"ก้าวไกล" รับหนังสือ "กลุ่มทำทาง" ประเด็นปัญหาการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์-จำนวนสถานพยาบาลไม่ครอบคลุม และการบังคับใช้กฏหมาย
พรรคก้าวไกล โดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ ผู้แทนราษฏร บัญชีรายชื่อ ,นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ,พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ,นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ , นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ และนายธัญธร ธนินวัฒนาธร ผู้แทนราษฏรเขต ได้รับหนังสือข้อร้องเรียนจาก กลุ่ม “ทำทาง” ภาคประชาชน ที่ขับเคลื่อนประเด็นยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย นำโดยนางสาวสุไลพร ชลวิไล ,นางสาวสุพีชา เบาทิพย์ ,นางสาวชนฐิตาไกรศรีกุล ,นางสาวสุดารัตน์ บุญประเสริฐ ,นางสาวกรกนก คำตา และนายศิริศักดิ์ ไชยเทศ
ซึ่งการแก้ไขเพิ่มประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305 เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์ และเงื่อนไขจาก 12 - 20 สัปดาห์ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา ที่กฏหมายผ่านเมื่อสภาชุดที่แล้ว เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ปี 64 แต่วันนี้ยังเป็นปัญหาในการบังคับใช้กฏหมาย และกระบวนการ
นายธัญวัจน์ กล่าวว่าปัญหาการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ คือการปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายและไม่ส่งต่อสถานพยาบาล ,การกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เอื้อให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการได้ ,การขาดระบบกำกับและควบคุมมาตรฐานเรื่องการส่งต่อผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย และจำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ยังไม่ครอบคลุม มีเพียง 47 จังหวัดที่ลงทะเบียนจำนวน 110 สถาพยาบาล แต่ที่ให้บริการจริงครอบคลุมเพียง 38 จังหวัดเท่านั้น
"ส่วนสำคัญ คือการประชาสัมพันธ์สิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ไม่มีความชัดเจน ไม่สื่อสารเป้าหมายสำคัญคือ “ยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัย” การสื่อสาร “ยุติการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์” มิได้พาให้ผู้หญิงที่มีปัญหาเข้าสู่การแพทย์ที่ปลอดภัย แต่เป็นการสื่อสารของคนอีกกลุ่มที่สับสนและตัดสินใจไปทำแท้งเถื่อน การสื่อสารภายนอกต้องชัดเจนและตรงเป้า ส่วนกระบวนการยุติการตั้งครรภ์ได้เลย หรือจะส่งต่อเป็นเรื่องภายใน เพราะหากพิจารณาตามกฏหมายแล้ว การยุติการตั้งครรภ์สามารถกระทำได้ทุกช่วงอายุครรภ์"นายธัญวัจน์กล่าว
นางสาวกัลยพัชร กล่าวว่าเนื่องด้วยปัญหาในปัจจุบัน หลังจากการทำแท้งถูกกฎหมาย ได้ผ่านกฎหมายออกมาบังคับใช้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติจริง ยังมีปัญหาที่แพทย์หลายคนยังไม่สบายใจที่จะทำแท้งให้ เนื่องจากเหตุผล ทั้งทางด้านศีลธรรมและอื่นๆ ซึ่งก็เป็นสิทธิของแพทย์เช่นกัน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดการให้ผู้ประสงค์จะทำแท้งถูกกฎหมายกับแพทย์ที่สมัครใจจะทำแท้งได้พบเจอกัน จะดีกว่าการปฏิเสธการทำแท้งให้ แล้วผู้หญิงเหล่านั้น ต้องไปพึ่งบริการทำแท้งเถื่อน ซึ่งมีความเสี่ยงมากมาย ทั้งการติดเชื้อ หรือมดลูกทะลุ โดยหากแพทย์ไม่สมัครใจที่จะทำด้วยตนเอง ก็ควรสามารถส่งต่อหรือ refer คนไข้ต่อได้