เมื่อวันที่ 4 ส.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเขตพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เริ่มนิยมการใช้พวงหรีดข้าวสารแทนพวงหรีดดอกไม้ในงานศพ เป็นเพราะนายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอพัฒนานิคม เป็นผู้ริเริ่มในการใช้ข้าวสารแทนพวงหรีด
ทั้งนี้ ได้สอบถามนายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอพัฒนานิคม ถึงสาเหตุที่นำข้าวสารมาแทนพวงหรีดว่า จุดเด่นของงานคือการจัดทำพวงหรีดข้าวสารของผู้ที่เคารพรักกับผู้วายชนม์และครอบครัวสำหรับการจัดทำพวงหรีดข้าวสาร แทนพวงหรีดดอกไม้สด นี้ เป็นความแนวคิดของนายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ซึ่งได้แจ้งต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และนายอำเภอในการประชุมคณะกรมการจังหวัดเมื่อต้นปี 2566 เป็นต้นมา และได้เน้นย้ำทุกๆเดือนให้ช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทำพวงหรีดที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้หลังเสร็จสิ้นงานศพแล้ว โดยเสนอแนะเป็นข้าวสาร และแพมเพริสสำหรับผู้ป่วยติดเตียงก็ดี
จากนั้นได้นำแนวคิดของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปขยายผลร่วมกันขับเคลื่อนกับทางคณะสงฆ์อำเภอพัฒนานิคม มีพระครูภัทรธรรมคุณ ดร เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม วัดพัฒนาธรรมาราม ,พระครูสุธรรมนิวิฐ รองเจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม เจ้าอาวาสวัดหนองนา พร้อมเจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสวัดต่างๆ จนเริ่มเป็นรูปธรรมขึ้นเรื่อย ๆ โดยชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของพวงหรีดข้าวสารหลังจากงานศพเสร็จ ทางเจ้าภาพสามารถนำไปมอบให้กับคนทุกข์ยากลำบาก คนพิการ คนป่วยติดเตียง ด้วยตนเองอันเป็นการทำบุญอีกด้วย หรือจะมอบให้กับวัด หรือจะมอบให้กับคณะกรรมการสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอ เพื่อนำไปมอบให้กลุ่มเป้าหมายข้างต้นอีกทางหนึ่งก็ได้ ประกอบกับชี้ให้เห็นถึงพวงหรีดดอกไม้สด จะเป็นภาระแก่ทางวัดเมื่อเสร็จสิ้นงานจะต้องขนไปทิ้งขยะหรือเผาทิ้งอันจะเป็นการสร้างภาวะมลพิษโลกร้อนขึ้นมาอีกปัจจัยหนึ่งด้วย และเสียเงินโดย สิ้นเชิง
นายอำเภอพัฒนานิคม กล่าวด้วยว่า การทำพวงหรีดข้าวสารแทนพวงหรีดดอกไม้สดนี้ราคาไม่แพง ข้าวสารถุงหนึ่งราคา 325-375 บาท ถูกกว่าพวงหรีดดอกไม้สดซึ่งอันหนึ่งมีราคา 500-1,000 บาท ขณะนี้จึงเป็นที่นิยมทำกันมากขึ้นเรื่อยๆในพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี


