ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล

ถ้าให้นึกถึงคนดนตรีที่มาจากอินเดีย / หรือมีเชื้อสายอินเดียที่ประสบความสำเร็จสูงในวงการเพลง มีอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น นอราห์ โจนส์ เป็นอีกคนหนึ่งมีสายเลือดอินเดียจากผู้พ่อที่เป็นนักซีตาร์ระดับโลก รวี ชังการ์, เฟร็ดดี เมอร์คิวรี คนนี้เป็นลูกครึ่งปาร์ซี-อินเดีย แต่ตอนหลังเปลี่ยนสัญชาติเป็นอังกฤษหลังจากย้ายไปใช้ชีวิตที่นั่นทั้งครอบครัว รวมทั้ง นิคกี มินาจ, ชาร์ลี เอ็กซ์ซีเอ็กซ์, นาโอมิ สก็อตต์ สามสาวที่เลือดอินเดียอยู่ในตัว, ท์จินเดอร์ ซิงก์ แห่ง คอร์เนอร์ช็อป วงอินดี-ร็อกจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จช่วงทศวรรษ 1990 และ เอ.อาร์. ราห์มัน ผู้ประพันธ์ดนตรี/ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่กวาดรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งออสการ์, บาฟตา, ลูกโลกทองคำ และ แกรมมี่ (จาก Slumdog Millionaire) ฯลฯ

ล่าสุด ดรูฟ ชาร์มัน เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงคนล่าสุดที่มีเชื้อสายอินเดีย และมีเพลง “Double Take” ที่อยู่ในอีพี ชุดแรกของเขาที่มีชื่อว่า Rapunzel (2020) รวมกับเพลงอื่นๆที่เขาเคยปล่อยออกมาให้ฟังกัน และกลายมาเป็นไวรัลในโลกออนไลน์เมื่อคนฟังนำเพลงนี้ไปใช้กว้างขวางบนแพลตฟอร์ม TikTok ในปีถัดมา มียอดสตรีมใน Spotify มากกว่า 190 ล้านครั้ง และติดอันดับใน Billboard’s Global Excl. US Chart

ดรูฟ เกิดที่อินเดีย โยกย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่สิงคโปร์ตอนอายุสองขวบ จากนั้นอีก 16 ปี ก็บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนด้านสถิติและข้อมูลที่มหาวิทยาลัยเยล รัฐคอนเนกติคัต ที่ที่เขาเริ่มโจนเข้าสู่โลกดนตรี เริ่มแต่งเพลงกับเปียโนแล้วอัปโหลดเดโมบทเพลงเหล่านั้นบนแพลทฟอร์มออนไลน์ในปี 2017 จากนั้นก็ค่อยๆเรียนรู้เครื่องดนตรีอื่นๆอย่างกีตาร์อะคูสติก, แอคคอร์เดียน และคีย์บอร์ด เขาทำเพลงและทยอยปล่อยออกมาให้ฟังกันในฐานะศิลปินอิสระ สร้างฐานแฟนเพลงเป็นกลุ่มก้อนทีละน้อย ใช้เวลาไม่นาน ความนิยมที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เขาได้เซ็นสัญญากับ อาร์ซีเอ และได้ออกอีพี ชุดแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในแถบอาเซียนบ้านเรา

เพลงของ ดรูฟ เป็นเบดรูม-ป๊อปไพเราะ มีสีสันของอาร์แอนด์บีชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายจางๆของรากเหง้าตัวเองอย่างดนตรีภารตะที่ซึมซับมาตั้งแต่เล็กๆจากครอบครัว ตั้งแต่เพลงจากหนังบอลลีวูดจนถึงเพลงป๊อปร่วมสมัยที่เปิดฟังจากวิทยุ และมี แฟรงค์ โอเชียน เป็นไอดอล...อย่างที่ได้ยินในอีพี ชุดแรก และเพลงใหม่ “Tragedy” ที่เพิ่งปล่อยออกมาให้ฟังกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเพลงนี้ถือเป็นเพลงนำร่องงานชุดใหม่ที่จะตามมา

ดรูฟ บอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้มที่เขาทำเสร็จสมบูรณ์ และมันก็เป็นเหมือนพิมพ์เขียวสำหรับงานเพลงที่เขาอยากทำในอนาคต แม้ว่าชื่อเพลงจะหมายความว่าโศกนาฏกรรม เล่าถึงความรู้สึกหม่นหมองหลังจากล้มเหลวในการขอคืนดีกับคนรักเก่า แต่อารมณ์เพลงนี้ก็ไม่ได้โศกเศร้าขนาดนั้น ด้วยดนตรีอาร์แอนด์บี/โซลแน่นๆกับจังหวะจะโคนคึกคักหนักแน่น เมโลดี้ติดหู และเนื้อเพลงที่ “ออกไปทางเสียดสีมากกว่าหดหูหรือเศร้าหม่น”

ซึ่งเขาบอกว่า “ภูมิใจจริงๆที่สามารถแปรเปลี่ยนประสบการณ์แย่ๆให้กลายเป็นบางสิ่งที่ขบขันได้”
 

 

ขอบคุณภาพจาก โซนี มิวสิค ไทยแลนด์