วันที่ 22 ต.ค.2566 นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่การประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้าจะมีการวาระพิจารณาญัตติของพรรคก้าวไกล ที่เสนอโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลและคณะ ให้สภาฯเห็นชอบและแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เป็นญัตติที่เสนอเข้าสู่สภาฯ ไว้ตั้งแต่แรก และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ส่วนทิศทางของวิปรัฐบาลจะหารือกันในวันที่ 24 ต.ค. เวลา 09.00 น. ส่วนรายละเอียดขอฟังจากพรรคก้าวไกลว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตามขั้นตอนเมื่อผ่านสภาฯ แล้วต้องส่งให้ วุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบด้วย ก่อนจะส่งไปยัง ครม. ให้พิจารณา โดยส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐสภากดดันการทำงานของรัฐบาล ที่ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการทำประชามติ เพื่อแกก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพราะขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการแล้ว อีกทั้งในกระบวนการของสภาฯ จะใช้เวลานาน เพราะต้องผ่านวุฒิสภาด้วย หากวุฒิสภาไม่เห็นด้วยเรื่องจะไม่ถูกส่งไปรัฐบาล
เมื่อถามว่าในญัตติดังกล่าวจะโหวตสนับสนุนให้พรรคก้าวไกลหรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวพรรคก้าวไกลต้องส่งให้ ครม. พิจารณาดำเนินการตั้งแต่ต้น แต่ขณะนี้ครม.ทำแล้ว ดังนั้นจะซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความเป็นจริง แต่การเสนอญัตติดังกล่าวถือเป็นสิทธิและต้องพิจารณาตามเหตุและผล
เมื่อถามว่าความเห็นส่วนตัวมองประเด็นดังกล่าวอย่างไร นายอดิศร กล่าวว่า เรื่องประชามติแก้รัฐธรรมนูญต้องเดินหน้า แต่ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินไปตามงานที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งรัฐบาลคิดเหมือนกันแต่การเดินทางไม่เหมือนกัน ส่วนตัวสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล รัฐบาลเริ่มต้นทำแล้ว เพื่อนำไปสู่การทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญให้ได้
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลต้องการคำถามประชามติที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ห้ามแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตรา จะพิจารณาอย่างไร นายอดิศร กล่าวว่า “คำถามนั้นต้องคุยกัน ไม่มีอะไรที่ขัดกัน ส่วนที่ก้าวไกลต้องการให้แก้ทุกมาตราได้รวมถึงหมวดหนึ่ง หมวดสองนั้นต้องคุยในสภาฯ ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลไม่สำเร็จมาแล้ว ดังนั้นหากทำต้องแก้ให้เป็น"