กกต.บุรีรัมย์ ประกาศไม่รับรองผู้สมัคร สว.51 ราย ไม่ผ่านคุณสมบัติ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทำให้เหลือผู้สมัคร สว.จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง 23 อำเภอ ทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ จำนวน 1,785 คน สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ หากทำผิดจริงโทษสูงถึงขั้นติดคุก-ตัดสิทธิเลือกตั้ง
วันที่ 30 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่า หลังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันรับสมัครเลือก สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. 2567 ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. 2567 ใน 20 กลุ่มอาชีพ ทั้ง 23 อำเภอ ของจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ประสงค์ลงสมัคร สว.จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง 23 อำเภอ ทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ มีผู้สมัครรวม 1,836 คน ซึ่งมากเป็นอันดับที่สี่ของประเทศ และตามกรอบระยะเวลากฎหมายจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน โดยครบกำหนดเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา นั้น
ซึ่งผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ ทั้ง 23 อำเภอ ของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น พร้อมประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามทั้งจังหวัด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า จังหวัดบุรีรัมย์มีผู้ที่ไม่ผ่านการรับสมัคร สว.จำนวน 51 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัคร สว.ที่มีลักษณะต้องห้าม ที่ห้ามผู้สมัคร สว. เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามมาตรา 14 (21) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้เหลือผู้สมัคร สว.จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้ง 23 อำเภอ ทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ จำนวน 1,785 คน สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามที่ผู้สมัคร กรณีผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง ไม่สามารถสมัครเข้ารับเลือกเป็น สว. ได้ เว้นแต่ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก แต่หากเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ถ้าลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว สามารถสมัคร สว.
โดยบทลงโทษตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หากผู้สมัคร สว.รู้ หรือควรรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ หรือมีคุณสมบัติต้องห้ามที่จะสมัครได้ จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น 20 ปี
ทั้งนี้หากผู้สมัครผู้นั้นได้รับการรับเลือกให้เป็น สว. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตําแหน่งแก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
