จ.ขอนแก่น หัวเมืองใหญ่ทางภาคอีสานที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการเป็นศูนย์กลางการค้า การบริการ การคมนาคมขนส่ง และการศึกษา มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแหล่งจ้างงานของคนจากชนบทเข้าสู่เมือง นำมาสู่ปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ กรุงเทพฯ โคราช ขอนแก่น ซึ่งจำเป็นจะต้องย้ายชุมชนที่บุกรุกริมสองข้างทางรถไฟออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขในขณะนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำโดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขานุการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองขอนแก่น นำคณะทำงานลงพื้นที่ศึกษาปัญหาเรื่องการจัดการและพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชนและเมืองเพื่อสุขภาวะ บริเวณชุมชน 95 ก้าวหน้านคร เทศบาลนครของแก่น ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่เปลี่ยนจากบ้านเรือนที่สร้างบุกรุกที่สาธารณะมารวมตัวกันเป็นชุมชนใหม่ ด้วยการช่วยเหลือจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.และมหาวิทยาลัยขอนแก่น นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นพ.พลเดช กล่าวว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนเมืองในปัจจุบันไม่ต่างกับเมื่อหลายสิบปีก่อน ความพยายามที่จะหาที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวรให้กับคนจนเมืองหลายพื้นที่กลายเป็นการเอาคนออกมาจากเมือง โดยในปัจจุบันคนจนเมืองที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่สาธารณะทั้งของรัฐและเอกชนไม่ใช่คนรุ่นแรกแต่คือลูก หลาน ของคนจนเมืองรุ่นที่สอง ความเป็นชุมชน ความผูกพัน ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางสังคมต่างๆ ได้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ไร้กรรมสิทธิ์ “การแก้ไขปัญหาไม่ใช่เพียงแค่ย้ายคนออกไป แต่จะต้องดึงภาคธุรกิจอย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เข้ามาร่วมทำงานกับนักวิชาการภาคประชาสังคมและองค์กรชุมชนร่วมกันจนผ่านการตกผลึกออกมาเป็นข้อเสนอร่วม 4 ข้อ คือ 1.เพิ่มสัดส่วนพื้นที่ในเขตเมืองสำหรับจัดสรรให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้ามาอยู่อาศัย 2.พื้นที่ดังกล่าวอาจได้มาจากที่ดินของรัฐที่ผ่านการประเมินแล้วว่าใช้ที่ดินไม่คุ้มค่า หรือไม่เกิดผลที่ก่อรายได้ในอนาคต 3.ภาคธุรกิจ ราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ควรจัดที่พักอาศัยใกล้กับที่ทำงานให้เป็นสวัสดิการเพื่อลดรายจ่ายของพนักงาน และ 4.สร้างระบบขนส่งมวลชนราคาถูกที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองและชานเมืองไว้บริการเพื่อลดรายจ่ายค่าเดินทาง” เลขานุการ สช.และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองขอนแก่น กล่าว ด้านนายจุลนพ ทองโสภิต รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ยังมีผู้ที่มีรายได้น้อยในเมืองจำนวนมากที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ทั้งจากการเช่าอยู่ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งคนเหล่านี้ขาดความมั่นคง ทางเทศบาลนครขอนแก่นได้มีการพูดคุยโดยโครงการของเทศบาลนครขอนแก่น “คนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน” เริ่มจากการไปสำรวจผู้ที่ประสบปัญหาความลำบากและรวบรวมคนเหล่านั้นมานั่งพูดคุยกันว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยกันอย่างไร จุลนพ ทองโสภิต “ชุมชน 95 ก้าวนคร เป็นชุมชนต้นแบบที่เปลี่ยนจากบ้านเรือนที่สร้างบุกรุกที่สาธารณะมารวมตัวกันเป็นชุมชนใหม่ในพื้นที่ของตนเอง ในปี 2550ด้วยความช่วยเหลือจาก พอช.ที่ให้การสนับสนุนเรื่องการจัดหาที่ดินและสินเชื่อที่อยู่อาศัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่วยเข้ามาดูเรื่องการจัดการชุมชนเมืองที่มีรายได้น้อยและการออกแบบ ที่สำคัญคือมีการส่งเสริมการออมทรัพย์ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อเคหสถาน ซึ่งในการออมทรัพย์นั้นเป็นสัจจะออมทรัพย์ทุกวัน ทุกเดือน โดยต้องเก็บให้ได้ทุกคนที่เป็นสมาชิก 10 % แรกของวงเงินกู้ทั้งหมดของบ้าน และ พอช.ให้การสนับสนุน 90 % เป็นการกู้ ซึ่งเงินเหล่านั้นจะนำมาซื้อที่ดินพร้อมกับการสร้างบ้าน” รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าว จากการก่อสร้างบ้านเฟสแรกมีพี่น้องผู้มีรายได้น้อยจำนวนกว่า 140 หลังคาเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้กำลังก่อสร้างบ้านเฟสที่ 2 ในพื้นที่ 8 ไร่ จำนวนกว่า130 หลังคาเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อของรถไฟที่กำลังดำเนินการโครงการรถไฟรางคู่ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เพิ่มเติมว่า ชาวบ้านที่ถูกขับไล่ที่อยู่อาศัยมีจำนวนกว่า 1,000 ครัวเรือน เกือบ 4,000 ชีวิต แต่ที่เข้ามาอยู่ในโคงการบ้านมั่นคงจำนวน 100-200 คน เท่านั้น ที่เหลือตอนนี้ยังมีกลุ่มก้อนที่ยังรวมตัวต่อรองกันอยู่ มีเวทีที่ไปคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด 3-4 รอบ โดยมีความต้องการว่า ทางภาครัฐควรจะจัดหาพื้นที่เบื้องต้นให้ที่อยู่ในรัศมีที่เขาอยู่ได้ และทางเทศบาลนครขอนแก่น อาสาที่จะเป็นคนกลางในการกู้เงินหรือดำเนินการเพื่อได้มาซึ่งสิทธิแล้วไปทำการเช่าให้กับผู้มีรายได้น้อยเช่าต่อในราคาที่ถูก โดยเราจะผ่อน 10-20 ปี ซึ่งตอนนี้กำลังเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ นางกาญจนา สมบูรณ์ ตัวแทนชุมชนที่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านมั่นคงนครขอนแก่น เล่าว่า เข้าโครงการคนขอนแก่นไม่ทอดทิ้งกัน เริ่มแรกมาสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ของเทศบาลนครขอนแก่น โดยออมเงินทุกอาทิตย์ของวันพฤหัสบดี ครั้งละ 300 บาท ต่อมาก็รับเป็นจิตอาสามารับออมเงินให้พี่น้อง โดยเราจะตรวจสอบซึ่งกันและกันวันพฤหัสได้เงินเท่าไหร่จะต้องเอาเข้าแบงค์และถ่ายเอกสารมาติดประกาศให้ประชาชนทราบ เมื่อได้เงินจำนวนมากจึงจัดตั้งเป็นสหกรณ์กลุ่มออมทรัพย์ และนำมาสู่การสร้างบ้านมั่นคงดังกล่าว กาญจนา สมบูรณ์ “หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนที่จัดสรรขึ้นมาใหม่เป็นสิ่งที่มีความสุขมาก เป็นบ้านที่ดินของเราถึงจะผ่อนกับโครงการ แต่ทั้งชีวิตไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสุขมาก ต่างคนต่างมารวมกันอยู่ที่นี่ เราเลยเข้าใจว่า “บ้านที่มากกว่าบ้าน คือบ้านมั่นคงขอนแก่น” นางกาญจนา กล่าว