สนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี จับมือกับ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายกอบจ.นครสวรรค์ และ นายสุรเชษ นิ่มกุล นายก อบจ.อ่างทอง 3 นายก อบจ. ลุ่มแม่เจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ต้นน้ำ จังหวัดอ่างทอง กลางน้ำ และจังหวัดปทุมธานีปลายน้ำ ปรึกษาหารือก่อนที่จะตัดสินใจร่วมกันลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ. โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากเป็นห่วงในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำที่ทำมาตลอดและหวั่นว่าปีนี้ น้ำจะมีปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมา หากอยู่ในห้วงเวลาของกฎหมายการเลือกตั้งจะขับเคลื่อนงานต่างๆได้ไม่มีประสิทธิภาพ ผลเสียจะตกอยู่กับประชาชน เพราะอยู่ในช่วงก่อนเลือกตั้ง อบจ.อีกทั้งยังต้องการเป็นกลางทางการเมือง ช่วงใกล้เลือกตั้ง สว.   

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่างนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เหตุผลอันดับแรก คือตนเองได้หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำหลาก เพื่อที่จะป้องกันได้อย่างไร จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุมธานี เราจะคุยกันตลอดในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมากจนเกือบจะแย่ แล้วช่วงฤดูน้ำหลากที่จะถึงนี้ปริมาณน้ำคาดว่าจะมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทางปทุมฯเราสู้มาตลอดเวลาสามปีเพื่อให้จังหวัดปทุมธานีไม่จมน้ำ เราได้มีการประสานพูดคุยกันตลอดเพื่อเตรียมการตั้งรับ เมื่อได้พูดคุยกันทุกจังหวัดหากเข้าการเลือกตั้งตามปกติ ที่จะหมดวาระในวันที่ 19 ธันวาคม เมื่อหมดวาระแล้ว ก่อนหมดวาระ 6 เดือนเราจะช่วยเหลือประชาชนไม่ได้เลย อะไรก็ต้องอยู่ในกฎกติกาหมด เบิกจ่ายไม่ได้ ยิ่ง 3 เดือนสุดท้ายยิ่งแย่ใหญ่เลย เราจึงตัดสินใจด้วยกันในฐานะประธานสมาพันธ์นายก อบจ.ภาคกลาง ทุกคนจึงมีความเห็นว่าหากเราช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ เราจะอยู่ทำไม เมื่ออยู่แล้วทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเราคาดว่าปีนี้น้ำจะเยอะ นี่คือเหตุผลหลัก เป็นเหตุผลที่ต้องออกก่อน ผมเองจะออกพร้อมกัน 3 จังหวัด โดยทาง นครสวรรค์ และอ่างทอง เราได้คุยกันโดยผมได้ยื่นใบลาออกมีผลตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ส่วนจังหวัดอื่นๆเดี๋ยวคงตามมาอีก เพราะเมื่อเข้าสู้ 180 วันจะเริ่มระวังตัวกัน และข้อกฎหมายยุบยิบ

ประเด็นที่สอง สิ่งที่ตนกังวลที่สุดคือเรื่องวัคซีน ที่ฉีดให้พี่น้องประชาชนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ผมได้บทเรียนจากสถานการณ์โควิด-19 เราได้นำซิโนฟาร์มมาฉีดให้พี่น้องประชาชน นำนวัตกรรมใหม่ๆมา เป็นจังหวัดเดียวเลยที่สู้มาตลอด แล้วนำร่องมีการตั้งโรงพยาบาลสนาม เมื่อมีการระบาดไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่ปทุมธานีเป็นอันดับหนึ่งในพื้นที่สุขภาพเขตที่ 4 ผมต้องขอบคุณท่านสาธารณสุขจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด จนมีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน ขณะนี้มีการระดมฉีด ซึ่งทางสาธารณสุขคาดว่าจะระบาดอย่างรุนแรงที่สุดในช่วงต้นฤดูฝน จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ผมต้องลาออกก่อน

ส่วนอีกประเด็นเราจะมีงานพระราชพิธี งานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ในการจัดแข่งเรือยาวประเพณีที่เป็นประเพณีของจังหวัดปทุมธานี เราได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 10 พระราชทานถ้วยรางวัลถึง 3 ถ้วย สมเด็จพระราชินีอีก 1 ถ้วย เราจัดมาแล้ว 2 ปี กำหนดไว้วันที่ 5 ธันวาฯ หากผมไม่ออกก่อนในวันที่ 19 ธันวาฯจะครบ มันใกล้เลือกตั้งทันที ผมจะทำอะไรไม่ได้จัดอะไรก็ไม่ได้ งานที่เป็นหน้าตาของปทุมธานีจะเสียหาย ภายในงานไม่ได้มีเพียงแข่งเรือยาวอย่างเดียวแต่จะมีการแสดงสินค้าโอทอป เศรฐกิจจะต้องหลั่งไหลเข้ามา

และประเด็นสุดท้ายเพราะว่าการเลือกตั้ง สว.ที่จะถึงนี้ เนื่องจากตนเป็นประธานสมาพันธ์นายก อบจ.ภาคกลาง 25 จังหวัด การเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้มีกติกายุบยิบ กติกาที่ไม่เคยมีมาก่อน ประชาชนไม่ได้เลือก สว.ไม่ได้มาจากประชาชน สว.จะมาจากการเลือกกันเองของคนบางกลุ่ม มีหลายๆคนที่ประสานมาหาผมเนื่องจากผมมีสายสัมพันธ์กับประธานสมาพันธ์ฯ อีก 3 ภาค เพื่อที่จะให้ผมช่วยเหลือในการล็อบบี้ได้ กฎหมายมันแรงมาก ถึงขนาดตัดสิทธิตลอดชีวิต และมีจำคุก 1 ถึง 10 ปี หากใครที่มีส่วนกับการฮั้ว ผมจึงคิดว่าเราเลือกตั้งนี้ ผมไม่ยุ่ง ผมวางตัวเป็นกลางทางการเมืองจริง ๆ และเมื่อลาออกครั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้มีผล จะเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน ผมก็จะลงอีก หรือหากเป็นคนอื่น เขาก็จะบริหารและใช้เวลาเต็มที่และเริ่มต้นใหม่ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนต่อไปไม่ต้องมากังวลกับอะไร เหล่านี้คือเหตุผลที่ผมลาออก ที่ทำเพื่อประชาชน

“ผมรู้สึกสบายๆอยู่แล้ว เพราะตอนที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ผมก็ไม่เคยคิดที่จะมาเป็นนายก อบจ. เพราะมีน้อง ๆ ผอ.จากหลายโรงเรียน และผู้นำท้องถิ่นรวมถึงประชาชนเป็นจำนวนมาก มาพูดคุย เพื่อต้องการให้ช่วยกันพัฒนาการศึกษา และพัฒนาเมืองปทุมธานีให้รุ่งเรืองเทียบเท่ากับจังหวัดอื่นๆชั้นนำของประเทศ เมื่อเข้ามาแล้วก็มีโครงการที่ต่อเนื่อง ผมจึงไม่เคียดในการที่ลาออก และเลือกตั้งใหม่ใน 60 วัน แต่เราต้องคิดถึงประชาชนเป็นหลักเท่านั้นเอง ผมมองเพียงว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับคืออะไร มันมีมากกว่ามหาศาล กับเวลาอีก 7 ถึง 8 เดือน เราลาออกไม่ได้ยึดติด ผมไม่ได้กังวลอะไร โดยเหตุผลที่สำคัญคือฤดูน้ำหลาก เรื่องโรคระบาด และการแข่งขันเรือประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปทุมธานี” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

ซึ่งทันทีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ประกาศลาออก นายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี หลายสมัยก็ปนะกาศตัวพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในทันที

นายชาญ พวงเพ็ชร์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนไม่ได้รับการเลือกตั้ง นายกอบจ.ปทุมธานีในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตนเองก็ยังคงลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนตามปกติ ทำงานเชิงรุกทุกวัน พบปะชาวบ้าน รับทราบปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่อำเภอต่างๆ ที่ผ่านมาตนเองและทีมงานทำให้ประโยชน์ให้กับชาวปทุมฯ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สาธารณูปโภค การแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในสายตาประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองพร้อมที่จะกลับมารับใช้พี่น้องประชาชนชาวปทุมธานี 

นายชาญ กล่าวอีกว่า ตลอดการทำงานการเมืองท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญกับการศึกษามาโดยตลอด เพราะวัยเด็กขาดโอกาสด้านการศึกษา เมื่อมีโอกาสจึงส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ในทุกระดับ ให้กับเด็กและเยาวชน ส่งเสริมนวัตกรรม เทคโนโลยี องค์ความรู้ใหม่ ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตฐาน เพราะการเรียนรู้คือรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดที่จะใช้พัฒนาและต่อยอดไปสู่อนาคต ซึ่งตนมีความพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดปทุมธานี

ในเรื่องปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมตนเองมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเป็นที่ประจักษ์ในสายตาพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีอยู่แล้ว โดยมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ตรงจุดตามความต้องการของพี่น้องประชาชน

ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆไฟฟ้าสาธารณะให้แสงสว่างยังไม่ทั่วถึง ปัญหาการจราจร ปัญหาการระบายน้ำและน้ำท่วมขัง ปัญหาเหล่านี้ต้องเข้ามาแก้ไข ปทุมธานีเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมมากมายเป็นความภาคภูมิใจของคนปทุมธานีวัฒนธรรมเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างมูลค่าสร้างเศรษฐกิจให้คนปทุมธานีเรามีประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างมากมาย ทุนวัฒนธรรมทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ทั้งยังเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกับทุนประเภทอื่นๆ ถือเป็นหัวใจที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ผ่านมาตนเองส่งเสริมเรื่องนี้มาโดยตลอด

“ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่จะมาถึงภายในไม่เกิน 60 วันนี้ ตนเองมีความพร้อมที่จะลงสมัครรับเลืองตั้งถึงแม้จะพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตนเองยังมุ่งมั่นลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน สนับสนุนงานบุญประเพณีท้องถิ่น และกิจกรรมการกุศล ช่วยเหลือสังคมสม่ำเสมอ ขอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งนี้ของคนปทุมธานีให้ตนเองคัมแบ็กกลับมาเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี มาทำหน้าที่รับใช้พี่น้องชาวปทุมธานี เหมือนที่ผ่านในอดีต” นายชาญ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ ประวัติ นายชาญ พวงเพ็ชร์ เกิด วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2505 เป็นคนจังหวัดปทุมธานี และเป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่นานที่สุดในจังหวัดปทุมธานี รวม 3 สมัย โดยฉายาในหมู่เด็กนักเรียนและเด็กๆว่า ลุงชาญ หรือ ลุงชาญใจดี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน และกำนันตำบลบ้านงิ้ว สำเร็จการศึกษาปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี ลงสนามการเมืองครั้งแรก ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เขตอำเภอสามโคก ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 และได้รับเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีครั้งแรก ปีพ.ศ. 2547 ในสังกัดกลุ่มปทุมรักไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยคะแนน 119,456 คะแนน และในปี พ.ศ. 2563 นายชาญ ลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งเดิมอีกครั้ง แข่งกับ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

โดยคาดว่ากกต.จว.ปทุมธานี จะเปิดรับสมัครนายกอบจ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 13 -17 พ.ค. 67 และจะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 30 มิ.ย.67