ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากสถานการณ์คลื่นลมรุนแรงตลอด 2 วันที่ผ่านทำให้หลายจุดในพื้นชายฝั่งนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในตำบลหน้าสตน.อำเภอหัวไทร การกัดเซาะชายฝั่งได้ทวีความรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะจุดที่ไม่เคยถูกคลื่นกัดเซาะมาก่อนกลับมีปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้กับชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ริมทะเล เช่นที่หมู่ 6 ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร บ้านหลังนี้แต่เดิมอยู่ห่างจากริมหาดมากกว่า 30 เมตร เจ้าของบ้านอาศัยมาตลอดชีวิต แต่เพียงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านคลื่นลมรุนแรง และมา 2 วันนี้กระแสคลื่นได้กัดเซาะอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน พื้นที่ดินหายไปเกือบทั้งหมด สวนมะพร้าวล้มหายลงไปในทะเลหลายสิบต้น และมีความลึกของดินที่หายมากกว่า 1 เมตร คลื่นได้กัดเซาะเข้าทำลายฐานรากบ้านกำลังจะพัง
นายเตชิต พันธุ์วศิน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหน้าสตน ระบุว่าเทศบาลตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร ได้พยายามเข้าให้การช่วยเหลือด้วยการสร้างแนวกันคลื่นชั่วคราวพร้อมทั้งนำเครื่องจักรเข้าปรับแนวพื้นที่พร้อมทั้งใช้บิ๊กแบ็คบรรจุทรายเข้าเป็นแนวป้องกันแต่ยังไม่เป็นผลมากนักยังคงต้องเร่งพยายามแก้ไข
“จุดนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน พบว่าสาเหตุนั้นเป็นผลสืบเนื่องจากการทำแนวกันคลื่นแบบเรียงหินไม่ห่างจากจุดนี้มากนัก กระแสน้ำและคลื่นได้ผันผวนจนเข้ามากัดเซาะในจุดนี้แทน เป็นปัญหาแบบนี้ต่อไปไม่รู้จบคือสร้างจุดหนึ่งป้องกันได้ แต่จะไปก่อให้เกิดความเสียหายในจุดอื่นต่อไปอีก”นายเตชิต กล่าว
ขณะที่นายสุวิทย์ แก้วสง เจ้าของบ้านยืนยันว่าพื้นที่นี้แต่เดิมไม่เคยถูกกัดเซาะรุนแรงแบบนี้มาก่อน ทะเลอยู่ห่างจากบ้านไปราว 30-50 เมตร มารอบนี้พื้นที่ดินหายไปทั้งหมดมาถึงบ้านเข้าไปในครัวแล้ว สวนมะพร้าวระเนระนาด หากป้องกันไม่ได้เท่ากับหมดตัว ที่ดินบ้าน ขอเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบชายฝั่งตรงนี้มาเร่งแก้ไขขอแนวกันคลื่นขนาดเล็กไว้ก่อน มันมีความจำเป็นต้องป้องกัน

