วนควายอีกชุดเป็นของนายเสมียน ไม้ชัย อายุ70 ปี ชาวบ้านที่บ้านสามขา ต.บ้านตาด อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานีเอาควายงามที่ชื่อว่า เพชรศรีธาตุมาโชว์ด้วย เป็นควายตัวผุ้อายุ 3 ปี นอกจากนี้ยังควายเผือก หรือชาวบ้านเรียกว่าควายด่อนชื่อ “แก้วตา” มาโชว์ด้วย ส่วนเพชรน้ำหนึ่งที่เป็นควายตัวเมียราคาล้านกว่าบาท คุณเสมียนไม่ได้เอามาโชว์ด้วยเพราะท้องแก่กำลังใกล้คลอด โดยควายที่นำมาโชว์ครั้งนี้ถือว่าเป็นควายงามราคาไม่ใช่หลักหมื่น แต่มีราคาตั้งแต่ 300000 บาทถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว ดูราคาควายแล้วซื้อรถยนต์เงินสดได้เลย
นายเสมียน บอกเหตุผลที่เลี้ยงควายเพราะ สมัยปู่ย่าตาทวดก็เคยพาเลี้ยงมานาน เคยเอาควายไถนาและอยู่กับควายตั้งแต่เล็กจนใหญ่จึงหลงใหลและชอบควายมาตั้งแต่นั้น จากนั้นก็แสวงหาควายงามาเลี้ยงเอาไว้ที่บ้าน ทำให้เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันไปอีกอย่างหนึ่ง
ส่วนกิจกรรมทำเพื่อควายเนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย ชาวบ้านและผู้เลี้ยงควายที่อุดรธานีเขาก็พากันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญควาย ให้อยู่ค้ำคูณกับเจ้าของ นอกจากนี้ยังมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ควายที่ตายไปแล้ว จากนั้นคณะได้เข้าไปเยี่ยมชมหลุมขุดค้นโครงกระดูกมนุษย์โบราณอายรธรรม 5000 ปี ซึ่งที่นี่มีประวัติศาสตร์บรรพบุรุษควายก็อยู่ที่นี่ เพราะพบหลักฐานฝังควายไปพร้อมกับศพของคนตายด้วย
โดย น.ส.เบญพร สารพรม หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง เปิดเผยว่า สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 5000 ปีที่แห่งนี้หลังจากขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณแหล่งอายรธรรม 5000 ปีจนได้ชื่อว่าเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2518 ได้พบโครงกระดูกที่เป็นตระกูลกระบือและโค เชื่อว่าเป็นเรื่องราวที่ฝังไปพร้อมกับศพของผู้ตายสมัยก่อน เชื่อว่าคนบ้านเชียงสมัยก่อนทำเกษตรกร มีการนำควายมาใช้ในการไถนาด้วย แต่ควายที่พบในหลุมฝังศพไม่มีศีรษะ ควายที่เจอในหลุมฝังศพพบว่าแตกต่างควายป่า น่าจะเป็นสัตว์ควายเลี้ยง นั่นคือที่นี่จึงเชื่อควายบรรพบุรุษควายอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน นอกจากควายแล้วก็มีวัว หมู มีไก่และสุนัข น่าจะเป็นสัตว์ที่คนบ้านเชียงเลี้ยงเอาไว้และฝังเอาไว้กับเจ้าของที่ตายไปแล้วตามความเชื่อว่าการฝังสัตว์เลี้ยงไปกับคนตายสมัยก่อนเชื่อว่าคนตายจะได้เอาสิ่งของเหล่านี้ไปใช้ในภพหน้าได้ด้วย
ทางด้านนายทศพร ศรีศักดิ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มผุ้เลี้ยงควายไทยได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมพิธีบายศรีสู่ขวัญควาย ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ควายที่ตายไปแล้ว ซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่เกษตรกรไทยมาแต่โบร่ำโบราณ การมาจัดกิจกรรมที่นี่ยังได้มาดูบรรพบุรุษควายตามหลักฐานที่ขุดพบพร้อมกับโครงกระดูกมนุษย์โบราณบ้านเชียง 5000 ปีด้วย เชื่อว่าควายอยู่กับมนุษย์เรามาก่อนสมัยประวัติศาสตร์แน่นอน นอกจากนี้แล้วเกษตรที่จ.อุดรธานีมีการเลี้ยงควายเพิ่มขึ้นมียอดทั่วจังหวัดประมาณ 60000 ตัว เชื่อว่าต่อไปที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต มาบ้านเชียงนอกจากจะได้ชมไหและโครงกระดูกมนุษย์โบราณแล้วต่อไปหากมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตอาจจะนั่งควายชมท้องทุ่งอีกด้วยก็ได้