ผู้ว่าฯศรีสะเกษ นำประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
วันที่ 11 ก.ค.68 ที่ศูนย์อารยธรรม 3 แผ่นดิน ห้องโถงชั้นล่าง ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และ จุดเทียนถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีนางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาด และ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีพระวินัยเมธี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์สามเณร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ท่าน วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปี คณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านการทหาร วรรณคดีและการทูต ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 2209 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองลพบุรีขึ้นเป็นราชธานีแห่งที่ 2 โดยพระองค์จะทรงเสด็จไปประทับที่เมืองลพบุรีทุกๆ ปี
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระปรีชาสามารถ และ ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองสร้างความเจริญรุ่งเรือง พร้อมความแข็งแกร่งของกรุงศรีอยุธยาอย่างมาก ได้ยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และ หัวเมืองพม่าหลายเมือง อีกทั้งได้ติดต่อด้านการค้าและการทูตกับหลายประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และ ฮอลันดา ส่งผลให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้ง ครั้นต่อมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2231 พระองค์ได้เสด็จสวรรคต ขณะทรงพระชนมายุ 56 พรรษา ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ทรงครองราชสมบัติเป็นระยะเวลา 32 ปี




