ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 พ.ค.62) นางยุวดี ชุมดี อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 842 หมู่ที่ 1 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พร้อมทนายเดินทางเข้าร้องเรียนผกก. สภ.เมืองสตูล เพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการทำสำนวนคดีที่ล่าช้าของพนักงานสอบสวน หลังตนตกเป็นผู้เสียหายในคดีต่าง ๆหลายคดี โดยแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล เพื่อประสงค์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคดีความได้แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมร้องผ่านสื่อให้ช่วยติดตามคดีให้กับตนด้วย
โดยเมื่อก.ย.2559 ได้แจ้งความร้องทุกข์ในข้อหา ร่วมกันรุมทำร้ายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ปีถัดมาประมาณเดือนก.ย.2560 ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหา ถูกนายศราวุฒิ กับพวกพูดหมิ่นประมาทเป็นเหตุให้เสียชื่อเสียงและดูหมิ่นเกลียดชังและประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2561 แจ้งความร้องทุกข์ในข้อหา ถูกบุคคลร่วมกันบุกรุกมารุมทำร้ายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ
โดยนับตั้งแต่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ต่อพนักงานสอบสวนคดีไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนและส่งดำเนินการตามขั้นตอน เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงเลื่อนมาเหมือนเจตนาที่จะไม่ดำเนินการ / ต่อมาภายหลังพบว่าพนักงานสอบสวนคนดังกล่าวได้มีคำสั่งถูกให้ออกจากราชการตำรวจไว้ก่อน ส่วนพนักงานสอบสวนอีกคนได้ถูกย้ายไปประจำการที่จังหวัดอื่น ทำให้ไม่รู้ได้ว่าจะต้องดำเนินการตามจากพนักงานสอบสวนที่คนใด และคดีถึงขั้นตอนไหน เหตุใดสำนวนคดีที่แจ้งความไว้ไม่ได้เป็นโทษที่สูงมากนัก และไม่ได้เป็นคดีที่ยุ่งยากซับซ้อน การทำสำนวนถึงล่าช้า ทั้ง ๆที่อายุความในการดำเนินคดีก็ไม่ได้มากนัก ทำให้สันนิษฐานได้ว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของพนักงานสอบสวนโดยมิได้เร่งรัดสอบสวนคดีอาญาให้แล้วเสร็จ ตามระเบียบอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบทางราชการ
นางยุวดี ชุมดี ยอมรับว่า เมื่อก่อนเคยกลัวและความกลัวก็หายไป แต่กลับรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมความเป็นธรรมถึงไม่มีเลย ไม่ว่าในเรื่องการเยียวยา จากผู้กระทำความผิด จากหน่วยงานของรัฐอื่นใด หรือการดำเนินคดีเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ การว่าจ้างทนายฟ้องร้องก็ไม่ค่อยมีกำลังเงิน เพราะเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว หาเลี้ยงชีพพนักงานเดินรถ หวังแต่เพียงพึ่งพิงตำรวจให้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือประชาชน
ทนายที่ปรึกษา กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องให้ทางผู้บังคับบัญชา ที่ดูแลพนักงานสอบสวน ให้ช่วยลงมาตรวจสอบอีกทีหนึ่งว่าข้อเท็จจริงมันเกิดอะไรขึ้น มีเหตุอันใดทำให้คดีล่าช้า วันนี้ผู้เสียหายรู้สึกมีความขัดใจอยู่บ้างด้วยว่าทางสภาวะเศรษฐกิจทางบ้าน และการเงินก็ไม่มีเงินพอที่จะจ้างทนายความว่าความโดยตรงได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง เลยต้องใช้บริการที่รัฐจัดให้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานตำรวจอยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายติดต่อก็เร่งให้ติดตามตลอด ก็เห็นความทุกข์ร้อนใจของเขาและความเสียหาย แม้กระทั่งการเยียวยา จากภาครัฐหรือผู้ต้องหาเองที่มากระทำ ทำให้เขาต้องขาดรายได้ เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาต่างๆก็ไม่ได้รับการเยียวยาใดๆทั้งสิ้น
ขณะที่นางกัลทิมา เขียวอ่อน อายุ 39 ปี 229 ม.4 ต.ควนขัน อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสตูลที่ล่าช้าด้วยเช่นกัน กล่าวว่า การมาในครั้งนี้ของตนเพื่อมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายในคดีร่วมกันพยายามฆ่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2558 ลูกชายโดนจับ สู้คดีความบนชั้นศาล ได้รับการยกฟ้องคดีถึงที่สุด เมื่อ 3 ตุลาคม 2559 และได้ฟ้องกลับ เมื่อ 2560 ณ ปัจจุบันนี้เราไม่ได้รับอะไรแม้แต่อย่างเดียวไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องการความเป็นธรรม ความยุติธรรมเพราะลูกชายไม่ได้ไปก่อเรื่องนี้ ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับคดีนี้ ศาลยกฟ้องไปแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่เสียหาย ความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้เป็นผู้กระทำตรงจุดนี้แล้วทำไมเราต้องมาเสียหายต้องจ่ายค่าทนายมาสู้คดีบนชั้นศาลทั้งๆที่เราบอกอยู่ก่อนที่โดนจับว่าเราไม่ได้เป็นผู้กระทำไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ แต่ไม่มีใครรับฟังเลย
ถามว่าแล้วค่าเสียหาย ที่ต้องสูญเสียไปทรัพย์สมบัติที่เอาไปจำนำจำนองใครจะเป็นคนรับผิดชอบ วันนี้ได้เอาสวนยางไปค้ำประกันกับเงิน 100,000 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีปัญญาเอาสวนยางกลับคืนมา
สำหรับครอบครัวตอนนี้แย่มาก สามีเพิ่งเสียชีวิตไป เรานั้นต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว อยากฝากเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างยุติธรรม ขอความเป็นธรรมอย่างแท้จริงเพราะเรารู้ตัวเราดีว่าในเหตุการณ์นี้เราไม่ได้ข้องเกี่ยว และไม่ได้เป็นผู้กระทำ ทำไมต้องให้มาเสียเวลา เสียเงินมากมายจนเป็นหนี้เป็นสินกับสิ่งนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นหนี้
ขณะที่ พ.ต.อ.สนธยา ธูปทอง ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งพร้อม รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองสตูล หลังรับเรื่องร้องเรียน ในฐานะที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจจะทำให้ดีที่สุด เป็นไปตามขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบเป็นไปตามข้อกฎหมายทุกสิ่งอย่างขอยืนยัน และให้คำมั่นสัญญา กับทุกท่านที่เป็นผู้เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจ เพราะตำรวจคือข้าราชการของพระเจ้าอยู่หัว ขอสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ที่สุด
ตำรวจทำงานเต็มที่ที่สุดด้วยเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรี เพราะรัชกาลที่ 10 บอกไว้แล้ว ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ก็ต้องน้อมนำพระบรมราโชวาทที่ให้กับตำรวจทุกคนว่า เมื่อทุกคนเป็นตำรวจแล้วมันหนักหนาสาหัส ก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ที่สุด จะเป็นการตอบสนองและรับใช้พระยุคลบาทของรัชกาลที่ 10 ของข้าราชการตำรวจทุกคน สิ่งนี้จะเป็นนโยบายเฉพาะ จะต้องมอบต่อให้กับตำรวจที่จะเป็นเข็มทิศเข็มมุ่ง ให้ทำหน้าที่
สำหรับกรณีนี้ ก็ต้องดูข้อเท็จจริง ในเบื้องต้น ในเอกสารประกอบที่มี และอะไรที่พอดำเนินการได้ ในบทบาทขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของตำรวจจะทำให้เต็มที่ครับ
ขณะที่นางกัลทิมา เขียวอ่อน อายุ 39 ปี 229 ม.4 ต.ควนขัน อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนสภ.เมืองสตูลที่ล่าช้าด้วยเช่นกัน กล่าวว่า การมาในครั้งนี้ของตนเพื่อมาร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายในคดีร่วมกันพยายามฆ่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2558 ลูกชายโดนจับ สู้คดีความบนชั้นศาล ได้รับการยกฟ้องคดีถึงที่สุด เมื่อ 3 ตุลาคม 2559 และได้ฟ้องกลับ เมื่อ 2560 ณ ปัจจุบันนี้เราไม่ได้รับอะไรแม้แต่อย่างเดียวไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องการความเป็นธรรม ความยุติธรรมเพราะลูกชายไม่ได้ไปก่อเรื่องนี้ ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับคดีนี้ ศาลยกฟ้องไปแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่เสียหาย ความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้เป็นผู้กระทำตรงจุดนี้แล้วทำไมเราต้องมาเสียหายต้องจ่ายค่าทนายมาสู้คดีบนชั้นศาลทั้งๆที่เราบอกอยู่ก่อนที่โดนจับว่าเราไม่ได้เป็นผู้กระทำไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นี้ แต่ไม่มีใครรับฟังเลย
ถามว่าแล้วค่าเสียหาย ที่ต้องสูญเสียไปทรัพย์สมบัติที่เอาไปจำนำจำนองใครจะเป็นคนรับผิดชอบ วันนี้ได้เอาสวนยางไปค้ำประกันกับเงิน 100,000 บาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีปัญญาเอาสวนยางกลับคืนมา
สำหรับครอบครัวตอนนี้แย่มาก สามีเพิ่งเสียชีวิตไป เรานั้นต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว อยากฝากเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างยุติธรรม ขอความเป็นธรรมอย่างแท้จริงเพราะเรารู้ตัวเราดีว่าในเหตุการณ์นี้เราไม่ได้ข้องเกี่ยว และไม่ได้เป็นผู้กระทำ ทำไมต้องให้มาเสียเวลา เสียเงินมากมายจนเป็นหนี้เป็นสินกับสิ่งนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นหนี้
ขณะที่ พ.ต.อ.สนธยา ธูปทอง ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งพร้อม รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองสตูล หลังรับเรื่องร้องเรียน ในฐานะที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจจะทำให้ดีที่สุด เป็นไปตามขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบเป็นไปตามข้อกฎหมายทุกสิ่งอย่างขอยืนยัน และให้คำมั่นสัญญา กับทุกท่านที่เป็นผู้เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจ เพราะตำรวจคือข้าราชการของพระเจ้าอยู่หัว ขอสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ที่สุด
ตำรวจทำงานเต็มที่ที่สุดด้วยเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรี เพราะรัชกาลที่ 10 บอกไว้แล้ว ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ก็ต้องน้อมนำพระบรมราโชวาทที่ให้กับตำรวจทุกคนว่า เมื่อทุกคนเป็นตำรวจแล้วมันหนักหนาสาหัส ก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ที่สุด จะเป็นการตอบสนองและรับใช้พระยุคลบาทของรัชกาลที่ 10 ของข้าราชการตำรวจทุกคน สิ่งนี้จะเป็นนโยบายเฉพาะ จะต้องมอบต่อให้กับตำรวจที่จะเป็นเข็มทิศเข็มมุ่ง ให้ทำหน้าที่
สำหรับกรณีนี้ ก็ต้องดูข้อเท็จจริง ในเบื้องต้น ในเอกสารประกอบที่มี และอะไรที่พอดำเนินการได้ ในบทบาทขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของตำรวจจะทำให้เต็มที่ครับ