วันที่ 21 มิ.ย.67 ที่นิทรรศการ BKK EXPO 2024 สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ตามโครงการ City-to-City Collaboration for Zero-Carbon Society ว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครและเมืองโยโกฮามามีความร่วมมือเกี่ยวกับการบรรเทาสภาวะโลกร้อนกว่า 3 ปี คำพูดหนึ่งจากป้ายรณรงค์ของเยาวชนที่ผ่านมา คือ "You'll die of old age, but I'll die of climate change" ทำให้ฉุกคิดถึงความจริงที่ว่า คนอายุมากอย่างตนคงแก่ตาย แต่เยาวชนอย่างพวกเขาจะตายเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (โลกร้อน) หากไม่มีแนวทางหรือนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ท้ายที่สุดโลกจะอยู่ไม่ได้ และเมืองจะอยู่ไม่ได้

 

สำหรับโครงการ City-to-City Collaboration for Zero-Carbon Society ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนาแผนแม่บท ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 10 ล้านตันคาร์บอน ภายในปี 2573 ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความรู้มาตลอด ซึ่ง กทม.มีการผลักดันเรื่องนี้ผ่านนโยบายและโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการไม่เทรวม การลดใช้พลังงานสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต การสร้างสวน 15 นาที การเปลี่ยนพื้นที่ว่างให้เป็นพื้นที่สีเขียว เป็นต้น ซึ่งต้องร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดการสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

"ยืนยันว่า เมืองเปลี่ยนได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเพราะผู้ว่าฯ หรือนายกเทศมนตรี ต้องเปลี่ยนด้วยพวกเราทุกคน ดังนั้น เมืองเปลี่ยนได้เพราะคุณ มาร่วมมือกันทำให้เมืองโยโกฮามา เมืองกรุงเทพฯ น่าอยู่" นายชัชชาติ กล่าว

ดร.ทาเคฮารุ ยามานากะ นายกเทศมนตรีเมืองโยโกฮามา กล่าวว่า เมืองโยโกฮามามีความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครกว่า 10 ปี ในสายงานเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีความยั่งยืน ปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ทั้งของเมืองโยโกฮามาและกรุงเทพฯ กำลังแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางอย่างใกล้ชิด ในภาพรวมเมืองโยโกฮามาและกรุงเทพฯ เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สนิทสนมกัน ซึ่งยังไม่พบว่ามีเมืองขนาดใหญ่ใดในโลกสนิทสนมกันมากเท่านี้ โดยเฉพาะบุคลิกภาพและความเป็นผู้นำของนายชัชชาติ เชื่อว่าจะสามารถดำรงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนี้ไปอีกยาวนานอย่างแน่นอน

 

สำหรับเมืองโยโกฮามา ใช้เวลาถึง 10 ปี ดำเนินโครงการลดขยะเมืองลงครึ่งหนึ่ง ขณะที่ระยะเวลาดังกล่าวมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถลดขยะลงได้ เป็นผลมาจากความร่วมมือของประชากรทุกคน เชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯได้ นอกจากการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างเมืองเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ในวันข้างหน้าทั้งกรุงเทพฯและโยโกฮามาอาจเป็นตัวแทนหรือผู้นำภูมิภาคเอเชียในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของโลกได้ต่อไป หากทุกคนร่วมมือกัน

 

"ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ เป็นปัญหาระดับโลก การแก้ไขจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือและพลังจากประชากรทุกคน ดังนั้น ทุก ๆ คนเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ลุล่วง" ดร.เทเคฮารุ กล่าว