“กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม   จับมือ ม.เกษตรฯ จัด เผยแพร่ผลสำเร็จกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรม ปี’68  สร้างมูลค่าเพิ่มยกระดับสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมสู่ตลาดโลก “Modern Trade” มุ่งเป้าลดต้นทุน - ลดของเสีย – เพิ่มยอดขาย”

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนาเผยแพร่ผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรม  ภายใต้โครงการ  ยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม    เมื่อวันที่  7  กรกฎาคม 2568  ณ ห้อง Grand Ballroom C โรงแรมมารวยการ์เด้น ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร 

ภายในงานสัมมนาครั้งนี้  ดร.กิตติโชติ  ศุภกำเนิด  ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  เป็นประธานในงาน พร้อมมอบโล่รางวัลแห่งความสำเร็จ  รางวัลผู้ประกอบการประเภททีมดีเด่น และรางวัลผู้ประกอบการดีเด่น แก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน   6 กลุ่ม  30 กิจการ  ได้แก่  กลุ่ม อุตสาหกรรมสมุนไพรแปรรูป   กลุ่ม อุตสาหกรรมผักและผลไม้แปรรูป  กลุ่ม  อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง (จากผลผลิตทางการเกษตร)  กลุ่ม อุตสาหกรรมโกโก้  กลุ่ม อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม  และกลุ่ม อุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์

ดร.กิตติโชติ ศุภกำเนิด  ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า  “การพัฒนาภาคเกษตรอุตสาหกรรม  มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร โดยการสร้างเครือข่ายนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการแลกเปลี่ยนความรู้และทรัพยากร แต่ยังเสริมสร้างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพในการขยายตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ” 

ดร.กิตติโชติ กล่าวอีกว่า  “ทั้งนี้ภาครัฐ  และเอกชนจะต้องร่วมมือกันในการพัฒนาเทคโนโลยีและการตลาดเพื่อสนับสนุนการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งการสร้างเครือข่ายสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรมช่วยให้เกษตรกรมีความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เช่น การสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน การลดการใช้สารเคมี และการส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ”

ดร.กิตติโชติ กล่าวต่อว่า  “รวมถึง การเพิ่มประสิทธิภาพในการแปรรูปสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีศักยภาพสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง หรือ ยา ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบที่มีอยู่ได้  และการพัฒนาเครือข่ายนี้ยังช่วยให้เกษตรกรและผู้ผลิตสามารถแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ดีขึ้น โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากรระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิต การฝึกอบรมเกษตรกร การส่งเสริมการใช้มาตรฐานการผลิตและการแปรรูปที่มีคุณภาพสูง และการแบ่งปันช่องทางการตลาด ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างงานในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง”
 
ดร.กิตติโชติ กล่าวสุดท้ายว่า  “กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้ดำเนินกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายการผลิตและการตลาดของสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เสริมสร้างความเข้มแข็งในการผลิตและการแปรรูปสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เกษตร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรมในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.เมธินี วงศ์วานิช รัมภากรณ์ ประธานหลักสูตรปริญญาเอก และปริญญาโท  สาขาวิชาการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ในฐานะหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า     “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้ประกอบกิจการเพื่อยกระดับให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง แทนที่จะขายด้วยต้นทุนวัตถุดิบ แต่เรานำมาแปรรูปสินค้าเกษตรต่างๆ เพื่อนำเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) โดยตลอดระยะเวลาของโครงการ  ที่ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ลงพื้นที่อยู่ร่วมกับพี่น้องผู้ประกอบการ  ผู้ประกอบการได้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นอย่างมากทำให้เกิดประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย”  

“อีกทั้ง เราจะต่อยอดในการทำงานร่วมกับกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพราะต้องการผลักดันให้ผู้ประกอบกิจการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งยังมีพี่น้องเกษตรกรอีกหลายคนที่ต้องการพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมาก  และที่สำคัญ เราต้องการที่จะทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มยกระดับสินค้าเกษตรเกษตรอุตสาหกรรมสู่ตลาดโลก “Modern Trade” โดยเน้นที่การลดต้นทุน - ลดของเสีย – และเพิ่มยอดขาย เป็นสิ่งสำคัญและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”  รองศาสตราจารย์ ดร.เมธินี กล่าว

  “หลังจากนึ้จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ  เข้ามาพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น ให้มากกว่าเรื่องขององค์ความรู้พื้นฐานทั่วไป  เพราะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เรามีสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร (IFRPD)  และ สถาบันค้นคว้าพัฒนาผลิตผลเกษตรอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) เมืองนวัตกรรมส่วนขยาย (foodinnopolis@KU) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  (KURDI) ดังนั้น  การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ใช่แค่เกิดต้นแบบ prototype เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเกิดเป็นต้นแบบที่มีงานวิจัยรองรับ และมีการเพิ่มเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้าไปด้วย” รองศาสตราจารย์ ดร.เมธินี  กล่าวในที่สุด

สำหรับการดำเนินกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในครั้งนี้  มีวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม  (SMEs)  จำนวน 30  กิจการ  ซึ่งทุกกิจการจะได้รับการพัฒนาแบบคู่ขนานใน 3 ด้าน ไปพร้อมกัน คือ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านบรรจุภัณฑ์ และ ด้านการตลาด ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มยกระดับสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมสู่ตลาดโลก “Modern Trade”  ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่พร้อมออกสู่ตลาดโลกได้อย่างแท้จริง

ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการที่มีผลสำเร็จโดดเด่น หรือ Success Case ในการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 6 กลุ่มกิจการ ได้แก่   กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรแปรรูป   กลุ่มอุตสาหกรรมผักและผลไม้แปรรูป  กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง (จากผลผลิตทางการเกษตร)  กลุ่มอุตสาหกรรมโกโก้  กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม  และกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์    และ ผู้ประกอบการประเภททีมดีเด่น ได้แก่ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ รวมถึง   ผู้ประกอบการดีเด่น ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนฮักแป้  ออแกนิค  ฟาร์ม   วิสาหกิจชุมชนเพื่อนไพร และวิสาหกิจชุมชนเกษตรพืชผล

ทั้งหมดนี้ คือ ผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพสมุนไพรและเกษตรอุตสาหกรรม  ภายใต้โครงการ  ยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม   ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 30 กิจการ เกิดผลลัพธ์ในการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น โดยการพัฒนาให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภาพและศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจและพืชเศรษฐกิจ ทั้งด้านตัวผู้ประกอบกิจการ ผลิตภัณฑ์  ด้านการตลาด โดยใช้องค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์ ใช้ตลาดนำการผลิตเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ นำความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างรอยยิ้มให้พี่น้องเกษตรกรไทย ให้ก้าวสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป

นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนาครั้งนี้  มีการนำเสนอผลสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมในโครงการ โดย กลุ่มผู้ประกอบการทั้ง 6  กลุ่ม    และมีการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลผลสำเร็จโดดเด่น (Success Case)  รางวัลผู้ประกอบการประเภททีมดีเด่น (the best of the best  teams) และ รางวัลผู้ประกอบการดีเด่น (Excellent  Entrepreneur)  ซึ่งดำเนินการเสวนาโดย  รองศาสตราจารย์  ดร. เมธินี วงศ์วานิช รัมภกาภรณ์  หัวหน้าโครงการ  อีกด้วย