หมายเหตุ :  “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล  มหาสุข”  อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์รายการ "สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์" ทางช่องยูทูป SiamrathOnline ออกอากาศเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยได้วิเคราะห์อนาคตของพรรคก้าวไกล  หากยังเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย ม.112 จะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง

- มองความเป็นไปทางการเมือง หลังจากวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ผ่านมาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ประเด็น ม.112  หากยุบหรือไม่ยุบพรรคก้าวไกล จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ต้องเริ่มต้นที่พรรคก้าวไกลทำผิดอะไรก่อน เพราะฉะนั้น ประเด็นก็คือว่า ต้องยอมรับความจริง ว่าเกิดขึ้นแล้ว และพฤติการณ์ต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นไปแล้ว กรณียุบพรรคหรือไม่ มองว่าเป็นเรื่องที่สามารถออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสังคมและคนที่มีหน้าที่ต้องไม่กังวลหรือตกใจมากจนเกินเหตุ โดยลืมข้อเท็จจริงที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ปรากฏการณ์ของพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับกรณีม.112 ไม่ใช่ ไม่มีใครเตือน เรื่องนี้เขาเตือนกันตั้งแต่มีการบรรจุเรื่องนี้เข้าเป็นกฎหมายแก้ไข ซึ่งแปลว่ายกเลิก ในสภาผู้ทนราษฎร

ซึ่งประธานสภาฯในตอนนั้น คือคุณสุชาติ ตันเจริญ และนิติกรให้ความคิดเห็นทั้งหมดว่า ร่างแก้ไขฉบับนี้ ขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงบรรจุให้ไม่ได้ และไม่สามารถบรรจุได้ ซึ่งเขาควรจะตั้งสติตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นพรรคก้าวไกล กลับไม่หยุด และเดินหน้าต่อ โดยการนำไปรณรงค์ โดยสรุปแล้ว คือ วันนี้พรรคก้าวไกลต้องหยุด และต้องยอมรับความจริงให้ได้เสียก่อน ไม่ใช่ไปขู่องค์กรต่างๆที่ผูกพันตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งขู่สถาบัน องค์กรต่างๆ หรือประชาชน และนำ 14 ล้านเสียงมาอ้าง

วันนี้ถามว่า พรรคการเมืองต่างๆหรือไม่ที่สมควรจะขู่คุณ และสมควรที่จะร้องเอาผิดม.157 กับกกต. ที่ปล่อยพวกคุณมาตั้งแต่ต้น ทั้งๆที่มีผู้ร้องแล้ว ว่ากรณีม.112 ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องทำความเป็นกลางให้เกิดขึ้น คุณไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ตั้งแต่ต้น    วันนี้สส. 152 คน ของพรรคก้าวไกลไม่มีสิทธิ์เกิดขึ้นในสภาฯ รู้ว่าม.112 ไม่สามารถนำไปหาเสียงได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่สามารถนำไปหาเสียงได้ แต่คุณกลับดันทุรัง

ตนเองเป็นพยานได้ว่าในการออกโทรทัศน์แต่ละช่อง พวกตนไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการยกเลิกหรือแก้ไขม.112 แต่ปรากฏว่าต้องตกเป็นเหยื่อ และอยู่ในเกมของพรรคก้าวไกล รวมถึงพิธีกรทุกช่องก็ตกเป็นเหยื่อและอยู่ในเกมของพรรคก้าวไกล คือการเชิญพรรคการเมืองอื่น ๆ มาตอบคำถามว่า พรรคการเมืองของคุณมีนโยบายเกี่ยวกับม.112 อย่างไร แม้ว่าจะไม่ควรถาม

เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องคืนความเป็นธรรมให้กับพรรคการเมืองอื่น ๆ ซึ่งพรรคการเมืองอื่น ๆ อาจจะไม่ใช่ตัวเลขนี้ และสส. 152 คนของพรรคก้าวไกลอาจจะไม่ใช่ของจริง ถ้ามีความเป็นธรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ส่วนการพรรคก้าวไกลจะเกิดอะไรขึ้นและมานั่งตกใจกัน มากกว่านั้นควรจะโมฆะการเลือกตั้งที่ผ่านมาด้วยซ้ำ และมากกว่านั้นควรจะยุบพรรคหรือดำเนินม.157 กับกกต. เป็นสิ่งที่ตนเองขออนุญาตเรียกร้อง และหากยังไม่มีใครยื่นเอาผิด ม.157 กับกกต. คิดว่าต้องมีคนไปยื่นเพราะกกต.นิ่งเฉยและรับเรื่องนี้ไปแล้วแต่ไม่พิจารณา ไม่ไต่สวนฉุกเฉินและไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น

โดยมีผู้เรียกร้องตั้งแต่มีการเลือกตั้งว่าม.112 เป็นเรื่องขัดกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพรรคก้าวไกลไม่สามารถใช้มาตรานี้เป็นประเด็นหาเสียงได้ แต่ปรากฏว่ากกต.นิ่งเฉย ความยุติธรรมมาช้า เท่ากับความไม่ยุติธรรม ความยุติธรรมมาทีหลัง เท่ากับความไม่ยุติธรรม ความยุติธรรมไม่มาทันเวลา เท่ากับคนอื่นไม่ได้รับความยุติธรรมมาโดยตลอด

สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างกับสิ่งที่สังคมกำลังวิตกกันว่า หากยุบแล้วจะเป็นอย่างไร ยุบแล้วเขาจะโตขึ้นหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่ยังไม่เกิดขึ้น การยุบแล้วโตหรือไม่โต เป็นเพียงคำขู่ประชาชน คำขู่ต่อองค์กรที่ผูกพันกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำวินิจฉัย การเมืองไม่ควรนำมาเกี่ยวข้องกับกรณีนิติกรรมที่เกิดขึ้น พรรคก้าวไกลต้องยอมรับว่าตนเองผิดเสียก่อน ถ้าพรรคก้าวไกลยังแถและยังนำเรื่องหากยุบและจะโตขึ้นหรือมีผลอะไรต่อประเทศชาติ หรือแม้กระทั่งยุบแล้วจะมีคนลงถนนหรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นพฤติการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตมาขู่ แม้ว่าตนเองจะทำผิด เราก็จะติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก อีกทั้ง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชอบอภิปรายเรื่องติดกระดุม 5 เม็ด ซึ่งสิ่งนี้เป็นกระดุมของคุณ

-หมายความว่าพรรคก้าวไกลไม่ฟังคำเตือนเรื่องม.112

สภาฯบอกว่าคุณผิดรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญ คุณก็ควรจะสำนึกในเรื่องตรงนั้น ร่างแก้ไขกฎหมายเดิมนั้นเขานำออกไป และนำกลับเข้ามาใหม่ พยายามดันเข้ามาใหม่ในลักษณที่ไม่แก้ไข เปลี่ยนแปลงร่างฯและใช้ร่างฯเดิม เพราะฉะนั้นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่การร้องไห้ ไม่ใช่การเรียกร้องให้สังคมอะลุ่มอล่วยคุณ

อย่าทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องให้ผู้ใหญ่สปอยล์คุณ คุณถูกสปอยล์โดยสื่อมวลชนกระแสหลักมาโดยตลอด และสื่อมวลชนกระแสหลักก็ตกเป็นเหยื่อและเกมของคุณมาโดยตลอด คุณไม่ใช่คนรุ่นใหม่และใช้ทัศนคติเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเป็นบรรทัดฐานและเป็นลำไส้ใหญ่ในการดำเนินชีวิต ซึ่งไม่ใช่ เพียงแต่คุณต้องเริ่มต้นยอมรับผิดเสียก่อน

-ประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะหรือไม่

คิดว่า ถ้าองค์กรต่าง ๆ ตระหนักในหน้าที่ของตนเองและไม่อยากโดนม.157 องค์กรเหล่านี้ คิดว่าเรื่องนี้เป็นธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์และตนเองหรือไม่ ตนเป็นผู้ที่ขึ้นดีเบตทุกเวทีและต้องตอบคำถามเรื่องม.112 ทั้ง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบายนี้ และพื้นที่สื่อที่เกิดขึ้นในเวทีที่กกต.จัดหรือเวทีที่ช่องต่าง ๆ จัด โดยแต่ละเวทีให้เวลาคนละ 5 นาที ซึ่งไม่ใช่ ดร.มัลลิกา พูด 5 นาที พรรคก้าวไกลพูด 5 นาที แต่ใน 5 นาทีนั้นจะต้องพูดเรื่องม.112 หมายความว่าพรรคก้าวไกลได้ไป 10 นาที การเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นธรรมตั้งแต่ต้น ควรจะโมฆะการเลือกตั้งด้วยซ้ำ

-มองอย่างไรต่อประเด็นยิ่งยุบยิ่งโต คิดว่าเขากลัวเกินเหตุหรือไม่กับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

การจะโตหรือเล็กเกี่ยวอะไรกับการที่พรรคก้าวไกลทำผิดกฎหมาย โดยเรากำลังใช้นิติรัฐ นิติธรรมใช่หรือไม่ แต่เราจะใช้รัฐศาสตร์มาตัดสินเรื่องที่เป็นนิติรัฐ นิติธรรมสมควรแล้วหรือไม่ ใครที่พูดว่ายุบแล้วจะโต หมายความคุณกำลังโฟกัสผิดประเด็น การกลัวว่าจะถูกยุบพรรคหรือยุบแล้วจะโตหรือไม่โต ต้องเริ่มต้นจากทุกพรรคการเมืองทำตามกติกาก่อน นักการเมืองต้องมีจริยธรรมและนักการเมืองต้องไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรงก่อน คุณจะต้องอยู่บนบรรทัดฐานกติกาเดียวกันก่อน

ถ้าตนและพรรคการเมืองอื่น ๆ นักกฎหมายของพรรคการเมืองอื่น ๆ เรียกร้องว่าการกระทำเช่นนี้ ไม่เป็นธรรมกับพวกเขาตั้งแต่ต้น คุณจะทำอย่างไร ทำไมความเป็นธรรมต้องเป็นของพรรคก้าวไกลเท่านั้น ทำไมพรรคการเมืองอื่น ๆ ต้องมีหน้าที่และวุฒิภาวะ แต่ในขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลกลับไม่ต้องมี ในขณะพรรคการเมืองอื่น ๆ ต้องคิดถึงอนาคตประเทศชาติ แต่พรรคก้าวไกลกลับไม่ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศชาติ

-การเลือกตั้งอบจ.และการหมดวาระของสว.มองว่าประเด็นดังกล่าวจะถูกนำมาหาเสียง เรื่องนี้จะทำให้พรรคก้าวไกลกลับมามีกระแสมากกว่าเดิมหรือไม่ ตามที่คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ออกมาปลุกมวลชนให้เลือกพรรคก้าวไกล

คุณกำลังขู่ประชาชน คุณกำลังโอ้อวดและจะเบี่ยงเบนประเด็นที่คุณทำผิดกฎหมาย คุณคิดว่าการทำผิดกฎหมายไม่ต้องทำอะไรต่อเนื่องใช่หรือไม่ คุณคิดว่าการเอาเปรียบประชาชนและเอาเปรียบคนอื่น ๆ ไม่ใช่เพียงแค่เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ๆ แต่คุณเอาเปรียบประชาชนและถ้า ประชาชนรู้ว่า คุณล้มล้างการปกครอง ล้มล้างสถาบันสำคัญของชาติ ประชาชน 14 ล้านเสียง จะเหลือกี่คนเลือกพรรคคุณ

ในขณะเดียวกันคุณอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งนั่นเท่ากับว่าคุณบิดเบือน เพราะคุณไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง การที่คุณไปหาเสียงในอบจ.และอนาคต หรือแม้กระทั่งเอาเรื่องดังกล่าวไปหาเสียงในการเลือกตั้งสส.ในอนาคต ก็หมายความว่าคุณก็ทำผิดกฎหมายต่อไปอีก หากคุณไม่ยอมรับคุณก็จะติดกระดุมผิดเม็ดไปเรื่อย ๆ และคุณจะทำผิดมาตราอื่นไปเรื่อย ๆ คุณกำลังคิดว่าพวกคุณจะได้รับการสปอยล์ ซึ่งไม่ใช่

-ท่าทีจากคุณปิยบุตรหรือหัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า ไม่ได้ห้ามให้มีการแก้ไขม.112 แต่ต้องอยู่ในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำไมถึงตีความไม่ออก คุณสามารถแก้ไขในกระบวนการนิติบัญญัติได้ แต่ต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นที่คุณแก้ ยกเลิก นำออกจากหมวดความมั่นคง สิ่งนี้คือการขัดรัฐธรรมนูญ คนอื่นทั้งประเทศทำไมเขาถึงได้อ่านคำวินิจฉัยของศาลถูก แต่ทำไมสื่อมวลชนและพวกปิยบุตรและธนาธร ไม่สามารถตีความคำวินิจฉัยของศาลแตกฉานได้ ตนเห็นมาหลายช่องแล้ว โดยอ้างคำของคุณปิยบุตร และคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  อ้างวาทกรรมของคนเหล่านี้ต่อไป คำถามคือคุณตีความไม่แตกใช่หรือไม่

คุณสามารถใช้กระบวนการทางนิติบัญญัติในการผลักดันการแก้ไขได้ แต่คุณต้องไปแก้รัฐธรรมนูญมาก่อน คุณต้องแก้รัฐธรรมนูญโดยที่ไม่มีหมวดม.112 อยู่ในรัฐธรรมนูญ คุณลองแก้รัฐธรรมนูญโดยที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องปกปักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่และรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ ที่ยังมีหมวดเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ตั้งแต่มาตรา 1 ไปจนถึงมาตราสุดท้าย โดยจะต้องมีหมวดของความมั่นคงของชาติ คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่หากคุณใช้ร่างที่จะต้องแยก สถาบันกษัตริย์ ออกจากบทความมั่นคง ซึ่งสิ่งนี้ก็ขัดกับรัฐธรรมนูญ หมายความว่า คุณแก้แบบนั้นไม่ได้ และยกเลิกแบบนั้นไม่ได้ ทำไมคุณปิยบุตร ถึงไม่แตกฉานในเรื่องนี้

คุณจะเอาความเอาแต่ใจของคุณตั้งแต่เด็กจนโต มาเป็นบรรทัดฐานในวินิจฉัยได้เอง ทั้งที่คุณไม่ใช่ตุลาการ และ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีไว้ให้คุณดูหมิ่น ศาลวินิจฉัยทุกกระบวนการก็ต้องยอมรับ ทำไมวันที่ 24-25 ตอนศาลวินิจฉัย พวกคุณถึงยอมรับและแสดงความดีใจกันในศาล และทำไมวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา พวกคุณถึงไม่ยอมรับอะไรเลย

- ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ยุติในการผลักดันแก้ไขกฎหมาย ม.112 จะเกิดอะไรขึ้น

กรณีการแก้ไขและยกเลิกม.112 และเขาบอกให้คุณหยุดพูด แต่คุณกลับไม่หยุดพูด เรายังจินตนาการไม่ออกหรือว่า จุดจอดของพวกเขาคือที่ไหน ในขณะเดียวกัน เมื่อตุลาการศาลวินิจฉัยแล้ว คุณยังไม่เชื่อฟัง ไม่น้อมรับ ไม่เคารพ และพยายามเดินนอกกรอบต่อไป คำถามก็คือว่าจุดจอดของคุณ ที่อยู่ในคุก จะอยู่นอกคุกได้อย่างไร ถ้ามีศาลแล้วไม่เคารพ ถ้าตัดสินและยังไม่เชื่อฟัง เขาบอกให้หยุดแต่ยังไม่ยอมหยุด อะไรจะเป็นที่สิ้นสุดถ้าไม่ใช่คุก

ตนมีความรู้สึกสงสัยในองค์กรต่าง ๆ หรือนักวิชาการ รวมทั้งสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อยว่า ทำไมเราต้องไม่สิ้นสงสัยในประเด็นที่ศาลวินิจฉัย โดยไม่จำเป็นต้องถามดร.มัลลิกา หรือคนที่เห็นต่างจากปิยบุตรด้วยซ้ำ แต่สื่อมวลชนสามารถตั้งคำถามกับปิยบุตรหรือพรรคก้าวไกลได้เลยว่า 1.คุณอ่านคำวินิจฉัยของศาลหรือไม่ 2.คุณบิดเบือนคำวินิจฉัยของศาลไปถึงไหน 3.เขาบอกให้หยุดแต่คุณกลับไม่หยุดแปลว่า คุณจะเดินหน้า เพื่อยอมรับชะตากรรม แม้ว่าต้องเข้าเรือนจำใช่หรือไม่ ซึ่งจะต้องถามคำถามเหล่านี้ แต่ทำไมต้องคิดว่าคนอื่นต้องอะลุ่มอล่วยคุณ และขณะเดียวกันทำไมคุณคิดว่าตนเองจะถูกต้องที่สุด

ที่สำคัญที่สุดคือ พฤติการณ์ที่ศาลวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของคุณสืบต่อเนื่องกัน ทั้งพฤติการณ์ผลักดันแก้ไขในสภาฯซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ พฤติการณ์ที่นำไปปราศรัยหาเสียงและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่คุณใช้งานอยู่ในสังคม โดยพฤติการณ์ดังกล่าว สอดคล้องกันทั้งหมด เราดูพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งไม่ได้ คำวินิจฉัยของศาล ซึ่งวินิจฉัยโดยการนำพฤติการณ์ทั้งหมดมาสอดรับกัน ซึ่งหมายความว่าล้มล้างการปกครอง และเราต้องยอมรับคนที่มีเจตนาล้มล้างการปกครองอยู่อีกหรือไม่

เพราะฉะนั้นการที่คุณบอกว่า "เช่นนั้นแล้ว กรณีนิติบัญญัติ จะทำอย่างไร" คุณเป็นสส.ใช่หรือไม่ และจะมีการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นคุณต้องไปดันผ่านรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ถ้าคุณไม่ดันผ่านรัฐธรรมนูญคุณมีเจตนาจะหักดิบรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในเวลานี้ได้อย่างไร ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเมื่อถึงขั้นตอนของการดันแก้รัฐธรรมนูญหรือดันเรื่องนี้เข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนจะยอมอีกหรือสส.คนอื่น ๆ จะยอมกับคุณหรือสภาฯร่างจะร่างตามใจคุณ นิติบัญญัติมีเวทีให้คุณเล่น

เดี๋ยวคุณภูมิธรรม เวชยชัย กำลังหาสภาร่างอยู่ กำลังดันเรื่องงบอยู่ ถ้าคุณยังไม่หยุดก็ควรไปตามครรลอง แต่ในขณะเดียวกันประชาชนคนอื่นก็ไปตามครรลองเช่นเดียวกัน คุณไปดันรัฐธรรมนูญ ตนและสมาชิกคนอื่นก็ไปห้ามรัฐธรรมนูญ มีปัญหาอะไรหรือไม่