วันนี้เราต้องอยู่กับความเป็นจริง! “เศรษฐา” ขอเสียง “ส.ว.-ทุกพรรคการเมือง” ร่วมโหวต ยันไม่ปิดประตูร่วมงานพรรค “2 ลุง”

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 11 ส.ค.66 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ในสภาวะการเมืองที่ไม่ปกติ หวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งส.ว.และทุกพรรคการเมือง และหวังว่าจะได้เสียงตอบรับที่ดี

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับคะแนนเสียงในการได้รับเลือกเป็นนายกฯ ในครั้งเดียว นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจเพราะเชื่อในสิ่งที่ทำมา ตนมองว่าในช่วงสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ ที่พรรคเพื่อไทยได้รับไม้ต่อในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมเสียงให้พอ เพื่อเข้าไปมีอำนาจรัฐและจัดการปัญหาของบ้านเมือง

เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้มีโผลคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาแล้ว และได้เป็นนายกฯจริง จะเป็นคนที่ต้องเลือกรัฐมนตรีเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าว่า เรามีพรรคร่วมหลายพรรค ตนได้โหวตให้เป็นนายกฯ ก็คงมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามต่อว่า ขระนี้เสียงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมาช่วยยกมือสนับสนุน ถึงเวลานั้นจะสามารถทำงงานร่วมกับพรรค 2 ลุงได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่าอย่าพึ่งคิดไปไกลขนาดนั้น วันนี้เราได้มีการแถลงจับมือกับหลายพรรคไป จนมาถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาในระดับที่ดีแล้ว และขอขอบคุณส.ส.ทั้ง 40 คนของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะยกมือโหวตให้ เอาไว้ให้ผ่านการโหวตนายกฯแล้ว ค่อยมาพูดคุยกันภายหลัง

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ขัดใช่หรือไม่ที่จะทำงานร่วมกับ 2 ลุง นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าเอาเรื่องหลักการเป็นหลักดีกว่า ตนมองว่าเรื่องนโยบาย เรื่องของประชาชนและเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องมาช่วยกัน

เมื่อถามว่า หากพูดเรื่องหลักการ ก่อนหน้านี้ที่บอกจะไม่รับมือกับสองลุง แต่ตอนนี้เหมือนจะปิดดีลกับสองลุงได้แล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า นอกเหนือจากพรรคที่ได้มีการแถลงข่าวไป ตนเองก็พูดได้แค่นี้ แต่อยากเชิญส.ส.ที่มีเอกสิทธิ์ ช่วยร่วมโหวตให้ผ่าน เสร็จแล้วค่อยมาว่ากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยต้องจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ จะมีปัญหาหรือจะมีการแสดงออกอย่างไรหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มีครับ เรื่องของการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ผลก็เป็นที่ประจักษ์แล้ว วันนี้เราต้องอยู่กับความเป็นจริง เราต้องการมีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในการที่จะแก้ปัญหาของประชาชน แก้ไขเรื่องรัฐธรรมนูญ แก้ไขเรื่องความขัดแย้ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเข้ามาเป็นรัฐบาล เรื่องของนโยบายพรรคร่วมก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประชาชน”