หลายสโมสรฟุตบอลชื่อดังจากยุโรปและอเมริกาใต้ รวมถึง “เรอัล มาดริด” สนับสนุนแนวคิดจัดการแข่งขันฟุตบอล “สโมสรโลก” ทุก 2 ปี แม้ว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะมองว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

ฟีฟ่าเพิ่งจัดการแข่งขัน “คลับ เวิลด์ คัพ” (Club World Cup) รูปแบบใหม่ โดยขยายจำนวนทีมเป็น 32 สโมสร และจัดขึ้นทุก 4 ปี ล่าสุด เชลซี คว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง

แม้บางฝ่ายในวงการฟุตบอล เช่น เยอร์เก้น คล็อปป์, ฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกา และฟิฟโปร (FIFPRO) องค์กรผู้เล่นระดับโลก ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ฟีฟ่ากลับมองว่าทัวร์นาเมนต์ประสบความสำเร็จอย่างมาก

เรอัล มาดริด ซึ่งผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และคว้าเงินรางวัลราว 70 ล้านยูโร เป็นหนึ่งในสโมสรที่สนับสนุนให้เพิ่มความถี่ในการจัดการแข่งขัน หวังสร้างรายได้เพิ่มเติมเข้าสู่สโมสร

แม้ยังไม่มีหนังสือร้องขออย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าผู้บริหารของเรอัล มาดริด และอีกหลายสโมสรชั้นนำได้แสดงความเห็นระหว่างการพบปะกับตัวแทนจากฟีฟ่า

ฟีฟ่าจัดสรรเงินรางวัลรวมกว่า 1 พันล้านยูโรให้กับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ภายในองค์กรยังมีเสียงคัดค้านแนวคิดจัดการแข่งขันทุก 2 ปี เนื่องจากปฏิทินแข่งขันที่แน่นหนา และความเป็นไปได้ที่จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมกับยูฟ่า ซึ่งฟีฟ่าไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

สำหรับการแข่งขันคลับ เวิลด์ คัพ ครั้งถัดไป ฟีฟ่าวางแผนจัดขึ้นในปี 2029 โดยยังไม่ยืนยันสถานที่แน่ชัด แต่ “กาตาร์” เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 เป็นหนึ่งในตัวเต็ง

"คลับ เวิลด์ คัพ 2025" ถือเป็นครั้งแรกที่ศึกชิงแชมป์สโมสรโลกมีทีมเข้าร่วมแข่งมากถึง 32 สโมสร จาก 20 ชาติ แข่งขันทุก 4 ปี เช่นเดียวกับฟุตบอลโลกทีมชาติ จะแบ่งเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม รวม 32 ทีม โดยทีมอันดับ 1-2 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ไม่มีนัดชิงอันดับ 3

ในจำนวน 32 ทีม ฟีฟ่าแบ่งโควตาทีมจากค่าสัมประสิทธิ์ของแต่ละทวีป โดยยุโรปได้ 12 ทีม อเมริกาใต้ 6 ทีม, แอฟริกา 4 ทีม, เอเชีย 4 ทีม, อเมริกาเหนือและกลาง 4 ทีม, โอเชียเนีย 1 ทีม และทีมจากชาติเจ้าภาพอีก 1 ทีม

ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกทีมเข้าร่วมแข่งขัน ทีมแชมป์ของแต่ละทวีปในช่วง 4 ปีหลังสุด (2021-2024) จะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ ส่วนโควตาที่เหลือ ฟีฟ่าจะพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์ผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และจะจำกัดโควตาให้ชาติละไม่เกิน 2 ทีม

ทั้งนี้ ในจำนวน 32 ทีมของศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 มีสโมสรจากบราซิลมากที่สุดถึง 4 ทีม ได้แก่ พัลไมรัส, ฟลาเมงโก, ฟลูมิเนนเซ และ โบตาโฟโก เนื่องจากทั้ง 4 ทีมเป็นแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ หรือ "โคปา ลิเบอตาดอเรส" ในช่วง 4 ฤดูกาลหลังสุด ในปี 2021-2024 ตามลำดับ

ส่วนทีมใหญ่ขวัญใจแฟนบอลไทยจำนวนไม่น้อยอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไม่ได้มาร่วมวงฟาดแข้งในรายการนี้ เนื่องจากโควตาของอังกฤษ 2 ทีม ตกไปอยู่กับ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์ยูซีแอลในฤดูกาล 2021-22 และ 2023-24 นั่นเอง

ขณะที่ "เงินรางวัล" (โดยประมาณ) แชมป์: £30 ล้าน (ราว 1,325 ล้านบาท) รองแชมป์: £23.2 ล้าน (ราว 1,025 ล้านบาท) รอบรองชนะเลิศ: £16.2 ล้าน (ราว 715 ล้านบาท) รอบ 8 ทีม: £10.1 ล้าน (ราว 446 ล้านบาท) รอบ 16 ทีม: £5.8 ล้าน (ราว 256 ล้านบาท) ชนะในรอบแบ่งกลุ่ม: £1.5 ล้าน (ราว 67 ล้านบาท) เสมอในรอบแบ่งกลุ่ม: £800,000 (ราว 35.5 ล้านบาท)