ไม้แก่นเดินหน้าปฏิบัติการ 120 วัน สู่พื้นที่ปลอดกระท่อม เห็นผลชัดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส บรรยากาศริมทางที่เคยเป็นจุดวางขายพืชกระท่อมหรือน้ำกระท่อม กลับเงียบสงัดลงอย่างชัดเจน ไม่มีแผงค้าหรือวางจำหน่ายเหมือนที่ผ่านมา เหลือเพียงร่องรอยถุงพลาสติกและขวดยาทิ้งไว้ แสดงให้เห็นถึงผลของการขับเคลื่อน ปฏิบัติการ 120 วัน ที่ภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมกันผลักดัน และลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการต่อต้านพืชกระท่อมอย่างจริงจัง มีการติดป้ายรณรงค์ ไม่เอากระท่อม การเผาทำลายและตัดต้นกระท่อมในหลายพื้นที่เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ว่าชุมชนไม่ต้องการพืชกระท่อม จนผู้ค้าและกลุ่มผู้ดื่มต่างพากันหยุดไปโดยปริยาย ถือเป็นอีกก้าวของสังคมที่ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยให้กับเยาวชน
ในขณะที่ฝ่ายปกครองทั้ง 12 อำเภอยังคงเดินหน้า และปราบปรามการใข้พืชกระท่อมในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวทางสันติ พูดคุยกับผู้ค้า และจับตากลุ่มลักลอบขาย 4 คูณร้อน ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ
นอกจากนี้มีอีกหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่เห็นผลเด่นชัดคือ อ.ไม้แก่น ซึ่งประกอบด้วย 4 ตำบลได้แก่ ต.ไทรทอง ต.ไม้แก่น ต.ตะโละไกรทอง และต.ดอนทราย จากการสำรวจไม่มีการวางขายพืชกระท่อมหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ อย่างเปิดเผย โดยนายอำเภอไม้แก่น นายนิติพงษ์ ทาหา ได้เน้นย้ำให้ระดมทุกภาคส่วนร่วมสอดส่องดูแลพื้นที่ พร้อมส่งเสริมกิจกรรมเยาวชนเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าไม่พบการขายกระท่อม และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจำหน่ายในที่สาธารณะ
นายอาหะมะเพายัน ฮามะ ปลัดอำเภอไม้แก่น เปิดเผยว่า ภาพรวมในพื้นที่ของอำเภอไม้แก่นจังหวัดปัตตานีจะโชคดีกว่าพื้นที่อื่น จะสังเกตได้เลยว่าริม 2 ข้างทางจะไม่มีพ่อค้ามาขายกระท่อมหรือน้ำกระท่อม ตนในฐานะที่ดูแลรับผิดชอบในระดับตำบล ได้นำเข้าในที่ประชุมสภาสันติสุขขับเคลื่อนอย่างจริงจังในการดำเนินการต่อต้านและปราบปรามพืชกระท่อม รวมถึงได้มีการขึ้นป้ายรณรงค์ห้ามไม่ให้มีพืชกระท่อมในพื้นที่ซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งราชการและภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทุกคนต่างให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างจริงจังจนมีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปประธรรม จริงๆพื้นที่ของอำเภอไม้แก่นเราไม่มีในลักษณะของผู้ค้าพืขกระท่อมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนในระดับหมู่บ้านตนขอยืนยันว่าไม่มีผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจากการตรวจสอบจุดอื่นๆก็ยังไม่พบว่ามีผู้ดื่มน้ำแต่อย่างใด



