วันที่ 14ธ.ค.2566 เมื่อเวลา10.35น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ชี้แจงแนวทางทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 120 วรรคหนึ่งกำหนดหลักการเบื้องต้นว่าการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม เว้นแต่กรณีการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจะกำหนดข้อบังคับการประชุมเป็นอย่างอื่นได้  ซึ่งของกระทู้ได้มีการกำหนดไว้ใช้จำนวน 1 ใน 5  และในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 25 วรรคสองกำหนดว่าเมื่อมีสมาชิกเข้ามาลงชื่อประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯจึงจะเป็นองค์ประชุม 

รองประธานสภาฯ คนที่ 1 กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับองค์ประชุมและการลงมติในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติสรุปได้ว่าองค์ประชุมมิได้มีความหมายแต่เพียงว่าเมื่อมีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบเพื่อเปิดการประชุมแล้วหลังจากนั้นสมาชิกจะอยู่ร่วมประชุมหรือไม่ก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในที่ประชุมอีกต่อไปหากเป็นเช่นนั้นผลจะเป็นว่าหลังเปิดประชุมแม้จะมีสมาชิกอยู่ประชุมไม่กี่คนก็อาจ ลงมติและมีเสียงข้างมากได้ซึ่งไม่ใช่เจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ

"เพราะฉะนั้นขอสรุปเป็นแนวทางในการตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อการลงมติว่าในทุกกระบวนการทั้งการตรวจสอบประชุมก่อนลงมติ และขั้นตอนการลงมติจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงจะถือเป็นองค์ประชุมที่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและแนวทางการปฏิบัติ ของสภาชุดที่ 26”  นายปดิพัทธ์ กล่าว
 
นายปดิพัทธ์ กล่าวด้วยว่า จะแจ้งแนวทางปฏิบัติไปยังวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลได้ เพื่อจะได้มีความชัดเจนเรื่องขององค์ประชุมตลอดสมัยประชุม