วันที่ 30 มิ.ย.68 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่าน เพจ "หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC"  ระบุว่า...

ผู้ป่วยชายอายุ 94 ปี สองวันก่อนมารพ.วิชัยยุทธ มีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส หนาวสั่น อาเจียน 4 ครั้ง ไม่ปวดท้อง ไม่มีตัวเหลืองตาเหลือง ไม่เป็นหวัด ไม่ไอ ไม่เหนื่อย ไม่ปวดหัว

ผู้ป่วยมีอาชีพทำสวนยาง ทุเรียน และปาล์ม ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ใส่รองเท้าแตะเวลาเดินย่ำน้ำในสวน มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันสูง ไขมัน ต่อมลูกหมากโต ไตเสื่อม วันที่มีไข้ไปที่รพ.หลังสวน จว.ชุมพรทันที คนแถวบ้านก็เป็นโรคไข้ฉี่หนูเมื่อ 2 เดือนก่อน

แพทย์ที่รพ.หลังสวน ส่งเลือดตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ leptospira antibody IgM บวก, leptospira antibody IgG ลบ

วินิจฉัย: โรคไข้ฉี่หนู Leptospirosis

เริ่มยาปฏิชีวนะชนิดฉีด ceftriaxone และยาชนิดกิน doxycycline ได้ยา 1 วัน คนไข้ขอย้ายมารักษาต่อที่รพ.วิชัยยุทธ

ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้แล้ว มีแผลที่ผิวหนังเหนือข้อเท้าข้างซ้าย (ดูรูป)

เจาะเลือด พบเลือดจางเล็กน้อย เม็ดเลือดขาวปกติ ค่าตับปกติ ค่าไตเสื่อมเท่าเดิม เพาะเชื้อแบคทีเรียในเลือดไม่ขึ้น เอกซเรย์ปอดปกติ คนไข้ดีขึ้นเร็ว เพราะได้ยาปฏิชีวนะที่ตรงกับโรคไข้ฉี่หนูใน 1 วัน

ให้การรักษาโรคไข้ฉี่หนูด้วยยาปฏิชีวนะต่อจนครบ 7 วัน แผลที่ผิวหนังหายดี ให้กลับบ้านได้

โรคไข้ฉี่หนู Leptospirosis เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Leptospira เชื้อโรคส่วนใหญ่อยู่ในหนู ปล่อยทางปัสสาวะลงในน้ำในดิน เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางแผลที่ผิวหนัง เยื่อบุตา ปาก จมูก เมื่อสัมผัสกับน้ำหรือดินที่มีเชื้อโรค

มักพบหลังจากสัมผัสน้ำท่วม ทำนา ทำไร่ หรือย่ำโคลน โรคไข้ฉี่หนูพบมากในภาคใต้ ภาคอีสาน ช่วงฤดูฝน กลุ่มเสี่ยงคือ เกษตรกร ผู้ลุยน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร

การป้องกัน หลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลน

ถัาต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง สวมรองเท้าบูท และถุงมือยาง