จากกรณี ด.ช.ณฤทธร วัย 1 ขวบ 6 เดือน วัย 1 ขวบ 6 เดือน  ที่เสียชีวิตแบบกะทันหัน ทั้งที่เป็นเด็กร่าเริง แข็งแรง โดยทางพ่อและแม่ ติดใจการเสียสียชีวิตของลูกชาย  ว่าอาจเกิดจากการแพ้วัคซีนตามรอบอายุ ป้องกันโรคคอตีบ ,บาดทะยัก และไอกรน ที่พาเข้ารับการฉีดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เวลา 11.30 น. และเมื่อกลับบ้าน ตกเย็นเสียชีวิต ร้องขอความเป็นธรรม ขอให้มีการส่งร่างชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง โดยทาง นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน ได้ประสานกับทางโรงพยาบาลน่าน และสาธารณสุขจังหวัดน่าน และสถานีตำรวจภูธรท่าวังผา เพื่อส่งร่างไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ  ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 


ล่าสุดวันนี้ 20 มกราคม 2567 ร่างของน้อง ใต้หล้า ด.ช.ณฤทธร วัย 1 ขวบ 6 เดือน ได้ส่งกลับจังหวัดน่านเป็นที่เรียบร้อย หลังทางเจ้าหน้าที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ทำการผ่าเก็บชิ้นส่วนสำคัญเพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิต โดยทางพ่อแม่และญาติ ได้ขอรับศพกลับบ้านเพื่อทำพิธีศาสนาบำเพ็ญกุศลศพ ที่บ้านเลขที่ 247 บ้านนาหนุน 1 หมู่ 1 ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพ่อ แม่ และญาติพี่น้อง ที่ช่วยกันเตรียมสถานที่ และพิธีทางศาสนาในคืนนี้ ซึ่งจะมีการสวดอภิธรรมเป็นคืนแรก 


นางสาวนิโลบล อายุ 33 ปี ผู้เป็นแม่ บอกว่า ค่อนข้างมั่นใจในการกระบวนการชันสูตรศพของทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ  จึงตัดสินใจขอรับร่างลูกชายกลับ เพื่อมาพิธีทางศาสนา ทั้งนี้ผลชันสูตรจะทราบภายใน 45 วัน ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็คงต้องรอ และว่ากันอีกทีจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนทางด้านพยาบาลวิชาชีพ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่เป็นผู้ฉีดวัคซีนให้กับลูกชายนั้น ก็ได้เข้ามาพบ มาแสดงความเสียใจ ซึ่งตนและครอบครัวก็เข้าใจดีว่า เรื่องแบบนี้ก็ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ลูกชายของตนเองตายไปทั้งคน ก็คงต้องว่ากันไปตามผลการชันสูตร ตอนนี้ทุกคนก็ยังเสียใจต่อการจากไปของน้องใต้หล้า ที่เป็นเด็กร่างเริง คอยสร้างความสุขให้คนในครอบครัว

 อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ นายก อบจ.น่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาดูแล และประสานในส่วนต่างๆ ซึ่งทำให้ทางครอบครัวสบายใจขึ้น และมั่นใจมากขึ้น ว่าการเสียชีวิตของลูกชายจะได้รับความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้ก็อยากฝากให้กรณีการเสียชีวิตของลูกชาย เป็นกรณีตัวอย่าง และจะไม่เกิดกับเด็กๆคนอื่น