วันที่ 18 ก.ย.2566 เวลา 09.40น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการฮั้วประมูลในพื้นที่เชื่อมโยงนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ตามนโยบายปราปบรามผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศว่า จะนำไปสู่การขยายผล ขณะนี้ก็ตรวจสอบหมดทั้งรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ตรงไหนมีการเข้าข่ายฮั้วประมูล กีดกัน วางสเป็ค ใครเสนอราคามาแล้วไปเตะเขาออกแล้วไปให้คนที่สูงกว่า ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน โดยตนจะดูแลเรื่องนี้เอง ส่วนจะวางกรอบระยะเวลาเท่าไหร่นั้น ขณะนี้เราได้เริ่มดำเนินการแล้ว ขึ้นอยู่กับข้อมูล ในทางราชการเสียอย่างหนึ่งคือต้องมีหลักการมาประกอบ ใช้ความรู้สึกไม่ได้ เพราะความรู้สึกคิดได้หมด มั่นใจด้วย แต่ต้องมีเอกสารมาประกอบ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย ตนถึงต้องดำเนินการเอง ดังนั้นในภาพรวมเราจะต้องขอข้อมูลทุกฝ่ายทุกที่
“โครงการต่างๆที่ได้รับการร้องเรียนเข้ามามีเยอะมาก บางครั้งมีการทักท้วงแล้วก็ยังเดินหน้าต่อไป ไม่ให้ความสำคัญกับการทักท้วง ก็ต้องดำเนินการ ถ้าไปถามใครเขาก็ว่าถูกทุกคน เพราะเขาทำมาแล้ว ดังนั้นเราต้องหาหลักฐานเพื่อให้เห็นว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้อง ผลจะเป็นอย่างไรอยู่ที่หลักฐานที่ต้องควานหามาให้ได้ ผลจะเป็นอย่างไร ผมก็จะตั้งคณะกรรมการ คณะทำงานขึ้นมาดู” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่าหากพบว่ามีคนในไปเอี่ยวจะดำเนินการคาดโทษอย่างไร รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ก็เป็นไปตามกฎหมายทั้งนั้น ยังไงก็ต้องเอี่ยว เพราะของพวกนี้มันต้องร่วมกัน การทุจริตทำฝ่ายเดียวไม่ได้
เมื่อถามถึงแนวทางป้องกันในอนาคต นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องปลูกฝังเพื่อที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด ใครที่ทำสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง ต้องดำเนินการด้วยกฎหมายที่เฉียบขาดให้เร็วที่สุด บางครั้งมันย้อนแย้งกัน บางทีกว่าจะรู้ว่าทุจริต โครงการก็สร้างเสร็จไปหมดแล้ว แล้วจะให้ไปทุบตึกทิ้งหรือ ในเรื่องการดำเนินคดี โชคดีหน่อยที่คดีไม่มีอายุความ ก็ต้องวางแนวทางต่อไปว่าใครจะมาทำต่อ ใครไม่ทำก็ถือว่าละเว้น
เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยได้สั่งการและดำเนินการแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปลงรายละเอียด ตรงนี้อยู่ในนโยบายหลัก ตนมีหน้าที่ติดตาม เร่งรัดให้มีการตรวจสอบโดยเร็ว ตรงไหนแก้ได้ก็ต้องแฟร์ ไม่ใช่ต้องผิดทุกคน เราต้องยึดหลักฐาน ไม่มีอะไรชัดเท่าหลักฐาน