วันที่ 7 เม.ย.62 ที่ท่าเทียบเรือตกปลา บ้านปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ชาวบ้านภายใต้การรวมตัวชื่อกลุ่ม “รัฐวิสาหกิจชุมชนชมรมเรือทัวร์ นำเที่ยวตกปลาบ้านปากบารา” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 40 ลำ 100 กว่าครอบครัว ได้นัดรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนหลังเกิดปัญหาไม่สามารถนำเรือทัวร์เบ็ดตกปลา ไปหาเหยื่อซึ่งเป็นปลาหมึกใกล้เกาะเขาใหญ่ เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราได้ เนื่องจากทางอุทยานฯระบุว่าจะเข้ามาหาเหยื่อซึ่งเป็นปลาหมึกในการตกปลาได้ต้องห่างจากเกาะ 500 เมตร ซึ่งในความเป็นจริงชาวประมงเรือทัวร์เบ็ดบอกว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากระหว่างนั้นกระแสน้ำจะไหลเชียวกราดเสี่ยงเรือพลิกคว่ำได้ง่าย อีกทั้งวิถีชีวิตของชาวประมงเรือทัวร์เบ็ดเพียงแค่ต้องการเข้าไปเอาเหยื่อปลาหมึกเป็น ๆ เพียง 200 ตัวมาให้ลูกค้าที่เช่าเหมาเรือไปเพื่อตกปลา โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ในการหาเหยื่อปลาหมึกเป็นเพียงไฟ 2 ดวง และ “ยอ หรืออวนตาห่างๆ” กว้างยาวเพียงเล็กน้อย ปลาเล็กปลาน้อยทางเราไม่ต้องการ ได้เหยื่อเสร็จก็มุ่งหน้าไปตกปลาซึ่งเครื่องมือไม่มีอะไรที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปะการังเลยแม้แต่น้อย แต่กลับถูกกีดกันและเป็นปัญหาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งที่อาชีพนำนักท่องเที่ยวตกปลาเป็นอาชีพที่ทางจังหวัดส่งเสริมในการท่องเที่ยว และเข้าปฏิทินนำเที่ยวประจำทุกปี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และในประเทศแห่มาตกปลาซึ่งเป็นเกมส์กีฬา สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชาวบ้าน นายวาหลาด เกษม ประธานกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนชมรมเรือทัวร์ นำเที่ยวตกปลาบ้านปากบารา บอกว่า ปัญหานี้เกิดขึ้น 2-3 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ลูกทัวร์เรือเบ็ดไทย-เทศ ต้องยกเลิกเพราะไม่มีเหยื่อในการตกปลา ซึ่งเป็นปัญหาให้กับชาวบ้านประมงเรือทัวร์เบ็ดเป็นอย่างมาก ไปเจรจาขอให้ผ่อนปรนบ้างก็ไม่เป็นผล แล้วชาวประมงเรือทัวร์เบ็ดจะทำอย่างไรหลายคนหยุดทำเรืออวนลากที่ว่าผิดกฎหมาย มาปรับเปลี่ยนเครื่องมือเป็นเรือทัวร์เบ็ด มีความเสี่ยงในอาชีพมากทั้งสภาพอากาศ คลื่นลม อาชีพนี้ทำงานได้เพียงแค่ 6 เดือน การตกปลาก็ต้องใช้ฝีมือภูมิปัญญาตกที่ละตัว หากเหยื่อไม่มีลูกค้าก็ไม่มา อีกทั้งเรือตกปลาไม่สามารถนำไปใช้ทำประมงประเภทอื่นได้เพราะผิดกฎหมาย อย่างให้ส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ช่วยเหลือหาทางออกให้พวกตนด้วย นายอรุณ เอ็มดู นายก อบต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ยอมรับว่า ขณะนี้ชาวประมงเรือทัวร์เบ็ดประสบปัญหากับกฎหมายของภาครัฐอย่างหนักที่ออกมาหยุมหยิม จนไม่สามารถขยับหรือทำมาหากินได้ อาชีพเรือประมงตกเบ็ดเป็นวิถีชาวบ้านที่ใช้ภูมิปัญญาตกปลาขึ้นมาทีละตัว ไม่ได้ใช้เครื่องมือทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติตรงไหน จากปัญหาที่เกิดขึ้นยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และฝ่ายความมั่นคง ลงมาดูแลปัญหาชาวบ้านด้วย เพราะหลายคนปรับเปลี่ยนเครื่องมือผิดกฎหมายผิดกฎหมาย มาทำให้ถูกกฎหมาย และยังมาห้ามไม่ให้หาเหยื่อใช้ในการตกปลา โดยให้ไปเอาเหยื่อห่างจากเกาะอีก 500 เมตรซึ่งในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ หากเกิดอุบัติขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องอื่นอีก ขอให้ทุกฝ่ายลงมาแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย หลังการรวมตัวชาวบ้านเรือประมงทัวร์เบ็ดได้ลงชื่อและเตรียมยื่นเรื่องไปยังศูนย์ดำรงธรรมในการร้องขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้านในวันจันทร์นี้