ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากปัญหาช้างป่าพลายไข่นุ้ย อาละวาดทำลายทรัพย์สินชาวบ้านในอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีแนวโน้มถูกแก้ไขเป็นไปด้วยดีขึ้น ล่าสุด ตุลาการศาลปกครองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลปกครองได้เดินทางลงพื้นที่ในขั้นตอนที่เรียกว่า การเผชิญสืบและร่วมตรวจสถานที่ พื้นที่พิพาทจากปัญหาช้างป่าโดยมีคู่ความคือชาวตำบลกรุงชิง จำนวน 104 คน เป็นผู้ฟ้องคดี มีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และส่วนงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถูกฟ้องคดี โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้ออกคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีโดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ในการจับและเคลื่อนย้ายนำช้างป่าพลายเจ้างา หรือพลายไข่นุ้ยไปไว้ในที่เหมาะสมตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 สิงหาคม นี้
สำหรับการลงพื้นที่ตามขั้นตอนที่เรียกว่า การเผชิญสืบและร่วมตรวจสถานที่พิพาท ตุลาการเจ้าของสำนวนบังคับคดี ได้เข้าไต่ถามข้อมูลจากผู้บริหารแต่ละหน่วยของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการจับเคลื่อนย้ายช้าง ซึ่งได้ลงพื้นที่เตรียมปฏิบัติการ อย่างละเอียด รวมทั้งคู่ความตัวแทนของประชาชนผู้ฟ้องคดีเพื่อให้เป็นไปตามการบังคับคดีโดยศาลปกครองนครศรีธรรมราช และได้ลงพื้นที่บริเวณหมู่ 2 ตำบลนาเหรง อำเภอนบพิตำ พื้นที่ล่าสุดที่ช้างป่าพลายไข่นุ้ยเข้าสร้างความเสียหาย และยังปักหลักอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน
ส่วนแผนการจับและเคลื่อนย้ายจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายของวันนี้ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพลายไข่นุ้ยอย่างใกล้ชิดขณะนี้ยังอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลนาเหรง เจ้าหน้าที่บันทึกภาพได้ ระหว่างอำเภอนบพิตำและอำเภอพรหมคีรี โดยหากพบพื้นที่เหมาะสมและจะเข้าดำเนินการประกบและยิงยาซึมก่อนที่จะใช้ช้างบ้านอีกอย่างน้อย 2 เชือกเข้าประกบและประคองขึ้นรถบรรทุกเคลื่อนย้ายไปยังเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ในอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากจุดนี้ไปราว 160 กิโลเมตร ทั้งหมดต้องดำเนินการโดยทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายรวมกว่า 100 คน และต้องดำเนินการด้วยความแม่นยำรอบคอบเนื่องจากต้องใช้ยาซึมในการควบคุมช้างป่าตัวนี้ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพและชีวิตของช้างได้



