ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนอธิการบดี เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ครั้งที่ 18 และการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2567 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โอกาสนี้ H.E. Mr. Hun Saroeun เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย นิสิตเก่าคณะสังคมศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สิงห์เขียว 30 KU 64 ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ วิสัยทัศน์ผู้นำกับการรับมือความเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน (CEO Vision :Embracing Changes for Sustainability) โดยมี ศ.ดร.อัมพร ธำรงลักษณ์ นายกสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย ผศ.นท.หญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณาจารย์ และนิสิต สาขาการปกครองและการบริหารจัดการท้องถิ่น สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สาขาบริหารงานยุติธรรมและความปลอดภัย และสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ร่วมในพิธี
จากนั้นตัวแทนของพรรคการเมือง 6 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย ขึ้นกล่าวอวยพรและทำพิธีปล่อยสิงห์เขียวออกจากถ้ำ ก้าวสู่ปีที่ 51 และการเสวนาทางวิชาการของสิงห์เขียวและพันธมิตร ในหัวข้อ ผ่าทางตันการเรียนการสอนด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ทั้งนี้ การจัดงานได้มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ผู้สนใจได้รับชมอย่างทั่วถึง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร.ดำรงค์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ ที่คณาจารย์และบุคลากรของภาควิชารัฐศาสตร์และ รัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่กอปรด้วยความรู้ความสามารถทางรัฐศาสตร์ ทั้งในด้านการปกครองและบริหารจัดการท้องถิ่น ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ด้านบริหารงานยุติธรรมและความปลอดภัย และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนกระทั่งเกิดเป็นเครือข่ายของ “สิงห์เขียว” อันประกอบด้วยศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันทั้งในระดับปริญญาตรีกว่าห้าพันคน และในระดับปริญญาโทอีกกว่าสามพันคน ที่ต่างก็กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติอยู่ในหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่องค์การระหว่างประเทศ โดยต่างอุทิศตนและการทำงานไปเพื่อคุณประโยชน์แห่งส่วนรวมตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ สมดังปณิธานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มุ่งสร้างคนที่ถึงพร้อมด้วยความรู้ทางวิชาการ จริยธรรม และคุณธรรมควบคู่กัน และรวมถึงการเป็นพลเมืองโลกที่มีจิตสำนึกที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ล่าสุดของมหาวิทยาลัยในทศวรรษปัจจุบัน นั่นคือ การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของศาสตร์แห่งแผ่นดิน




