ปมหึงโหด ไม้หน้าสามทุบหัวกระโหลกยุบ เมียชาวบ้าน กลัวความผิดตัดสินประหารชีวิตตัวเองซดยาพิษ แขวนคอดับตาม
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.62 ร.ต.อ.ทินกร โชติชัยพิกุล ร้อยเวรสอบสวน สภ.สันกำแพงได้รับแจ้งเหตุ มีผู้พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ภายในบ้านเลขที่ 147/48 ม.8 (หมู่บ้านแพรวา) บ้านสันป่าค่า ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ จึงได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านลักษณะทาวเฮาส์ชั้นเดียว ดังกล่าว โดยพบ ผู้เสียชีวิตดังต่อไปนี้คือ รายที่ 1 นางศศิธร เรือนถา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2หมู่ 8ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณทางเดินหลังห้องหน้าห้องน้ำ ในลักษณะนอนตะแคงข้าง ที่ศรีษะพบรอยถูกตีด้วยของแข็ง กระโหลกยุบ เป็นแผลฉกรรจ์ หลายแผล รายที่ 2 พบศพ นายสมพงษ์ ชื่นใจ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 147/49 ม.8 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ แขวนคอตายอยู่ในห้องนอนที่เกิดเหตุ ห่างจากศพรายแรกประมาณ 3 เมตรพบหลักฐานในที่เกิดเหตุดังนี้คือ1.ไม้หน้าสาม ขนาดยาว ประมาณ 1 ฟุตครึ่ง จำนวน 1 ท่อน มีคราบเลือดติด ตกอยู่ใกล้เคียงกับศพ ของ นางศศิธรฯ ที่นอนเสียชีวิตอยู่ ห้องครัวในส่วนด้านหลังของตัวบ้าน2. ขวดเบียร์(ช้าง) มีกลิ่นยาฆ่าหญ้า/ฆ่าแมลง อยู่ใกล้เคียงกับศพของ นายสมพงษ์ฯ ผู้ตายที่แขวนคอภายในห้องนอนในบ้านที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ร่วมการแพทย์ โรงพยาบาลสันกำแพง เบื้องต้นได้พบลักษณะการตายตามที่ปรากฎและสันนิษฐานว่า ศพได้เสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และนำศพผู้ตายทั้งสอง ส่งไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริง ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลมาราชนครเชียงใหม่
โดยพฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ นางศศิธรฯผู้ตายซึ่งมีสามี คือ นายสามารถ แก้วสม อายุ 30ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 87 ม.2 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จว.เชียงใหม่ด้วยกันมีบุตร 3 คน นางศศิธรฯ ผู้ตาย ได้ลักลอบคบหาและมีความสัมพันธ์ กับ นายสมพงษ์ ฯซึ่งหย่าร้างกับภรรยาและอยู่เพียงลำพังในบ้านที่เกิดเหตุ โดยระหว่างคบกัน นางศศิธรฯได้ขอเงินจาก นายสมพงษ์ฯใช้เป็นประจำและบ่อยครั้ง จน นายสมพงษ์ฯต้องไปหาเงินโดยการกู้ยืมเงินตามละแวกใกล้เคียงอยู่บ่อยครั้ง โดย จะแอบมาพบกันในบ้านที่เกิดเหตุเป็นประจำ จนกระทั่ง วันนี้มีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ข้างเคียงบ้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียง ผู้ตายทั้งสองทะเลาะกันภายในบ้าน ได้ประมาณไม่นาน จากนั้นเหตุการณ์ก็สงบไป จนกระทั่งเวลาช่วงเย็น ทางฝ่าย สามีของ นางศศิธรฯได้ออกติดตามหาตัว นางศศิธรฯซึ่งได้หายออกจากบ้านมา ประมาณ เวลา13.00 น.ของวันเดียวกัน โดยได้มาพบ รถจักรยานยนต์ ของ นางศศิธรฯจอดอยู่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ พบความผิดปกติ ด้านในบ้านปิดไฟมืดและถูกปิดล๊อคจากทางใน และไม่มีเสียงตอบจากด้านในบ้าน จึงได้ไปติดตามตัว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คือ นายพรชัย วงศ์ซาว มาช่วยงัดซี่หน้าต่างไม้ของตัวบ้าน ออก จึงได้พบ ศพผู้ตายทั้งสองตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นในบ้านที่เกิดเหตุ
จากการสืบสวนสอบสวน และจากการสอบถามข้อมูลจากคนในหมู่บ้านเชื่อว่า ผู้ตายทั้งสองได้แอบคบกันฉันท์ชู้สาว มานานและจะนัดมาพบกันที่บ้านที่เกิดเหตุเป็นประจำ และประกอบกับชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่า นายสมพงษ์ฯผู้ตายได้หาเงินโดยไปหยิบยืมจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวไปดูแล นางศศิธรฯ มาโดยตลอดต่อมาเกิดความหึงหวงกันเกรงว่า นางศศิธรฯที่มี สามีอยู่แล้วจะกลับไปมีใจให้กับสามี และหลอกเอาเงินจาก นายสมพงษ์ฯมาโดยตลอดจนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง นายสมพงษ์ฯจึงได้ใช้ไม้หน้าสามที่พบ ในที่เกิดเหตุกระหน่ำตีไปยัง ศีรษะ นางศศิธรฯหลายครั้งอย่างแรงจน นางศศิธรฯ เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ถึงเกิดเหตุ นายสมพงศ์ฯ อาจจะกลัวความผิดหรือเสียใจในการกระทำที่เกิดขึ้น จึงได้นำยาฆ่าแมลงที่ตนตระเตรียมมาผสมกับเบียร์แล้วดื่ม พร้อมกับ ใช้เชือกผูกคอตายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งในคดีนี้ ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันในที่เกิดเหตุ แต่จากสภาพที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านซึ่งมีประตูหน้าต่างแน่นหนาไม่สามารถมีบุคคลภายนอกเข้าไปในตัวบ้านได้ เนื่องจากประตูถูกปิดล๊อคจากด้านในบ้านทั้งหมด และไม่มีช่องทางที่บุคคลอื่นจะเข้าไปก่อเหตุ ประกอบกับมี การทะเลาะกันอย่างรุนแรงในบ้านก่อนเกิดเหตุ เบื้องต้นจึงสันนิษฐานตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้น และในเบื้องต้นได้ติดตามญาติของผู้ตายทั้งสองฝ่ายมาดูศพและที่เกิดเหตุ เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ไม่ติดใจว่าจะเป็นเหตุอื่นหรือมีบุคคลอื่น เข้าไปกระทำแต่อย่างใด ในคดีนี้ทาง พนักงานสอบสวน จะได้ทำการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวให้ละเอียดและแน่ขัดต่อไป .