เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ที่กำลังจะหมดวาระการผ่อนผันการอยู่ในราชอาณาจักรและทำงาน โดยระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้จะมีการขอการยืนยันเพื่อขยายระยะเวลาให้แรงงานเมียนมาได้ทำงานต่อไปอีก 6 เดือน

นายพงศ์กวินกล่าวว่า เดิม ครม. มีมติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ให้ขยายเวลาถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2568 เพื่อให้ฝั่งเมียนมาดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือทำ CI (Certificate of Identity) ให้กระบวนการสมบูรณ์ตามข้อตกลง MOU แต่เนื่องจากขณะนั้นเกิดความไม่สงบและแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝั่งเมียนมาได้แจ้งความพร้อมที่จะดำเนินการแล้ว โดยจะเริ่มในช่วงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

รมว.แรงงานมองว่า หากมีระยะเวลาเพียงแค่ถึงวันที่ 13 สิงหาคม อาจไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ทัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายเวลาออกไปให้เกิดความพอดีคือ ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

ในประเด็นเกี่ยวกับการที่สหรัฐอเมริกาประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยที่ 36% นั้น นายพงศ์กวินยอมรับว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบหลายด้าน แต่ก็แสดงความเชื่อมั่นว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียเปรียบประเทศอื่น

"ในเรื่องภาษี หากประเทศเราโดน 10% แล้วประเทศอื่นโดน 15% ก็จะกลายเป็นเรามีแต้มต่อ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องเจรจา เพื่อให้มีแต้มต่อมากกว่าประเทศอื่นที่มีฐานการผลิตเหมือนกับเรา" นายพงศ์กวินกล่าว นอกจากนี้ เขายังมองว่าการที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 36% นั้น ยังสามารถเจรจาต่อรองได้อยู่ เพราะขณะนี้นายพิชัยกำลังดำเนินการพูดคุยในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง