พม. เปิดตัวโครงการความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคม จับมือเครือข่าย วางโมเดลนวัตกรรมทางสังคม มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดตัวโครงการความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Partnership : SIP) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อสื่อสารในการสร้างการรับรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคมของกระทรวง พม. สู่การปฏิบัติ  โดยมี คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมประชาบดี ชั้น 19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ ดร.บุญวรา สุมะโน นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวนำ “ก้าวย่างความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคม” 

นายอนุกูล กล่าวว่า สืบเนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่มีความสลับซับซ้อน และความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปัญหาสังคมที่หลากหลาย ซับซ้อนในหลายมิติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในสังคม ขณะที่กระทรวง พม. มีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียมกัน มีความมั่นคงในชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานบนสิทธิพลเมืองและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่แนวทางที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ “ทุกองคาพยพในสังคม” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง การขับเคลื่อนนโยบายด้านสังคม ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาคธุรกิจเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการลงทุนทรัพยากรจากภาคธุรกิจให้สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นระบบ ขณะที่ภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นองค์กรผู้ให้บริการทางสังคมที่ทำงานกับกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง และมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก 

ดังนั้น กระทรวง พม. จึงได้นำแนวคิดรูปแบบการสร้างความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Partnership Model: SIP Model) ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ที่เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง บนพื้นฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งธุรกิจเอกชนและประชาสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านสังคมร่วมกับกระทรวง พม. ตั้งแต่การออกแบบ การดำเนินการจนถึงการวัดผลลัพธ์ทางสังคมที่เป็นรูปธรรม เป็นการช่วยลดภาระด้านงบประมาณและกระจายความเสี่ยงของภาครัฐ สำหรับการลงทุนในการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

สำหรับกลไกความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคมนั้น ประกอบด้วย  5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่  1) นักลงทุน (Investors) เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนโครงการในระยะแรกและเป็นผู้รับความเสี่ยง หากโครงการไม่สำเร็จ แต่จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทนหากโครงการบรรลุเป้าหมาย 2) องค์กรที่ให้บริการทางสังคม (Social Service Provider) เป็นผู้ดำเนินโครงการและให้บริการที่มีประสิทธิภาพและสามารถวัดผลได้ 3)  องค์กรตัวกลาง (Intermediary) ทำหน้าที่บริหารจัดการเงินทุน กำกับและติดตามการดำเนินโครงการ 4) ผู้ประเมินผล (Evaluator) เป็นหน่วยงานอิสระที่ทำหน้าที่ประเมินผลความสำเร็จของโครงการเทียบกับเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ และ 5) ผู้จ่ายเงิน (Payors) โดยส่วนใหญ่คือภาครัฐ จะจ่ายเงินคืนให้กับนักลงทุนพร้อมผลตอบแทนก็ต่อเมื่อผู้ประเมินผลยืนยันว่าโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

สำหรับโครงการความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Partnership : SIP) นั้น กระทรวง พม. ได้ร่วมมือกับสำนักงานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคธุรกิจเอกชน และประชาสังคมขับเคลื่อน 5 โครงการนำร่อง ดังนี้ 


1. โครงการ "พัฒนาสูงวัยเสริมสร้างศักยภาพใหม่ สู่การทำงานในโลกดิจิทัล" เพื่อส่งเสริมการจ้างแรงงานสูงวัยที่มีทักษะดิจิทัล ด้วยการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลเพื่อการประกอบอาชีพ โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม.  ร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 

2. โครงการ “Home Hope Hub จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้านให้มีความมั่นคง ด้วยบริการที่อยู่อาศัย และพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างรายได้ที่พึ่งพาตนเองได้ โดยไม่กลับมาเร่ร่อนซ้ำอีก  โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย 

3. โครงการ "สถานคุ้มครอง TIP...ทางเลือกเพื่ออนาคต (Alternative Shelter for Life)" เพื่อติดตามการให้ช่วยเหลือต่างๆ สำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons: TIP) ที่อยู่ในความคุ้มครองดูแลที่เป็นทางเลือก นอกเหนือจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ กระทรวง พม. อาทิ ครอบครัว ญาติพี่น้อง และหน่วยงานภาคประชาสังคม โดยสำนักงานปลัดกระทรวง พม. ร่วมกับ องค์การ Operation Underground Railroad (O.U.R.) , มูลนิธิ International Justice Mission (IJM) และ มูลนิธิพิทักษ์สตรี (Alliance Anti Trafic: AAT) 

4. โครงการ “Strong Mom, Smart Kid” เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับแม่เลี้ยงเดี่ยว ด้วยการฝึกอาชีพ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เด็กในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม มีพัฒนาการสมวัย โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. ร่วมกับ บริษัท ส่งเสริมบทบาทพ่อแม่เพื่อสังคม จำกัด

5. โครงการ “PA Starter : เตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ช่วยคนพิการ” เพื่อให้ผู้ช่วยคนพิการ (Personal Assistant: PA) ให้การช่วยเหลือต่างๆ สำหรับคนพิการที่ไม่มีผู้ดูแลคนพิการ (Disability Caregiver) หรือทำหน้าที่แทนผู้ดูแลคนพิการที่ไม่สามารถดูแลคนพิการได้ในขณะนั้น โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต 

“ในนามของกระทรวง พม. ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน ร่วมผลักดัน และขับเคลื่อนการดำเนินโครงการความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์ทางสังคมร่วมกับกระทรวง พม. ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมรูปแบบหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง และวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการผนึกกำลังร่วมกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการลงทุนทางสังคม ร่วมกันสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิต บนพื้นฐานของความรับผิดชอบร่วมกัน โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง“ นายอนุกูล กล่าว