รายงานพิเศษ : นารีนาฏ ภัยวิมุติ
เวลาผ่านไปไว ไม่ทันไร 2 ปีแล้วที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ในยุค คสช.แต่งตั้ง เป็นครั้งแรกที่กทม.และนับเป็นนายตำรวจไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้นั่งเก้าอี้พ่อเมืองหลวงตัวนี้
จากหลากหลายฉายาที่ได้รับเสียงชื่นชมก่อนหน้าในวงการตำรวจ ทั้ง "อัศวินปิดจ๊อบ" "มือปราบไผ่เขียว" และความเป้นตำรวจมือปราบน้ำดีในสายตาประชาชน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มาในยุคแต่งตั้งช่วงสูญญากาศจึงยังไม่ค่อยจะได้เห็นลีลาปังๆของผู้ว่าฯอัศวินกันสักเท่าไหร่ แต่กระนั้นได้เห็นความพยายามตั้งใจแก้สารพัดปัญหาที่หมักหมมมานาน ทั้งยังเกี่ยวพันกับหน่วยงานต่างๆมากมาย
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ได้เปิดใจถึงผลงานในช่วงปีที่ผ่านมา ได้เดินหน้าโครงการหลายด้านตามนโยบาย NOW “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที” ในปีแรกต่อเนื่องปีที่ 2 NOW “ทำจริง เห็นผลจริง”เน้นพัฒนางานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมีหลายเรื่อง
ที่เป็นประเด็นไปเมื่อเร็วนี้ก็การจัดระเบียบทางเท้าซึ่งสังคมส่วนใหญ่อยากให้จัดการ รวมถึงเข้มงวดเรื่องขับขี่จักรยานยนต์ย้อนศรหรือขี่บนทางเท้า จุดนี้เราต้องเคารพกติการสังคม เอาเอาเปรียบผู้อื่น
ด้านความปลอดภัยก็ให้ความสำคัญ โครงการเปลี่ยนที่เปลี่ยวเป็นที่โปร่งก็ยังดำเนินการเข้มข้น ติดไฟฟ้าส่องสว่างในสวนสาธารณะ 35 แห่ง ในที่สาธารณะ ถนน ตรอก ซอย อีก 3,000 ดวง เพิ่มกล้อง CCTV เชื่อมต่อไปยัง 12 ศูนย์ ใน 6 กลุ่มเขต และเครือข่าย
ปรับภูมิทัศน์ ปลูกต้นไม้ สร้างสวนหย่อม สวนสาธารณะในพื้นที่ว่างรกร้าง ให้มีการใช้ประโยชน์โดยเฉพาะทำสวนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้ปลูกต้นไม้เพิ่มมาแล้ว 10,000 ต้น เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปีหน้าให้นโยบาย 50 เขตปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ว่างของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ 4,000 ไร่ให้แต่ละเขตสำรวจสร้างสวนสาธารณะ โดยขอการสนับสนุนภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างและรักษาดูแลเมืองร่วมกัน
การปรับภูมิทัศน์เมือง เพิ่มสีสันให้กับเมืองก็ได้เริ่มโครงการแต้มสีกรุงเทพฯ ชวนประชาชน ภาคเอกชนร่วมพัฒนา ทาสีอาคาร กำแพง ถนน ในย่านต่างๆ เพื่อความสวยงามเป็นระเบียบของเมือง รวมไปถึงการจัดระเบียบเมือง เช่น ปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง และป้อมมหากาฬ ถือเป็นงานที่ทำสำเร็จ ซึ่งตนพอใจมากที่สามารถทำได้ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับทุกฝ่ายที่ช่วยกันจนสำเร็จ ทำให้ลูกหลานได้เห็นคลองโอ่งอ่าง ป้อมมหากาฬที่สวยสง่า
แต่งานที่ไม่สำเร็จก็มี เช่น โครงการสวยในซอย ประชาชนยังไม่ร่วมโครงการมากนัก บางซอยยังไม่อยากทำ ขณะนี้ทำไปได้แล้วเกือบ 100 ซอย ปีหน้าก็จะทำต่อให้มากขึ้น อีกโครงการที่ไม่สำเร็จ คือ “คอกกั้นขยะ” มีปัญหาวิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็น ต้องยอมรับว่าขยะของประเทศไทยเป็นขยะเปียก เศษอาหาร ประชาชนยังไม่คัดแยกขยะ เมื่อทิ้งรวมกันก็เน่าเสียส่งกลิ่น มีน้ำขยะไหลนอง คนหาของเก่าก็รื้อขยะที่ใช้ได้ไปขาย กระจัดกระจายเลอะเทอะ จึงยังต้องรณรงค์เรื่องนี้กันต่อไป ในปีหน้าก็ยังจะเข้มข้นในเรื่องการจัดการขยะที่ถือเป็นปัญหาสำคัญของเมืองขนาดใหญ่ ส่วน “คอกกั้นขยะ” กรุงเทพมหานครเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น รอถามสังคมว่าต้องการให้ทำหรือไม่ รูปแบบใด ต้องแนะนำ ไม่ใช่วิจารณ์อย่างเดียว
ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โครงการใหม่อย่าง Water Bank 4 จุด กักเก็บน้ำได้รวม 22,000 ลบ.ม. เสร็จแล้ว 1 จุด ที่วงเวียนบางเขน อีก 3 จุด จะแล้วเสร็จ 1 จุด เดือนมีนาคม และครบทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2562 เพิ่มแก้มลิงเก็บน้ำตามศาสตร์พระราชา 6 จุด กักเก็บน้ำได้รวม 295,250 ลบ.ม. เสร็จแล้ว 1 จุด ที่ประชานิเวศน์ อีก 5 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ และเร่งรัดโครงการตามแผนการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อน แนวป้องกันน้ำท่วม ระบบระบายน้ำ รวม 59 โครงการ ...
โครงการจิตอาสาตามดำริสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 10 ร่วมกันทำความสะอาดคู คลอง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ช่วยให้คลองสะอาดขึ้นมาก ช่วยให้การระบายน้ำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็อยากให้พี่น้องประชาชนร่วมกันดูแลรักษาให้คงไว้
การก่อสร้างและปรับปรุงถนน สะพาน ทางลอด เพิ่มโครงข่ายจราจร รวม 37 โครงการ เร่งงานที่ล่าช้า ถ้าไม่เสร็จตามสัญญา จะยกเลิกและขึ้นบัญชีดำ ต้องยอมรับว่าการขยายช่องจราจรในกรุงเทพฯนั้นทำได้ยาก ปัจจุบันปริมาณรถกับถนนไม่สัมพันธ์กัน กรุงเทพฯ มีถนนสายหลัก 2,700 กม. ควรจะมีรถวิ่ง 1 ล้านคัน แต่เรามีรถวิ่งอยู่หลายล้านคัน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหาจราจรติดขัด การขยายถนนทำไม่ได้ด้วยกายภาพเมืองเก่า จะทำได้โดยขยายเมืองออกไปพื้นที่รอบนอก ให้สำนักผังเมืองสำรวจพื้นที่กำหนดเขตผังเมืองใหม่ปรับให้สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ เพื่อรอบรับการขยายเมืองออกไปโดยต้องมีแผนสำหรับการจราจรรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคตไว้ด้วย ส่วนปัญหาจราจรติดขัดในขณะนี้ มีก่อสร้างรถไฟฟ้า 6-7 สาย และอุโมงค์ทางลอด ถนนสายต่างๆ ทำให้หลายจุดเป็นปัญหาหนัก เราก็ร่วมกับทางตำรวจจราจรพยายามแก้ไข
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โครงการนัดหมอล่วงหน้าได้รักษาใน 60 นาที เริ่มแล้วในโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานคร 9 แห่ง ปีหน้าจะขยายให้ครอบคลุมผู้ป่วยมากขึ้น นอกจากนี้ จะตีเส้นจราจรสีแดงหน้าโรงพยาบาลให้รถฉุกเฉินรับ-ส่งผู้ป่วยสะดวก ด้านการดูแลผู้สูงอายุ มีคลินิกผู้สูงอายุทุกโรงพยาบาล และอบรมอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุต่อเนื่องที่บ้าน (Care Giver) แล้ว 3,000 คน รวมถึงการเปิดศูนย์สร้างสุขทุกวัย ให้ผู้สูงอายุได้มีพื้นที่กิจกรรมร่วมกับวัยอื่นๆ คืนรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต
การศึกษา มอบทุนเอราวัณ สร้างครูหัวใจกทม. ให้ทุนเรียนครู 100 ทุน บรรจุครูโรงเรียนกทม. อย่างน้อย 12 ปี หากย้ายก่อนต้องนำเงินมาใช้ทุนคืน แก้ปัญหาสมองไหลปีละหลาย 100 คน นอกจากนี้ จัดสรรโควตานักเรียนแพทย์และพยายาล ปีนี้ แพทย์ 6 คน พยาบาล 20 คน เทคนิคการแพทย์ 10 คน ให้ฝึกงานในโรงพยาบาลของกทม.เท่านั้น โครงการพัฒนาภาษาอังกฤษนักเรียนกทม.ยังคงส่งนักเรียนไปเรียนกับเจ้าของภาษาที่ต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกสายอาชีพโดยร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษา
งานที่จะทำในปี 2562 จะต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่ ทำโครงการเดิมให้กว้างขวางเพิ่มมากขึ้น เน้นเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปีหน้าจะมีสวนสาธารณะแห่งใหม่เกิดขึ้น โดยตนได้เจรจาขอให้ ปตท. จัดสร้างสวนในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งทาง ปตท. ยินดีสนับสนุนด้วยงบประมาณ 50 ล้านบาท ขณะนี้กำลังเขียนแบบ จะเริ่มสร้างหลังปีใหม่นี้ นอกจากนี้จะพัฒนาพื้นที่ 20 ไร่ บริเวณเขตบางบอน เป็นที่ของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มอบให้กรุงเทพมหานครใช้ได้ระยะเวลา 60 ปี โดยจะก่อสร้างอาคารในพื้นที่ รวม 7 อาคาร เป็นสถานีดับเพลิงย่อย พร้อมที่พักพนักงานดับเพลิง 1 แห่ง และสร้างแฟลตที่พักอาศัยข้าราชการกรุงเทพมหานคร ขนาด 5x8 รวม 40 ตรม. จำนวน 200 ยูนิต 6 อาคาร ให้ข้าราชการฝั่งธนบุรี ข้าราชการในศาลาว่าการกทม.1 ครูกทม. และเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าพักอาศัย ซึ่งสภากรุงเทพมหานครเห็นชอบแล้ว
ถามถึงเส้นทางการเมืองมีพรรคการเมืองทาบทามลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวิน เผยว่า
“มีพรรคใหญ่มาทาบทาม แต่ยังไม่ได้คิดตัดสินใจ ถ้าถามใจผมไม่สนใจการเมือง เหนื่อย แต่ถ้าประชาชนอยากให้ทำก็ทำ ยังไม่ถึงเวลา ไว้ใกล้ๆก่อน “ และยังถามกลับทิ้งท้ายด้วยว่า “ถ้าผมลงสมัครแล้วจะเลือกไหม”
ส่วนกรณีทีมบริหาร รองผู้ว่าฯกทม. จะไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ต้องหาคนมาทำแทน แต่ที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีใครมาบอกว่าจะไป ยังอยากอยู่ช่วยทำงานกทม.อยู่