กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ขานรับนโยบาย ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) สาขาอาหาร เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทย พร้อมดึงอัตลักษณ์ต่อยอดผลิตภัณฑ์ สร้างความโดดเด่นและเอกลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ สื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ไทยสู่ Soft Power ขึ้นแท่นสินค้าพรีเมียม หวังผลักดันอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยออกสู่ตลาดสากล
ดร.นันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมอาหารและมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ด้วยความหลากหลายของวัตถุดิบท้องถิ่น รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และความนิยมสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 มีมูลค่ารวมกว่า 49,400 ล้านบาท (KResearch, แนวโน้มตลาดขนมขบเคี้ยวไทย, Industry Analysis and Outlook, 2567)
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งแบรนด์สินค้าของไทยและสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์ อาทิ เทรนด์สุขภาพ บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถปรับตัวตามความต้องการ ของตลาดด้วยการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้มีความสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยผสานแนวคิด Soft Power เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรับตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของรัฐบาลในสาขาอาหาร อันจะเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวถือเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวให้ปรับตัวตามแนวโน้มและความต้องการของตลาด ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์ให้โอกาสโตไกล ผ่านกิจกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยเชิงสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจและแข่งขันได้ในตลาดสากล รวมถึงสร้างโอกาสในการเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายและการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับชุมชนอย่างมั่นคง
ทั้งนี้ ดร.นันท์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยเชิงสร้างสรรค์ DIPROM Creative Snack เป็นการมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยให้มีความรู้และความเข้าใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ด้วยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นด้านสุขภาพ การยกระดับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความน่าดึงดูดและสื่อถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน
รวมถึงการพัฒนาขนมขบเคี้ยวให้เป็นของฝากยอดนิยมผ่านนักท่องเที่ยวที่ได้รับประสบการณ์จากการลิ้มรสขนมขบเคี้ยวที่มีความหลากหลายของรสชาติและวัตถุดิบที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่าง ๆ ตลอดจนการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ขนมขบเคี้ยวผ่าน Influencer อันจะช่วยสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเปิดโอกาสทางการค้า แต่ยังเป็นการสร้างความประทับใจและส่งเสริมการตลาดแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) เชื่อมโยงให้เกิด Soft Power ด้านอาหารไทยอีกด้วย
“ดีพร้อมเชื่อมั่นว่า กิจกรรมนี้จะสามารถพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยให้พร้อมรับมือกับแนวโน้มของตลาดยุคใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกิดการยกระดับอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับชุมชน รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สร้างโอกาสในการเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายและการตลาด ตลอดจนกระตุ้นให้เกิด Soft Power อาหารและขนมขบเคี้ยวที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ อันจะนำไปสู่การยกระดับให้ขนมขบเคี้ยวไทยเป็นทั้งของฝากระดับพรีเมียมและสื่อวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลกบนพื้นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน” ดร.นันท์ กล่าว
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โทร. 0-2430-6883 กด 2 หรือติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ www.diprom.go.th และ www.facebook.com/dipromindustry



