สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดอมรมพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง เสริมความรู้สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรมีความพร้อมประกอบอาชีพด้านการเกษตร
นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Famer) เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรมีความพร้อม มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต
โดยนายทวีภัทร เหล่าบรรเทา ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะทำงาน และกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 และ 4 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบชุมชนสายยาวฯ ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Famer)ครั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรมีความพร้อม มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และลักษณะการประกอบการของแต่ละบุคคล ซึ่งมีการให้ความสำคัญในการใช้องค์ความรู้ และข้อมูลในการตัดสินใจ มีการนำเทคโนโลยี ภูมิปัญญา และวิธีการปฏิบัติที่ดีมาใช้ โดยตระหนักถึงคุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด รวมไปถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในโครงการจะมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบชุมชนสายยาวฯ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษา วิธีการ กระบวนการต่างๆ ในการพัฒนาเกษตรกร เช่น การทำบัญชีครัวเรือน การทำเกษตรผสมผสาน การแปรรูปสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น
ทั้งนี้ มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ 22 สหกรณ์ จำนวน 140 คน
นายดุสิต ทองทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Famer)ครั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรมีความพร้อม มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต และลักษณะการประกอบการของแต่ละบุคคล ซึ่งมีการให้ความสำคัญในการใช้องค์ความรู้ และข้อมูลในการตัดสินใจ มีการนำเทคโนโลยี ภูมิปัญญา และวิธีการปฏิบัติที่ดีมาใช้ โดยตระหนักถึงคุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด รวมไปถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในโครงการจะมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบชุมชนสายยาวฯ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ศึกษา วิธีการ กระบวนการต่างๆ ในการพัฒนาเกษตรกร เช่น การทำบัญชีครัวเรือน การทำเกษตรผสมผสาน การแปรรูปสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น
ทั้งนี้ มีสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ 22 สหกรณ์ จำนวน 140 คน