วันที่ 28 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้าน กุดยาง ม.2 ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังทราบว่า ที่บ้านหลังนี้มีชื่อนายวัชระ หรือ ตี๋ อายุ 32 ปี แรงงานไทยในประเทศอิสราเอลที่ติดต่อไม่ได้มาแล้วเกือบ 22 วัน หลังจากเกิดเหตุกลุ่มฮามาสบุกเข้าไปในแคมป์คนงานในคิบบิตซ์ niroz ติดกับฉนวนกาซ่าทำให้มีแรงงานไทยถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ บางส่วนถูกจับเป็นตัวประกัน หัวอกคนเป็นพ่อแม่และญาติๆ ได้แต่รอความหวังปาฏิหาริย์มีจริงได้ข่าวลูกชายมาบ้าง ล่าสุดพ่อแม่และญาติ พอยิ้มได้หายใจได้ทั่วท้อง เมื่อรู้ข่าวลูกชายคือนายวัชระ ศรีอ้วน หรือ ตี๋ มีชื่ออยู่ในตัวประกันใน 19 ราย โดยพ่อและแม่บอกว่า ตอนนี้พอยิ้มได้ รอความหวังขอให้มีปาฏิหาริย์ลูกชายและเพื่อนตัวประกันได้ถูกปล่อยตัวออกมา
โดย นางวิวแวว อายุ 53 ปีแม่นายตี๋ บอกว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วทางพ่อแม่และญาติๆ ได้ไปที่โบสถ์คริสต์ในหมู่บ้าน เพื่อหารือการจัดงานศพลูกชาย เพราะเริ่มหมดความหวังนานแล้วที่ติดต่อลูกชายไม่ได้ และเพื่อนๆ ในแคมป์คนงานที่รอดชีวิตก็บอกว่า ให้ทำใจ นายตี๋น่าจะเสียชีวิต ต่อมามีน้าสาวของนายตี๋โทรมาบอกว่า นายตี๋มีชื่ออยู่ในตัวประกัน คนทุกคนที่โบสถ์คริสต์ก็ตกใจ เพราะตอนนั้นกำลังหารือว่าหากศพมาจะเอาไว้ที่บ้านหรือโบสถ์ดี น้องสาวแม่ก็ถามกลับไปว่า จริงมั๊ย เช็คดูดีๆ เป็นทางการไหม แต่เมื่อเห็นรายชื่อนายตี๋ถูกจับเป็นตัวประกัน บอกได้ตรงๆ ทุกคนในโบสถ์ร้องไห้ดีใจที่เห็นมีรายชื่อนายตี๋เป็นตัวประกัน แม่ก็ยังมีหวัง มีโอกาสรอด รอให้ปาฏิหาริย์ให้กลุ่มฮามาส ปล่อยตัวนายตี๋และเพื่อนๆคนไทยออกมาหาพ่อและแม่ที่อยู่ทางประเทศไทยทางนี้ ตอนนี้แม่ก็พอยิ้มได้ สบายใจขึ้น หายใจได้ทั่วท้อง หลังจากที่ผ่านมา บอกตรงๆ หัวอกพ่อและแม่ห่วงลูกชายมาก
ส่วนนายต่อม พ่อนายตี๋ บอกว่า ที่ผ่านมาผมและภรรยาเบลอไปเลยแต่ละวัน นอนในห้องก็ยังนอนคนละที่เพราะคิดถึงลูกชาย ไปทำงานให้หายคิดถึงก็ทำไม่ได้ แถมเพื่อนบ้านเรียกเราก็ไม่ได้ยินเพราะสมองเบลอไปหมด แต่พอรู้ข่าวว่าลูกชายยังไม่ตายมีชื่อเป็นตัวประกัน พ่อก็ร้องไห้ ที่ร้องไห้เพราะดีใจ สบายใจมาระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็มีความหวังตอนนี้หวังให้ลูกชายถูกปล่อยตัวออกมา ขอพระเจ้าคุ้มครอง ลูกชายคนนี้เป็นคนเลี้ยงยาก เขาเกิดมาแทบไม่ได้เกิด ลูกชายสองคนแรกของตนเองก็เสียชีวิตตอนภรรยาตั้งท้องได้ 7 เดือนจนได้มีนายตี๋ เขาเกิดมาเหมือนปาฏิหาริย์ ก็หวังให้เขารอดแบบปาฏิหาริย์กลับมาหาพ่อและแม่ด้วยเถิด

