DPU ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสมุนไพรและแพทย์แผนไทยพรีเมียม โชว์ศักยภาพการต่อยอดธุรกิจสุขภาพคุณภาพสูง ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22
วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส (CHW) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมแสดงศักยภาพในงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568 ณ ฮอลล์ 11 อิมแพค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมสมุนไพรไทยสร้างเศรษฐกิจและนวัตกรรมคลินิกการแพทย์แผนไทยพรีเมียม” เพื่อแสดงต้นแบบผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีการสกัดและการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยสนับสนุนขยายผลต่อยอดธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส DPU เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสมุนไพรไทย ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมุนไพรขั้นสูงแบบเยอรมัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบคุณภาพ การพัฒนาสารสกัดสมุนไพรคุณภาพสูง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ตลาดต้องการ การผลิตและการควบคุมคุณภาพด้วยมาตรฐานสากล ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยา อาหารเสริม เครื่องสำอาง และเครื่องดื่มสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพ พร้อมทั้งสร้างต้นแบบการผลิตที่ขยายผลเชิงธุรกิจได้ทันที เพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยให้สูงสุด และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรไทยเพื่อความมั่นคงในระดับรากหญ้า

“ภายในงานได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกิจกรรมสาธิตและบริการต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์คือ การนวดเสริมความจำ (Smart Brain Massage) ที่ใช้เวลาประมาณ 8 นาที โดยให้ผู้รับบริการนั่งบนเก้าอี้และนวดส่งเสริมสุขภาพสมองในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมทั้งได้ให้ลิ้มลองชาสมุนไพรชะลอวัย (Anti-aging Herbal Tea) ที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก จำนวน 8 ชนิด เพื่อบำรุงสุขภาพ อายุวัฒนะและช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พัฒนาจากสารสกัดสมุนไพรไทยคุณภาพสูง สะท้อนถึงการบูรณาการภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว”คณบดี CHW กล่าว
ทางบูธได้ต้อนรับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ปรึกษารัฐมนตรี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและผู้บริหาร ได้มาเยี่ยมและลองนวดเสริมความจำ (Smart Brain Massage) นับเป็นการนวดไทยที่มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้เวลาสั้นแค่ 8 นาที มีประสิทธิผลและเป็นที่ชื่นชอบมากเพราะทำให้สมองโล่ง ผ่อนคลายในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากการที่ พระมหาขวัญชัย อัคคชโย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ จังหวัดชุมพร เดินทางมาเยี่ยมชมบูธและร่วมสนทนาเพื่อหาแนวทางการพัฒนาต่อยอดตำรับยาแผนไทยรักษามะเร็งของวัดให้ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งกายและใจแบบองค์รวมตามหลักการของการแพทย์แผนไทย ซึ่ง DPU พร้อมให้ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาตำรับยาสมุนไพร รวมถึงยกระดับศักยภาพบุคลากรของวัดเพื่อร่วมขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมยาสมุนไพรรักษามะเร็งให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งจุดเด่นของบูธ DPU คือการให้บริการจาก คลินิกการแพทย์แผนไทยพรีเมียม ที่เปิดให้ตรวจสุขภาพฟรีตลอดงาน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญนำโดย ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา (หมออุ้ม) รองคณบดี CHW และผู้อำนวยการคลินิก พร้อมด้วย พท.นิกรณ์ จันทร์แสง (หมอเบ็น) หัวหน้าทีมแพทย์แผนไทยประจำคลินิก ได้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรคุณภาพสูงชนิดสกัดและการนวดไทยพรีเมียมตามหลักการนวดตามแนวเส้นประธานสิบ เพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดตึงจาก Office Syndrome และอาการที่เกิดจากการทำงาน

“เราต้องการให้บูธของ DPU เป็นจุดที่ประชาชนและผู้ประกอบการได้เห็นภาพชัดเจนว่าการพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรและการบริการการแพทย์แผนไทยแบบพรีเมียม สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลเป็นธุรกิจได้จริง พร้อมเป็นต้นแบบในการยกระดับคุณภาพการศึกษาการแพทย์แผนไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับประเทศ โดยผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างกลมกลืน” คณบดี CHW กล่าว ระบุ

รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า DPU มุ่งปฏิรูประบบการศึกษาแพทย์แผนไทย โดยพัฒนาหลักสูตรที่เน้นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติทางคลินิกอย่างเข้มข้นตั้งแต่เริ่มต้นการเรียน เพื่อสร้างแพทย์แผนไทยพรีเมียมที่มีคุณภาพสูงทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งนักศึกษาแพทย์แผนไทยรุ่นใหม่จะถูกฝึกอบรมให้มีความรู้และความสามารถในการนวดไทยพรีเมียมแนวการส่งเสริมสุขภาพได้ภายใน 2 สัปดาห์แรกของการเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ ถือเป็นการสร้างความภาคภูมิใจและประทับใจในวิชาชีพ นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ครอบคลุมทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรและสร้างบุคลากร นักวิจัย และนักธุรกิจสมุนไพรคุณภาพสูงของไทยอย่างครบวงจร ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/college-of-health-and-wellness