ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ

12 พฤษภาคม 2024 ผ่านไปเรียบๆเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่ง แม้แต่นักฟังเพลงตัวจริงยังมีอีกมากที่ไม่รู้ว่า คือวันที่หนึ่งในสุดยอดนักแซกโซโฟนของโลกจากไปในวัย 78 ปี เป็นวันที่เงียบเกินไปสำหรับนักดนตรีคนหนึ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเครื่องมือที่เขาเล่น

เดวิด แซนบอร์น มีผลงานที่ได้แผ่นเสียงทองคำ 8 ชุด และแพลทินั่มอีก 1 ชุด คว้ารางวัล แกรมมี่ มาแล้ว 8 รางวัล แม้ว่าการเขียนถึงประวัติของเขา นักเขียนหรือคอลัมนิสต์ดนตรีส่วนมากมักจะใช้คำว่า ‘นักแซกโซโฟนแจ็ซซ์’ แต่ แซนบอร์น เคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า “ผมไม่สนใจว่าอะไรคือแจ็ซซ์หรือไม่ใช่แจ็ซซ์ นักดนตรีที่แท้จริงไม่มีเวลาไปคิดเกี่ยวกับการจัดประเภทดนตรีที่จำกัด”

อาจจะด้วยวิธีคิดและการทำงานที่เปิดกว้างอย่างนี้ จึงทำให้สื่อดนตรียักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ให้คำจำกัดความ แซนบอร์น ว่า “เป็นผู้นำแซกโซโฟนกลับมาสู่ดนตรีร็อค”

แซนบอร์น พบว่าตนเองเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่ปี 2018 แต่ก็ยังออกแสดงตามตารางที่กำหนดไว้ ซึ่งมีโปรแกรมยาวถึงปีหน้า (2025) จนกระทั่งต้องหยุดลงก่อนหน้านี้ไม่นาน

กว่า 6 ทศวรรษ นอกจากผลงาน 25 อัลบั้มของตัวเอง แซนบอร์น ฝากฝีมือและฝีปากไว้ในผลงานของศิลปินชั้นนำระดับโลกนับไม่ถ้วน ทั้งในสายแจ็ซซ์, ป็อป, ร็อค และอาร์แอนด์บี เช่น ไมล์ส เดวิส, จอร์ริโอ โมโรเดอร์, กิล อีแวนส์, บ็อบ เจมส์, เจมส์ บราวน์, สตีวี่ วันเดอร์, พอล ไซม่อน, เอริค แคลปตัน, เดอะ โรลลิ่ง สโจนส์, เอลตัน จอห์น, เดวิด โบวี่, สตีลี่ แดน และ ดิ อีเกิ้ลส์ เป็นต้น

เดวิด วิลเลียม แซนบอร์น เกิดในเมืองแทมปา รัฐฟลอริด้า แต่ไปเติบโตที่เซนต์หลุยส์ ซึ่งทำให้เขาซึมซับอิทธิพลของชิคาโกบลูส์ และอายุเพียง 14 ปี เขาก็ได้เล่นกับตำนาน อย่าง อัลเบิร์ท คิง และ ลิทเทิ่ล มิลตัน

ตอนอายุ 3 ขวบ แซนบอร์น ติดเชื้อโปลิโอ ทำให้แขนซ้าย ขาขวา และปอดของเขาอ่อนแรง ต้องอยู่ในเครื่องมือที่เรียกว่า “ปอดเหล็ก” ราวๆ 1 ปี (Iron Lung – หาชมของจริงได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิริราช) เขาจับแซกโซโฟนครั้งแรกตอนอายุ 11 ด้วยคำแนะนำของหมอคนหนึ่ง และหมอคนนั้นก็เป็นผู้สอนให้เขาเล่นแซกโซโฟนเพื่อความแข็งแรงของปอด

แม้แข็งแรงขึ้น แต่โรคก็ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายในเวลาต่อมา ปอดของเขามีความจุลมที่ค่อนข้างจำกัด แขนซ้ายเล็กกว่าแขนขวา “ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ” แซนบอร์น ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์เมื่อปี 2005 “นี่คือความจริงของผม”

แต่น่าแปลกด้วยข้อจำกัดที่ท้าทายและเป็นอุปสรรคสำหรับนักเล่นเครื่องเป่า แซนบอร์น กลับกลายเป็นยอดนักแซกโซโฟนที่ใครต่อใครต้องการตัวไปร่วมงาน

หลังจากเรียนดนตรีที่มหาวิยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น และเรียนกับนักแซกโซโฟน เจ.อาร์. มอนเทโรส ที่มหาวิทยาลัยไอโอวา นักแซกโซโฟนอีกคนหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อ แซนบอร์น คือ แฮ้งค์ ครอว์ฟอร์ด อัศวินมือขวาและผู้เรียบเรียงดนตรีให้ เรย์ ชาร์ลส์ เขามุ่งหน้าสู่แคลิฟอร์เนีย และร่วมงานกับ พอล บัทเทอร์ฟีลด์ บลูส์ แบนด์ เขาอายุ 24 ปีตอนที่เล่นอยู่ต่อหน้าคนหลายแสนในมหกรรมดนตรี วูดสตอก เมื่อเดือนสิงหาคม 1969

แซนบอร์น ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเขา - Taking Off ในปี 1975 และมาได้รางวัล แกรมมี่ ครั้งแรกในสาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยมจาก “All I Need Is You” ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้ม Voyeur เมื่อปี 1981

“ดนตรีคือทุกสิ่งสำหรับผม” เขาบอกกับสื่อ เอ็นพีอาร์ “มันเป็นแบบของการผสมแจ็ซซ์, กอสเพล และริธึ่ม แอนด์ บลูส์ ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันคือทั้งหมดนั้นผสมเข้าด้วยกัน และนั่น-สำหรับผม-เป็นแก่นแกนของดนตรีอเมริกัน”

หลังจากเข้าวัย 70 ปี แซนบอร์น ก็ยังคงตระเวนแสดงดนตรีอย่างต่อเนื่อง และด้วยแรงไฟเหมือนที่เคย แม้ว่าด้วยสภาพร่างกายจะทำให้ต้องตัดโปรแกรมลงบ้าง แต่ก็ยังมากถึง 150 ครั้งต่อปี

“ผมยังต้องการเล่น” เขาบอก “และถ้าคุณอยากเล่นเพื่อผู้ชม คุณต้องไปที่ที่ผู้ชมอยู่”

วันนี้ เดวิด แซนบอร์น หยุดทัวร์ตลอดกาล แต่สิ่งที่เขาสร้างสรรค์ไว้ และความพิเศษในการสร้างวิธีเล่นหลากหลาย ยังคงอิทธิพลอยู่ในสุ้มเสียงของนักแซกโซโฟนชื่อก้องรุ่นถัดมา หรือบางทีอาจจะพูดได้ว่า ถ้าไม่มี เดวิด แซนบอร์น ก็คงไม่มี เคนนี จี และ เดฟ ค็อซ.