วันนี้ (14 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 712/3 หมู่ 3 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย นางบังเอิญ ทุยจันทร์ อายุ 69 ปี เจ้าของบ้านซึ่งเป็นประธานวัฒนธรรมตำบลเมืองเก่า ได้เปิดตู้โชว์ตะคันอายุกว่า 1,000 ปี ให้สื่อมวลชนได้ชมในช่วงโอกาสพิเศษที่มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระหว่างวันที่ 10-14 พ.ย. 59
นางบังเอิญ กล่าวว่า ในช่วงที่มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ตนได้ถือโอกาสคัดวัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชมกันได้ที่บ้าน ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือนนพมาศด้วย นอกจากมีของเก่าให้ชมมากมายแล้ว ยังมีตะเกียง ตะคันโบราณ หลายรูปแบบ หลายยุคสมัย ที่ขุดพบในพื้นที่สุโขทัย
โดยเฉพาะตะคันโบราณจากแหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด (ต้นน้ำแม่ลำพัน) ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ซึ่งมีการขุดค้นพบพร้อมกับลูกปัด เครื่องประดับสมัยทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี มีรูปแบบเป็นถ้วยดินเผา ขึ้นรูปด้วยการใช้มือจีบดินอย่างง่ายๆ เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ ก่อนวิวัฒนาการเป็นตะคันขึ้นรูปทรงถ้วยด้วยแป้นหมุนในยุคสุโขทัย รวมถึงทรงตะเกียงอินเดีย และตะเกียงทรงดอกบัวบาน ของกลุ่มเตาเกาะน้อยศรีสัชนาลัย อายุกว่า 500 ปี ที่มีการขุดพบจำนวนมากขณะบูรณะโบราณสถาน
และยังพบอีกจำนวนมากในลำน้ำแม่ลำพัน ด้านทิศตะวันออกของเมืองเก่าสุโขทัย โดยตะคันบางอันเมื่อแรกขุดพบนั้น ยังมีไส้เป็นเส้นใยเชือกฝ้ายเหลือให้เห็น ส่วนที่ก้นภาชนะก็มีคราบเขม่าเผาไหม้กับเศษน้ำมันยาง และเทียนขี้ผึ้งที่เป็นเชื้อเพลิงให้เห็นด้วย ซึ่งได้รวบรวมเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
ทั้งนี้ การเผาเทียนเล่นไฟของเมืองสุโขทัยนั้น มีถ้อยคำอ้างอิงในหลักศิลาจารึก หลังกรานกฐินในเมืองสุโขทัยนี้ขอเชิญ “...เข้ามาดูท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ” (จารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 22) ถ้อยคำในจารึกตอนนี้แสดงถึงเทศกาลงานบุญใหญ่ และก่อเกิดสร้างคำในประเพณีประจำจังหวัดสุโขทัย เรียกว่า “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ”
โดยทั่วไปทุกคนจะรู้จักประเพณีลอยกระทงอยู่แล้ว แต่การ “เผาเทียน เล่นไฟ” นั้นหมายถึงสิ่งใดกันแน่ แท้จริงแล้วเผาเทียนเล่นไฟเป็นประเพณีในความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ โดยจะมีการนำภาชนะดินเผาใส่ด้วยเส้นด้ายทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกา แล้วนำเทียนโรยด้านบน นำไปจุดให้แสงสว่างในศาสนสถานเพื่อเป็นพุทธบูชา
ตามนิทาน “ธัมม์กาเผือก” ที่เป็นที่มาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัป คือ พระกกุสันโธ-วงศ์ไก่ , พระโกนาคม-วงศ์นาค , พระกัสสโป-วงศ์เต่า , พระโคตโม-วงศ์โค และพระเมตเตยโย-วงศ์ราชสีห์ โดยมารดาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัปคือพญากาเผือก ในตำนานระบุว่า “หากคิดถึงแม่ก็ให้นำเอาด้ายดิบมาฟั่นทำเป็นตีนกา เพื่อจุดเป็นประทีปบูชาคุณมารดา” จึงเป็นที่มาของการนำด้ายมาทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกาในภาชนะดินเผา ที่ในท้องถิ่นสุโขทัยเรียกว่า “ตะคัน” หรือในท้องถิ่นล้านนาเรียกว่า “ผางประทีป”
การจุดตะคันหรือผางประทีปจะจุดได้เฉพาะในพระศาสนาเท่านั้น จึงเป็นของสูงค่า เพราะเทียนหรือขี้ผึ้งเป็นของหายาก การจุดตะคันเผาเทียนเล่นไฟจึงเสมือนการบูชาพระพุทธเจ้าในภัทรกัป วิถีการจุดตะคันหรือผางประทีปจึงเป็นวัฒนธรรมร่วมรากของพระพุทธศาสนาเถรวาท ที่ยังถือปฏิบัติกันในวันเพ็ญเดือน 12 หรือเดือนยี่ของล้านนา ที่ทรงคุณค่ายิ่ง และจะมีการสวดธรรมหลวงหรือเทศน์มหาชาติในวันนี้ แสงจากตะคันจึงทำให้ผู้ฟังธรรมได้อานิสงส์ และผู้จุดถวายตะคันนั้นก็จะได้อานิสงส์มากอีกด้วย
นางบังเอิญ กล่าวว่า ในช่วงที่มีการจัดงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ตนได้ถือโอกาสคัดวัตถุโบราณที่เก็บสะสมไว้ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชมกันได้ที่บ้าน ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เรือนนพมาศด้วย นอกจากมีของเก่าให้ชมมากมายแล้ว ยังมีตะเกียง ตะคันโบราณ หลายรูปแบบ หลายยุคสมัย ที่ขุดพบในพื้นที่สุโขทัย
โดยเฉพาะตะคันโบราณจากแหล่งโบราณคดีบ้านวังหาด (ต้นน้ำแม่ลำพัน) ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ซึ่งมีการขุดค้นพบพร้อมกับลูกปัด เครื่องประดับสมัยทวารวดี อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี มีรูปแบบเป็นถ้วยดินเผา ขึ้นรูปด้วยการใช้มือจีบดินอย่างง่ายๆ เผาด้วยอุณหภูมิต่ำ ก่อนวิวัฒนาการเป็นตะคันขึ้นรูปทรงถ้วยด้วยแป้นหมุนในยุคสุโขทัย รวมถึงทรงตะเกียงอินเดีย และตะเกียงทรงดอกบัวบาน ของกลุ่มเตาเกาะน้อยศรีสัชนาลัย อายุกว่า 500 ปี ที่มีการขุดพบจำนวนมากขณะบูรณะโบราณสถาน
และยังพบอีกจำนวนมากในลำน้ำแม่ลำพัน ด้านทิศตะวันออกของเมืองเก่าสุโขทัย โดยตะคันบางอันเมื่อแรกขุดพบนั้น ยังมีไส้เป็นเส้นใยเชือกฝ้ายเหลือให้เห็น ส่วนที่ก้นภาชนะก็มีคราบเขม่าเผาไหม้กับเศษน้ำมันยาง และเทียนขี้ผึ้งที่เป็นเชื้อเพลิงให้เห็นด้วย ซึ่งได้รวบรวมเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
ทั้งนี้ การเผาเทียนเล่นไฟของเมืองสุโขทัยนั้น มีถ้อยคำอ้างอิงในหลักศิลาจารึก หลังกรานกฐินในเมืองสุโขทัยนี้ขอเชิญ “...เข้ามาดูท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ” (จารึกหลักที่ 1 พ่อขุนรามคำแหง ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 22) ถ้อยคำในจารึกตอนนี้แสดงถึงเทศกาลงานบุญใหญ่ และก่อเกิดสร้างคำในประเพณีประจำจังหวัดสุโขทัย เรียกว่า “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ”
โดยทั่วไปทุกคนจะรู้จักประเพณีลอยกระทงอยู่แล้ว แต่การ “เผาเทียน เล่นไฟ” นั้นหมายถึงสิ่งใดกันแน่ แท้จริงแล้วเผาเทียนเล่นไฟเป็นประเพณีในความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ โดยจะมีการนำภาชนะดินเผาใส่ด้วยเส้นด้ายทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกา แล้วนำเทียนโรยด้านบน นำไปจุดให้แสงสว่างในศาสนสถานเพื่อเป็นพุทธบูชา
ตามนิทาน “ธัมม์กาเผือก” ที่เป็นที่มาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัป คือ พระกกุสันโธ-วงศ์ไก่ , พระโกนาคม-วงศ์นาค , พระกัสสโป-วงศ์เต่า , พระโคตโม-วงศ์โค และพระเมตเตยโย-วงศ์ราชสีห์ โดยมารดาของพระพุทธเจ้าในภัทรกัปคือพญากาเผือก ในตำนานระบุว่า “หากคิดถึงแม่ก็ให้นำเอาด้ายดิบมาฟั่นทำเป็นตีนกา เพื่อจุดเป็นประทีปบูชาคุณมารดา” จึงเป็นที่มาของการนำด้ายมาทำเป็นสามแฉกคล้ายตีนกาในภาชนะดินเผา ที่ในท้องถิ่นสุโขทัยเรียกว่า “ตะคัน” หรือในท้องถิ่นล้านนาเรียกว่า “ผางประทีป”
การจุดตะคันหรือผางประทีปจะจุดได้เฉพาะในพระศาสนาเท่านั้น จึงเป็นของสูงค่า เพราะเทียนหรือขี้ผึ้งเป็นของหายาก การจุดตะคันเผาเทียนเล่นไฟจึงเสมือนการบูชาพระพุทธเจ้าในภัทรกัป วิถีการจุดตะคันหรือผางประทีปจึงเป็นวัฒนธรรมร่วมรากของพระพุทธศาสนาเถรวาท ที่ยังถือปฏิบัติกันในวันเพ็ญเดือน 12 หรือเดือนยี่ของล้านนา ที่ทรงคุณค่ายิ่ง และจะมีการสวดธรรมหลวงหรือเทศน์มหาชาติในวันนี้ แสงจากตะคันจึงทำให้ผู้ฟังธรรมได้อานิสงส์ และผู้จุดถวายตะคันนั้นก็จะได้อานิสงส์มากอีกด้วย