จากกรณีที่ปรากฎข่าวทางสื่อโซเซียล บิดเบือนข้อมูลให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า การดูแลรักษาพยาบาลผู้ต้องขัง ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไม่มีแม้แต่ยาพารา ผ้าก็อซ หรือสำลี เรือนจำขาดแคลนยา และการรักษาพยาบาลพื้นฐาน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 27 พ.ย.66 ที่กรมราชทัณฑ์ ด้วยกรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจาก เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า
1. ด้านบุคลากรทางการแพทย์ ปัจจุบันการดูแลรักษาพยาบาลผู้ต้องขังในเรือนจำเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของเรือนจำ ซึ่งภายในสถานพยาบาลของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีพยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเฉพาะทาง นักจิตวิทยา เภสัชกร อีกทั้งยังได้ฝึกอบรมผู้ช่วยงานอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) จำนวนรวม 119 คน อัตราส่วน อสรจ. 1คน ต่อผู้ต้องขัง 33 คน (มาตรฐาน 1 : 50) ซึ่งอยู่ประจำทุกแดน
2. การดูแลรักษาผู้ป่วยในเรือนจำ พยาบาลวิชาชีพประจำแดน จะเข้าตรวจรักษาทุกวัน หากพบอาการป่วยเบื้องต้นจะรักษาและจ่ายยาในแดน กรณีที่จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม จะเบิกตัวส่งมาตรวจที่สถานพยาบาล แดน 7 เพื่อทำการประเมินอาการจากพยาบาลเวร และเมื่อพบว่า อาการป่วยเกินศักยภาพในการรักษาของสถานพยาบาล จะส่งต่อไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ
3. กรณีอาการป่วยเกินขีดความสามารถของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จะรักษาได้ จะดำเนินการส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกที่มีศักยภาพมากกว่า นอกจากนั้น เรือนจำฯ จะมีแพทย์จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เข้าตรวจรักษาเป็นประจำ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชกรรมทั่วไป แพทย์จิตเวช และแพทย์ทันตกรรม นอกจากนี้สถานพยาบาลเรือนจำมีระบบ Telemedicine ปรึกษากับแพทย์โรงพยาบาลแม่ข่ายอีกด้วย
สำหรับ ประเด็นเรื่องการจ่ายยาสามัญประจำบ้าน จะจ่ายให้รับประทานเท่าที่จำเป็น ไม่อนุญาตให้เก็บไว้ส่วนตัว ในปริมาณมาก เพื่อป้องกันการทานยาเกินขนาด หรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนการจ่ายสำสี และผ้าก็อซปิดแผล จะแนะนำให้มาล้างแผลที่สถานพยาบาล เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ส่วนการจ่ายยาควบคุม เช่น ยาจิตเวชที่มีอาการมีนเมา หรือง่วงซึมจะให้รับประทานต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม และกรณีที่มียารับประทานประจำที่รักษาจากโรงพยาบาลเดิม สามารถนำมาฝากไว้กับเภสัชกรเรือนจำเพื่อตรวจและจ่ายให้ผู้ต้องขังด้วย
ดังนั้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขอยืนยันว่า ยังคงมียาและเวชภัณฑ์ อย่างเพียงพอโดยได้รับการสนับสนุนจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ อีกทั้งยังมีระบบการส่งต่อผู้ป่วย เป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันไม่มีสถานการณ์โรคระบาดใดๆ ภายในเรือนจำ