สำหรับการทำธุรกิจออนไลน์ กระบวนการ SEO (Search Engine Optimisation) ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดสำคัญที่สามารถมอบผลลัพธ์ให้ธุรกิจเติบโตได้จริงเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ ทำให้ผู้ประกอบการมากมายต่างกันมาจ้างเอเจนซีที่ให้บริการ SEO กันมากขึ้น ส่งผลให้เอเจนซีรับทำ SEO ผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกมากมายไม่แพ้กันด้วย
เมื่อเป็นดังนี้ ผู้ประกอบการหลายคนก็อาจสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเลือกเอเจนซีที่ให้บริการ SEO แบบไหน ถึงจะคุ้มค่าและเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด วันนี้เราเลยเตรียมเช็กลิสต์ที่ควรรู้ก่อนจ้างเอเจนซีรับทำ SEO มาฝากผู้ประกอบการทุกคนแล้ว!
เอเจนซีที่ให้บริการ SEO สำคัญอย่างไร?
แน่นอนว่าการทำ SEO มีข้อดีมากมาย อย่างไรก็ดี การทำ SEO ด้วยตนเองก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งในแง่ของทีมงานที่อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO โดยตรง ระยะเวลาการทำ SEO ที่จำกัด ไปจนถึงการไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้ การจ้างเอเจนซีที่ให้บริการ SEO จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากแผนการทำ SEO จะดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่มีประสบการณ์ทำงานด้าน SEO กับลูกค้ามาหลายเจ้า เอเจนซีบางแห่งยังการันตีผลลัพธ์ ช่วยให้มั่นใจได้ด้วยว่าหากเสียเงินจ่ายค่าแพ็กเกจไปแล้ว ธุรกิจของเราจะได้รับผลลัพธ์จริงตามที่สัญญาด้วย
จ้างเอเจนซีที่ให้บริการ SEO ต้องดูอะไรบ้าง?
1.ความเชี่ยวชาญด้าน SEO โดยตรง
เอเจนซีการตลาดเกิดขึ้นมากมายทั่วทุกหัวมุมถนน แต่ไม่ใช่ทุกแห่งจะเชี่ยวชาญด้านการทำ SEO โดยเฉพาะ ดังนั้น หลักเกณฑ์พิจารณาข้อแรก จึงควรเลือกเอเจนซีที่ให้บริการด้าน SEO โดยเฉพาะ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ตัวจริง และที่สำคัญควรมีรางวัลการันตีจากเวทีที่น่าเชื่อถืออย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วยบอกความเชี่ยวชาญของเอเจนซีนั้น ๆ ได้
2.งบประมาณเหมาะสมกับแพ็กเก็จ
ยิ่งเอเจนซีที่ให้บริการ SEO มีประสบการณ์มากเท่าไร งบประมาณสำหรับแพ็กเกจ SEO ก็ยิ่งสูงเท่านั้น ดังนั้น ก่อนเลือกเอเจนซีแนะนำให้สำรวจงบทำการตลาดว่าสอดคล้องกับเอเจนซีเจ้าไหน เพื่อที่จะได้เลือกได้เหมาะสมและงบประมาณไม่บานปลายมากที่สุด
3.ระยะเวลาดำเนินการสมเหตุสมผล
นอกจากงบประมาณที่ต้องพิจารณา ระยะเวลาการทำสัญญาก็ควรต้องพิจารณาด้วย โดยทั่วไปการทำสัญญากับเอเจนซีจะมีตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยผู้ประกอบการควรตั้งเป้าหมายก่อนว่าต้องการให้แผนการตลาดมีไทม์ไลน์ดำเนินการอย่างไร การทำ SEO ควรจะให้ผลลัพธ์ภายในระยะเวลาแค่ไหน เพื่อที่จะได้เลือกจ้างเอเจนซีและทำสัญญาในช่วงเวลาที่ตรงตามแผนได้
4.น่าเชื่อถือเมื่อเทียบกับเอเจนซีที่ให้บริการ SEOในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรนำมาใช้พิจารณาด้วย! โดยอาจประเมินได้ทั้งจากผลงานที่ผ่านมา รายชื่อลูกค้าทั้งในอดีตและปัจจุบัน พาร์ตเนอร์ที่ร่วมงานกับเอเจนซีโดยตรง รวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ อาทิ จำนวนพนักงาน ประวัติการก่อตั้งและผู้บริหาร รวมไปถึงวิสัยทัศน์ขององค์กร ก็จะช่วยให้พิจารณาได้ง่ายขึ้น
5.เว็บไซต์ของเอเจนซีต้องติดหน้าแรก Search Engine
โดยทั่วไป เอเจนซีต่าง ๆ มักใช้คำโฆษณาว่าสามารถทำให้เว็บไซต์ลูกค้าติดอันดับในหน้า Search Engine ดังนั้น หากเอเจนซีไม่สามารถทำให้เว็บไซต์ตนเองติดอันดับในหน้าแรกตามคำค้นหาที่เกี่ยวข้องได้ ก็เป็นตัวชี้วัดได้ว่าเอเจนซีนั้น ๆ อาจไม่มีคุณภาพมากพอที่จะมอบผลลัพธ์ให้ลูกค้าได้จริงตามคำโฆษณา
การลงทุนจ้างเอเจนซีที่ให้บริการ SEO ไม่ได้ใช้เงินจำนวนน้อย ๆ ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการที่จะลงทุน ก็ควรจะพิจารณาทุกองค์ประกอบอย่างถี่ถ้วน และเลือกสรรองค์กรที่น่าเชื่อถือว่าจะมอบผลลัพธ์ได้จริง ก็จะช่วยให้สามารถเลือกเอเจนซีได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น