วันที่ 15 ก.ค.66 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก "เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค" ระบุข้อความว่า  ...“ก่อนอื่น ต้องมีความรู้ก่อนว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา” อัษฎางค์ ยมนาค มาขอเลคเชอร์ทบทวนความรู้กันหน่อย


ซึ่งความรู้นี้จริงๆ สอนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยม แต่คนจบปริญญาจำนวนมาก แม้แต่จบจากมหาวิทยาลัยระดับชาติ กลับไม่รู้เรื่องนี้ ซึ่งมันสะท้อนภาพว่านี่คือปัญหาการศึกษาของไทยที่ห่วยแตก

ถามมา: ไปเลือกตั้งทำ x.อะไร?

ถามกลับ: ตอนคุณไปเลือกตั้ง คุณไปเลือก สส.หรือเลือกนายกฯ ?

ตอบให้: เลือก สส. 

ถาม: ไปเลือกตั้งทำ x อะไร
ตอบ ให้ ค.ของคุณไปพิจารณาร่วมกับ สว.ในสภาเพื่อเลือก นายกฯ

ถาม: ไปเลือกตั้งทำไมให้เปลืองงบประมาณ 6 พันล้าน
ตอบ: งบประมาณ 6 พันล้าน คืองบประมาณเลือกตั้งผู้แทราษฏร

ประเทศไทยปกครองแบบรัฐสภาโดยมีอังกฤษเป็นต้นแบบ ซึ่งไม่มีระบบเลือกนายกฯ โดยตรง แม้แต่สหรัฐอเมริกาประชาชนก็ยังไม่ได้เลือกประธานาธิบดีโดยตรงเลย แต่ประชาชนไปเลือกตัวแทนเพื่อจะไปเลือกประธานาธิบดีอีกที
งบประมาณ 6 พันล้าน ไม่ใช่งบประมาณเลือกตั้งนายกฯ แต่เป็นงบประมาณเลือกตั้งผู้แทนราษฏร(ส.ส.)

ตอนพรรคก้าวไกลหาเสียง เขารณรงค์ให้คุณไปเลือกผู้แทนราษฏร หรือไปเลือกนายกฯ 

อย่าเผลอตอบว่า ก้าวไกลรณรงค์ให้ไปเลือกนายกฯ นะ เพราะนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นต้นมา มีแต่การเลือกตั้งผู้แทนฯ ไม่เคยมีการเลือกตั้งนายกฯ 
ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ที่….ประชาชน มีหน้าที่ไปเลือกตั้ง ส.ส.ส่วนผู้ที่มีหน้าที่เลือกนายกฯ คือ ส.ส.และ ส.ว. 

เพราะฉะนั้น นายกฯ จะเป็นใคร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประชาชนเท่านั้น แต่ขึ้นกับ รัฐสภา ที่มี ส.ส.และ ส.ว.เป็นสมาชิก เป็นหลัก

ถาม: ส.ว.มีไว้ทำไม
ตอบ: มีไว้เพื่อทำงานร่วมกับ ส.ส. เพื่อพิจารณา-กลั่นกรองกฎหมาย และพิจารณากลั่นกรองผู้ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอขึ้นมาเป็นนายกฯ อีกขั้นหนึ่ง รวมทั้งเอาไว้ถ่วงดุลอำนาจกับ ส.ส. เพราะระบบประชาธิปไตย คือระบบที่มีประชาชนเป็นใหญ่ เป็นระบบที่ประชาชนปกครองกันเอง จึงต้องอาศัยระบบถ่วงดุลอำนาจ ไม่ให้ใครใหญ่กว่าใคร หรือใครใหญ่อยู่คนเดียวหรือฝ่ายเดียวไม่เข้าใจก็อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เลย คนจะรู้ว่าเราไม่รู้ไปเรียนหนังสือมาใหม่ก่อนจะวิจารณ์

บางคนเรียนจบรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองออกไปเลือกตั้งผู้แทนฯ ไม่ได้เลือกนายกฯ ที่สำคัญ ไม่เคยมีการตั้งงบประมาณเพื่อเลือกตั้งนายกฯ ฮ่วย โกโบริไม่อยากกลับมาตายในอ้อมอก อาย
ถ้าคุณไม่ต้องการให้ ส.ว.มีสิทธิในการโหวตนายกฯ

ไม่ยาก คุณเลือกพรรคที่เขามีนโยบายปิดสวิตซ์ ส.ว. 

แต่เท่าที่ทราบ ตอนพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ครั้งนั้น ส.ส.ก้าวไกล ซึ่งรวมถึงพิธาและปดิพัทธ์กลับไม่สนับสนุน เพราะเขางดออกเสียง ซึ่งอาจหมายความว่า เขาไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยที่ให้ ส.ว. มีอำนาจในการเลือกนายกฯ
ไปถามพิธาและปดิพัทธ์ดูว่า ทำไมไม่สนับสนุนญัตติยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ 

จบนะ