เพศหญิงเป็นเพศที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีความสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้หญิง  ตั้งแต่วัยเจริญพันธุ์จนถึงวัยสูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยควบคุมรอบเดือน รักษาอารมณ์ให้คงที่ ดูแลความแข็งแรงของกระดูก การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ การควบคุมอารมณ์ ความเครียด ความรู้สึกทางเพศ และการเจริญพันธุ์

หากขาดฮอร์โมน หรือฮอร์โมนไม่สมดุล ย่อมส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ พญ.น้ำทิพย์ พันธ์ทิพทวี สูตินรีแพทย์ และ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  ได้มาให้ข้อมูลเรื่องฮอร์โมนว่า  ฮอร์โมนมีความสำคัญเพราะฮอร์โมนคือสารเคมีที่ผลิตขึ้นโดยต่อมไร้ท่อในร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ตับอ่อน ต่อมใต้สมอง และอวัยวะอื่นๆ โดยฮอร์โมนจะปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปยังอวัยวะและควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย เช่น การเจริญเติบโต การเผาผลาญพลังงาน อารมณ์ ความรู้สึก การสืบพันธุ์ และระบบภูมิคุ้มกัน หากฮอร์โมนทำงานสมดุลกัน ร่างกายจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เมื่อใดที่สมดุลนี้เสียไป ก็จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพในการใช้ชีวิตได้

ฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญจะมีด้วยกัน 4 ตัว คือ

1. ฮอร์โมนเอสโตรเจน ผลิตจากรังไข่ รก และต่อมหมวกไต ถือเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญอย่างยิ่ง มีหน้าที่หลักหลายประการ ได้แก่

- พัฒนาและรักษาลักษณะทางเพศของผู้หญิง เช่น หน้าอก สะโพก เสียงทีนุ่มนวล

- ควบคุมรอบเดือนและการตกไข่

- ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวและช่องคลอด

- สร้างความแข็งแรงให้แก่กระดูก ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

- ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

- มีส่วนช่วยในการทำงานของสมองและความจำ

ทั้งนี้ระดับเอสโตรเจนจะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน และช่วงวัยของผู้หญิง โดยจะลดลงอย่างมากเมื่อเข้าสู่วัยทอง

2. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากรังไข่หลังการตกไข่ และจากรกระหว่างตั้งครรภ์ มีหน้าที่สำคัญได้แก่

- เตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิ

- รักษาการตั้งครรภ์และป้องกันการแท้ง

- ช่วยสร้างสมดุลกับฮอร์โมนเอสโตรเจน

- มีส่วนช่วยในการนอนหลับและลดความเครียด

- ช่วยควบคุมอารมณ์และลดอาการซึมเศร้า

3. ฮอร์โมน Follicular Stimulation Hormone (FSH) เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมใต้สมอง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของฟอลลิเคิลในรังไข่ ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นไข่ และมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน

4. ฮอร์โมน Luteinizing Hormone (LH) เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมองเช่นเดียวกับ FSH มีหน้าที่กระตุ้นการตกไข่ และส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

ทั้งนี้เราสามารถสังเกตตัวเองได้ว่าหากฮอร์โมนเพศหญิงเกิดความไม่สมดุล จะมีอาการต่างๆ ดังนี้

- ประจำเดือนไม่มาติดต่อกันเกิน 12 เดือน หรือภาวะวัยทอง เป็นสัญญาณของการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน

- ร้อนวูบวาบ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระดับเอสโตรเจนลดลง

- ใจสั่น เหงื่อออก มักเกิดร่วมกับอาการร้อนวูบวาบ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการวัยทอง

- เครียด วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน และหงุดหงิดง่าย เนื่องจากออร์โมนเพศหญิงขาดความสมดุล มีผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง

- มีปัญหาด้านการนอนหลับ เพราะระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดน้อยลง

- ช่องคลอดแห้งเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งช่วยรักษาความชุ่มชื้นของช่องคลอดมีระดับลดลง ส่งผลให้เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในบริเวณนั้นก็อ่อนแอ เสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลยังอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาวได้ เช่น โรคกระดูกพรุนโรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะซึมเศร้า

ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนจะเกิดขึ้นได้ตามช่วงวัย แต่เราก็สามารถดูแลร่างกายเพื่อช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งอาหารมีผลโดยตรงต่อการทำงานของฮอร์โมน จึงควรเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น ผักผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่มีไขมันดี เช่น อะโวคาโด ปลาแซลมอน เพื่อควบคุมและสร้างสมดุลระดับฮอร์โมนของร่างกาย

2. พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนให้เพียงพอนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฮอร์โมนหลายชนิดถูกผลิตและปรับสมดุลในระหว่างที่นอนหลับ โดยควรพยายามนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และสร้างสุขอนามัยการนอนที่ดี ด้วยการหลีกเลี่ยงหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน รวมถึงจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนให้เหมาะสม เย็นสบาย มืด และเงียบ เพื่อให้การนอนหลับมีคุณภาพมากที่สุด

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบฮอร์โมนด้วยเช่นกัน โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อย 45 นาทีต่อครั้ง และ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไป สามารถส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศหญิงได้ ดังนั้นควรดูแลให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อรักษาสมดุลฮอร์โมนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม