วันที่ 24 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่วัดบุตาวงษ์ มีความแปลกและมีเพียงหนึ่งเดียวใน จ.บุรีรัมย์ หรือในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะโดยปกติรูปปั้นขององค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ปู่เวส นั้นจะเป็นรูปปั้นหรือรูปหล่อที่เป็นองค์ยืนเต็มตัว แต่รูปปั้นของท้าวเวสสุวรรณ ที่วัดบุตาวงษ์ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ แห่งนี้มีเพียงครึ่งตัวเท่านั้น ซึ่งก็ได้มีประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่ทราบข่าวทยอยเข้ากราบสักการะบูชา และขอพร รวมถึงจุดธูปตัวเลขเพื่อขอโชคลาภตามความเชื่อ ส่วนจะได้เลขอะไรนั้นก็ดูกันเอาเอง บอกไม่ได้เดี๋ยวเลขมันจะเคลื่อน
โดยรูปปั้นครึ่งตัวท้าวเวสสุวรรณ องค์นี้พบว่า ตัวมีสีเขียว ประดับประดาเครื่องทรงครบครัน ด้วยสีทองแกมแดง มีขนาดความสูงประมาณเท่าตึก 2 ชั้น หรือประมาณ 8 เมตร ตั้งอยู่กับพื้นฝั่งขวาที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชประสาทพรบวรบุตาวงษ์ (อ่านว่า-พระ-พุด-ทะ-ชิน-นะ-ราด-ประ-สาด-พร-บะ-วอน-บุ-ตา-วง) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่ ที่ตั้งประดิษฐานอยู่บริเวณใจกลางตัววัด บนฐานที่มีขนาดความสูงเท่ากับตึก 1 ชั้น ซึ่งที่บริเวณประดิษฐานมีองค์พญานาค 2 ตน คือ องค์วิรูปักขมหานาคราช กับองค์นางพญานพเกตุนาคิณีวิสุทธิเทวี ได้ทอดกายล้อมรอบที่ประดิษฐาน ขององค์พระพุทธชินราชประสาทพรบวรบุตาวงษ์ นอกจากนี้ที่บริเวณด้านหน้าฐาน ขององค์พระพุทธชินราชประสาทพรบวรบุตาวงษ์ ยังมีหลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินสีดำ ประดิษฐานให้ญาติโยมได้กราบไหว้บูชาด้วย
สำหรับประวัติความเป็นมาของ องค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือปู่เวส ครึ่งตนนั้น พระมหาบุญเลิศ สนฺติกโร เจ้าอาวาสวัดบุตาวงษ์ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงปี 2559 ทางวัดได้มีดำริจัดสร้าง พระพุทธชินราชประสาทพรบวรบุตาวงษ์ พระพุทธรูปองค์ใหญ่เพื่อประดิษฐานไว้ในวัดให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา ซึ่งแรกเริ่มเดิมที ช่างที่มาสร้างพระได้ทำไว้ 3 ส่วน คือ ส่วนฐานบริเวณหน้าตักได้ทำติดกับตัวฐาน ส่วนที่ 2 ช่วงลำตัว และส่วนที่ 3 บริเวณช่วงไหล่ขึ้นไปถึงเศียรพระ ได้ทำไว้ใกล้ๆกันแล้วจะยกมาประกอบติดกัน แต่พอถึงตอนที่จะยกมาประกอบติดกัน ซึ่งใช้รถเครนถึง 2 คันยกก็ยกถึง 3 ครั้ง ก็ยกไม่ขึ้น และขณะยกขึ้นครั้งที่ 3 สายรัดได้ขาดทำให้ช่วงบน คือช่วงไหล่กับช่วงเศียรพระร่วงตกลงมา
โดย เจ้าอาวาสวัดบุตาวงษ์ เล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อยกไม่ขึ้นและดูแล้วเหมือนไม่ยากจะขึ้น จึงตัดสินใจปั้นพระขึ้นใหม่บนนั้นเลยโดยไม่ต้องแยกปั้น ส่วนช่วงบนของพระที่ร่วงตกลงมากองกับพื้น จะทิ้งก็เสียดาย จึงตัดสินใจสร้างท้าวเวสสุวรรณ แต่ถ้าจะสร้างองค์ยืนเต็มตัว ก็เกรงว่าจะมีขนาดใหญ่และสูงเท่ากับองค์พระ จึงสร้างเพียงครึ่งตัวด้านบน ตามขนาดขององค์พระเดิมที่ร่วงตกลงมาขณะเคลื่อนย้าย จึงเป็นที่มาของท้าวเวสสุวรรณครึ่งตัวดังกล่าว ซึ่งได้สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2561 หลังจากสร้างเสร็จก็ได้มีประชาชน นักท่องเที่ยว และพุทธศาสนิกชน ที่เข้ามากราบไหว้ขอพร ต่างมองว่ามีความแปลก เพราะไม่เหมือนท้าวเวสสุวรรณเหมือนกับทุกที่ๆมีกัน
พร้อมกันนี้ เจ้าอาวาสวัดบุตาวงษ์ ยังได้เชิญชวนให้ญาติโยม ได้มากราบไหว้ขอพร พระพุทธชินราชประสาทพรบวรบุตาวงษ์ หลวงพ่อองค์ดำ องค์พญานาค องค์วิรูปักขมหานาคราช กับองค์นางพญานพเกตุนาคิณีวิสุทธิเทวี และองค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือปู่เวสสุวรรณ ครึ่งตัวที่วัดบุตาวงษ์ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงร่วมทำบุญสร้างพระนอนขนาดความยาว 51 เมตร โดยใต้ฐานพระนอนจะทำเป็นกุฎิพระสงฆ์ ไว้ให้พระสงฆ์ได้อยู่จำวัด



