ที่ห้องพิจารณา 915 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 5 ส.ค.59 ศาลได้อ่านคำพิพากษา คดีดำ อ.985/58 ที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือ พระพุทธอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เป็นโจทก์ฟ้องพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และ นายเสถียร วิพรมหา อาจารย์ประจำภาควิชาสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ของมหามกุฎราชวิทยาลัย ร่วมกันเป็นจำเลยในความปิดฐาน ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ กรณีเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 57 จำเลยกับพวกได้นำความอันเป็นเท็จแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบว่า โจทก์ได้นำมวลชนพร้อมกำลังทหาร อาวุธครบมือบุกรุกเข้าไปในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และนำสิ่งสกปรกโสโครก ซึ่งอ้างว่า เป็นเครื่องสังฆทานไปมอบให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัด ปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อันเป็นการลบหลู่พูดจา ข่มขู่ คุกคาม นอกจากกนี้นายเสถียร ยังแถลงข่าวพร้อมแจ้งความ กล่าวหาทำนองว่า ช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง โจทก์ได้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กรรโชกทรัพย์จากโรงแรมแห่งหนึ่งด้วย ซึ่งล้วนเป็นเท็จ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานที่นำสืบแล้วเห็นว่า พระพุทธะอิสระโจทก์ เป็นแกนนำ กปปส. ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ จำเลยทั้งสอง ย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และติชมด้วยความเป็นธรรม ทั้งนี้โจทก์ ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า ตัวเองไม่มีพฤติกรรม หรือ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับกลุ่มบุคคลที่เดินทางไปที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และโรงแรม แต่อย่างใด เมื่อจำเลยทั้งสองไปร้องทุกข์ ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตที่ประชาชนย่อมกระทำได้ ประกอบกับคำเบิกความของโจทก์เจือสมกับคำเบิกความของจำเลยทั้งสอง มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเบิกความไปตามความจริง โดยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ประกอบกับโจทก์ไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเบิกความให้ศาลเห็นถึงความเสียหายด้วย พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด พิพากษายกฟ้อง ภายหลังพระพุทธะอิสระ กล่าวว่า โดย ส่วนตัวเห็นว่า การรวบรวมพยานหลักฐานยังมีข้อบกพร่อง เนื่องจากไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเบิกความยืนยันว่าเกิดความเสียหายอย่างไร และไม่ได้คัดค้านหลักฐานของฝ่ายจำเลย แต่ที่มาฟ้องคดีเพราะอยากเตือนให้บุคคลที่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใส่ร้าย ด้านพระมหาโชว์ กล่าวภายหลังว่า ไม่ติดใจคดีและไม่คิดฟ้องกลับ ที่ทำไปเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ พระพุทธะอิสระ ยังได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโลมิรันดย์ บุตรจันทร์ ประธานชมรมคนยอมตายเพื่อพุทธศาสนา เป็นจำเลยต่อศาลอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณี ที่นายโลมิรันดย์ แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนิคดีพระพุทธะอิสระ ที่บุกรุกป่า ในพื้นที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 300 ไร่ด้วย ศาลอาญารับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป.