ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสุดดุเดือด การค้นพบ “เพชรเม็ดงาม” สักคนเป็นเรื่องที่ทุกสโมสรใฝ่ฝัน และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างร้อนแรงในหมู่แฟนบอล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตอนนี้ คือ ริโอ เอ็นกูโมฮา (Rio Ngumoha) ดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปี ที่ถูกยกให้เป็น “เด็กนรก” คนใหม่แห่งรั้วแอนฟิลด์
“เอ็นกูโมฮา” ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตที่น่าจับตามองที่สุดจาก อะคาเดมีของลิเวอร์พูล ด้วยทักษะอันแพรวพราว สไตล์การเล่นที่ผสมผสานความเร็ว เทคนิค และวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์เกมรุกที่เกินวัย ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนบอลเยาวชนของหงส์แดงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้ “ริโอ” แตกต่างจากดาวรุ่งคนอื่น คือ ความกล้าเล่นและการตัดสินใจที่เฉียบขาด ในจังหวะสุดท้าย เขามีความสามารถในการพาบอลทะลุแนวรับคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย และยังเป็นนักเตะที่สามารถปรับตัวเข้ากับหลายตำแหน่งในแนวรุกได้ทั้งปีกซ้าย ปีกขวา และกองกลางตัวรุก
ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นนี้ ไม่แปลกที่บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจะเริ่มจับตามอง แต่ ลิเวอร์พูล ภายใต้การบริหารของทีมงานพัฒนาเยาวชน ได้ขยับอย่างรวดเร็วในการ “ล็อกสัญญา” เพื่อกันท่าคู่แข่ง และสร้างเส้นทางพัฒนาฝีเท้าให้กับเอ็นกูโมฮาอย่างเป็นระบบ
หลังการเข้ามาของ “อาร์เน สลอต” กุนซือคนใหม่ที่เน้นการปั้นดาวรุ่ง ลิเวอร์พูลกำลังสร้าง “ยุคใหม่” ที่ให้โอกาสนักเตะเยาวชนแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่มากขึ้น การก้าวขึ้นมาของเอ็นกูโมฮาในช่วงนี้จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า ลิเวอร์พูลอาจได้ “ขุมพลังใหม่” ในอนาคตอันใกล้
สไตล์การเล่นของ “เอ็นกูโมฮา” ที่เน้นการลากเลื้อยเจาะเกมรับและการจ่ายบอลสร้างสรรค์เกม เข้ากับปรัชญาฟุตบอลของ “สลอต” อย่างลงตัว ทำให้โค้ชและทีมสเกาต์ต่างมองว่า “นี่อาจเป็นหนึ่งในคีย์แมนของลิเวอร์พูลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”
โลกออนไลน์ของแฟนบอลหงส์แดง เต็มไปด้วยเสียงชื่นชมและความคาดหวังต่อ “เอ็นกูโมฮา” หลายคนถึงกับยกให้เขาเป็น “วันเดอร์คิด” คนใหม่ที่จะก้าวไปสู่ระดับโลกในอนาคต หากได้รับการพัฒนาที่ถูกต้องและได้รับโอกาสที่เหมาะสม
ในเกมอุ่นเครื่องเยาวชนล่าสุด “เอ็นกูโมฮา” โชว์ฟอร์มขั้นเทพด้วยการยิงประตูสุดสวยและทำแอสซิสต์อย่างเหนือชั้น จนสื่ออังกฤษบางสำนักถึงกับพาดหัวว่า “Remember the name!” หรือ “จงจำชื่อนี้ไว้”
“ริโอ เอ็นกูโมฮา” อาจยังอยู่ในวัยที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาอีกมาก แต่ศักยภาพที่แสดงออกมาถือว่าเกินวัยอย่างชัดเจน หากลิเวอร์พูลสามารถโอบอุ้มและวางเส้นทางเติบโตให้เขาได้อย่างถูกต้อง โลกฟุตบอลอาจได้เห็น “เพชรเม็ดงาม” อีกหนึ่งคนจากรั้วแอนฟิลด์ในไม่ช้า
“เด็กนรก” คนนี้อาจเป็นอนาคตของลิเวอร์พูล และอาจเป็นชื่อที่ก้องโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า