วันที่ 31 สิงหาคม 2566  จากกรณีมีคลิบเผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 6”  ในคลิบเป็นเหตุการณ์พี่ชายคว้ามีดบุกทำร้ายน้องสาวและน้องเขย ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมระบุข้อความ“ แยกบ้านกันอยู่แล้วก็ยังมายุ่งวุ่นวาย เป็นพี่ภาษาอะไรมาหาเรื่องน้อง นี้ไม่ใช่ครั้งแรกเมียกุไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายอะไรมึงเลย มีแต่มึงชอบมาหาเรื่องเมียกุทั้ง ๆที่เมียกุไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายมึงหรือไปเหยียบบ้านมึงเลย พ่อยังเอาไม่อยู่ แม่ก็อยู่ไม่ได้ต้องย้ายไปอยู่อื่น ความปลอดภัยอยู่ที่ไหน คนเหี้ย ๆแบบมึงอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน ใครทำ / พี่ชายเมียหาเรื่องเมีย -สงสารน้องกำลังท้องอยู่ กลับบ้านๆ”

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร ทราบว่าฝ่ายผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องเขยผู้ก่อเหตุได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้เสียหาย ซึ่งไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ออกสื่อแต่ให้ข้อมูลว่า เกิดเหตุเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ตนและภรรยาที่กำลังตั้งท้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งที่ผ่านมาภรรยาของตนจะถูกพี่ชายซึ่งเป็นพี่เขยของคน หาเรื่องอยู่เป็นประจำ เนื่องจากมาบ้านอยู่ใกล้กัน ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชอบมาหาเรื่องน้องสาวตนเองและเริ่มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  

ผู้เสียหายกล่าวว่า ช่วงวันเกิดเหตุตนและภรรยากำลังนั่งกินข้าวอยู่ภายในบ้าน แล้วพี่เขยตนได้เดินเอาเสื้อผ้ามาซักที่เครื่องซักผ้าในบ้านของตนที่พี่เขยซื้อไว้นานแล้ว แต่ไม่ยอมเอาออกไปที่บ้านของตนเอง ระหว่างนั้นเมียตนก็ได้ถามพี่ชายของเขาว่า พ่อกรีดยายางพาราให้เงินบ้างยัง ทำให้พี่ชายโกรธแล้วมีปากเสียงกันขึ้น และเดินปรี่เข้ามาจะทำร้ายน้องสาวซึ่งเป็นภรรยาของตนเอง ทำให้ตนต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือและห้ามปราบ ทำให้พี่เขยโมโหหยิบมีดตัดหน่อกล้วยที่ตนวางไว้ใกล้กับเครื่องซักผ้าจะมาฟันตน จึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันขึ้น จากนั้นตนก็ได้วิ่งหนีออกทางหลังบ้านไป พี่เขยไล่ตามไม่ทัน พี่เขยจึงวิ่งย้อนกลับเข้าไปในบ้านของตนแล้วคว้าเอามีดพร้า(มีดงอมีด้าม) ออกไปฟันรถยนต์อีซูซุ ตอนครึ่ง สีบรอน ตรงบริเวณแคปกระจกด้านซ้ายจนแตกละเอียด

น้องเขยกล่าวต่อว่า หลังเหตุการณ์สงบตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าแซะ ในข้อหาพยายามฆ่าแต่ตำรวจบอกว่าเป็นเพียงข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ เพราะตนไม่มีบาดแผลและก็ไม่ได้ถูกฟันแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ตนและภรรยาได้ขนข้าวของออกจากบ้านที่เกิดเหตุแล้ว โดยย้ายไปอยู่กับแม่ของตนซึ่งอยู่คนละตำบลแต่อำเภอเดียวกัน เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย 

“ ปัญหาที่เกิดขึ้นตนได้บอกกับพ่อตาไว้ก่อนแล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีกครั้งเดียว ตนจะไม่ทนแล้วจะขอไปแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เขย ให้ถึงที่สุดและจะไม่ยอมความด้วย ” น้องเขยกล่าว


 ด้าน พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน) ในฐานะหัวหน้างานสอบสวน สภ.ท่าแซะ กล่าวถึงคดีดังกล่าวเหตุเกิดอยู่ในพื้นที่ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ผู้เสียหายคือ นายภาณุพงศ์ ยุวบุตร อายุ 22 ปี ได้มาแจ้งความพี่เขยคือ นายอภิชาต จันทร์สมบัติ อายุ 25 ปี ข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากยังไม่มีการทำร้ายร่างกายกันและผู้เสียหายก็ไม่มีบาดแผลตามร่างกาย จึงไม่เข้าองค์ประกอบฐานพยายามฆ่า ขณะนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานเพิ่มเติมคือภรรยาของผู้ถูกทำร้ายและบิดาภรรยาผู้เสียหายที่อยู่ในเหตุการณ์ จากนั้นก็จะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนจะมีข้อหาอะไรเพิ่มหรือไม่ก็ต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มอีกครั้ง